หอยทาก หรือ ทองคำ ตั้งราคาขายหุ้นสูงไปมั้ย ..?

รีบอ่าน ปัจจัยเสี่ยงของหุ้น DDD ก่อนตัดสินใจ จะเป็นแมงเม่า ตายคากองไฟ หรือ ได้เงินไปฉลองปีใหม่

บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD หลายคนอาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าพูดถึง ครีม “SNAILWHITE” ที่มี อั้ม พัชราภา  เป็นพรีเซ็นเตอร์ สาวๆ หลายคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี  หุ้น DDD กำลังจะเข้าซื้อขายใน SET วันที่ 26 ธ.ค. นี้ นับเป็นหุ้นผลิตภัณฑ์ความงามที่น่าจับตามองมาก เพราะคนในตลาดหุ้นต่างกล่าวขานว่า ตั้งราคาขายแพงไปหรือไม่  บริษัทกำหนดราคาขายประชาชนทั่วไปที่ 53 บาทต่อหุ้น วันนี้จึงต้องลุ้นว่าจะเปิดมา ราคาต่ำ หรือ สูงกว่าจอง เพราะราคาที่ตั้งขายนี้  แทบจะเท่ากับราคาหุ้น บมจ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ AOT  

หุ้น  DDD ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน เริ่มแรกทำธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้าอื่น (OEM) ให้แก่ลูกค้า ต่อมาปี 2556 เห็นโอกาสในธุรกิจ จึงตัดสินใจเริ่มทำแบรนด์ของตนเอง โดยตั้งชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ว่า “SNAILWHITE” ภายใต้เครื่องหมายการค้า “NAMU LIFE”และใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีสินค้าได้รับความนิยมมาก “SNAILWHITE” เป็นผลิตภัณฑ์บุกเบิกในไทยที่มีส่วนผสมจากสารสกัดของเมือกหอยทากมี ยอดขายอันดับ 1 กลุ่มสารสกัดจากเมือกหอยทาก และติด Top3 สินค้าน่าซื้อในกรุงเทพฯ บนเว็ปไซต์แนะนำการท่องเที่ยว Skyscanner  ปัจจุบันมี  6 กลุ่มผลิตภัณฑ์  ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (2) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย (3) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (4) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย (5) ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด และ (6) ชุดของขวัญ (Gift Set)
     
บริษัทDDD มีรายได้-กำไรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีดังนี้ 
ปี 2557 มีรายได้ รวม 438.1 ล้านบาท กำไรสุทธิ 27.5 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 6.3%  ปี 2558 มีรายได้รวม  956.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 175.7 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 20.3% 
 ปี 2559 มีรายได้รวม 1,204.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 328.0 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 27.8%  ส่วน 9 เดือนปี 2560 มีรายได้รวม 1,263.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 253.5 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 20.1%      รายได้รวมเติบโตสะสมเฉลี่ย (CAGR) 65.6% ต่อปี ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มตระหนักถึงการบำรุงผิวพรรณ กำไรสุทธิเติบโตสะสมเฉลี่ย (CAGR) 248.8% ต่อปี จากการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และคุมต้นทุนได้ดี    


สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ DDD เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุน ไปใช้ในการ ขยายกำลังการผลิตพื้นที่คลังสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตพัฒนาระบบงานและฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทมุ่งมั่นที่จะก้าวเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทชั้นนำด้านความงามในภูมิภาคเอเชีย
DDD มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ กลุ่มครอบครัวพรพัฒนารักษ์ ถือหุ้น 71.88% North HavenThai Private Equity Clarity Company (HK) Limited ถือหุ้น 4.97% และ The Hongkong and Shanghai Banking Corporation Limited ถือหุ้น 1.04% การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ 54.08 เท่า โดยคำนวณจากผลประกอบการ 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ไตรมาส 4/59 ถึงไตรมาส 3/60 ) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.98 บาท
ทั้งนี้ บริษัท และบริษัทย่อยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีจากงบการเงินเฉพาะกิจการ และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัท

อย่างไรก็ตาม ในวงการตลาดหุ้นต่างกังขาว่า  บริษัทมีดีอะไรมากมาย ถึงตั้งราคาขายแพง เช่นนี้ ทั้งที่มีความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ คือ พึ่งสินค้าเพียงตัวเดียว นอกจากนั้นมีหุ้นที่ไม่ติด silent period จำนวน 8.96%  หรือ จำนวน 28,315,200 ของหุ้นทั้งหมด  วันนี้ก็ต้องลุ้นว่า เข้าของหุ้นกลุ่มนี้ที่มีต้นทุนต่ำจะปล่อยขายทำกำไรออกมาหรือไม่.....
แต่ท่ามกลางบรรยากาศซื้อ ขายที่ส่งความสุขกันเช่นนี้ในช่วงปีใหม่ ก็อาจเป็นไปได้ที่หุ้นจะยืนเหนือจองสำเร็จ


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
บุษบา ศรีลาปัง


HASTAG : ข่าวหุ้นดูเดย์ครีม  ข่าวหุ้น  Richman can do 

ติดตามข่าวอื่นๆ