หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน เครียดหนักติดโควิดทั้งครอบครัว

จากสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ที่กำลังระบาดอย่างหนักในประเทศไทย สอดคล้องกับวัคซีนที่ได้มาอย่างไม่เพียงพอต่อประชาชนในประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคไปก่อนนั้น แม้ว่าจะมีประสิทธิภาพต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิดชนิดเดิมได้ แต่ผลการวิจัยค้นพบว่าว่า ซิโนแวคอาจจะต้องพ่ายแพ้ให้กับโควิดกลายพันธุ์เดลต้า ที่พบการระบาดครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย เนื่องจากสายพันธุ์อินเดียอาจมีความรุนแรงกว่าเดิม 

 

 

 

ก่อนหน้านี้ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค หรือ คร. ยังได้ออกมาให้ข้อมูลว่า บุคลากรทางการแพทย์ที่ถึงแม้จะฉีดวัคซีนซิโนแวคไปแล้วถึง 880 ราย และตอนนี้เรียกได้ว่าแพทย์ด่านหน้ามีความเสี่ยงสูงอย่างมากที่จะติดเชื้อโควิดอย่างกรณีล่าสุดมีรายงานว่า คุณหมอคู่สามี - ภรรยาติดเชื้อโควิดอีกสองราย ทั้งนี้ลูกสาวของทั้งคู่ก็ติดเชื้อไปด้วย

 

ตามรายงานระบุว่า หมอโอ๋ ผ.ศ.พ.ญ.จิราภรณ์ อรุณากูรกุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือที่รู้จักกันในนาม หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน กับสามี คุณหมอเบ็นซ์ รศ.น.พ.รัฐฤกษ์ อรุณากูร โรงพยาบาลม.ธรรมศาสตร์ หมอติดโควิดทั้งคู่ ซึ่งทั้งสองได้ฉีด sinovac ครบสองเข็มแล้ว ขณะที่ลูกสาวอายุ 8 ขวบ ก็พลอยติดไปด้วย ซึ่งตั้งแต่เขียนเพจมา เธอบอกว่า โพสต์นี้เป็นโพสต์ที่มีความยากลำบากที่สุดในการตัดสินใจเขียน 

 

 

หมอโอ๋เริ่มเล่าผ่านตัวอักษรว่า "อยากเรียนให้ทราบว่า “หมอและครอบครัวติดเชื้อโควิดแล้วนะคะ” หมอมีประวัติสัมผัสบุคลากรที่มาทราบทีหลังว่ามีการติดเชื้อ หมอใส่หน้ากากป้องกันตลอดเวลาขณะทำงาน และไม่ได้กินข้าวร่วมกับใครในระยะเวลาที่มีความเสี่ยง ทาง IC รพ.ประเมินว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ แต่ให้ไปตรวจ เพราะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ 


ตรวจครั้งแรก ผลเป็นลบ ทางหน่วยสอบสวนโรคติดเชื้อของรพ. ประเมินว่ามีความเสี่ยงต่ำ เพราะ “ฉีดวัคซีนครบ” ใส่แมสก์ตลอดเวลา ให้ทำงานได้ตามปกติ ช่วงค่ำๆ ก่อนวันตรวจ หมอมีไข้ต่ำๆ คัดจมูก กินอาหารเหมือนไม่ค่อยรู้รส เลยชวนสามีไปตรวจด้วยกันเลย ผลเป็นบวกทั้ง 2 คน  จากการสอบสวนโรค คาดว่าเราน่าจะได้รับเชื้อมาจากโรงพยาบาล เพราะไม่มีความเสี่ยงอื่นๆ หมอส่งไทม์ไลน์ให้ทาง IC ของรพ. และได้แจ้งกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว 


เราสองคนทำงานเป็นอาจารย์ในโรงเรียนแพทย์ เราไม่ได้เป็นบุคลากรด่านหน้า แต่ก็ยังต้องทำงานพบปะกับคนไข้มากมาย ขณะนี้มีบุคลากรในโรงเรียนแพทย์ ทะยอยติดเชื้อกันเป็นจำนวนมาก มีหอผู้ป่วยต้องปิดไปหลายวอร์ด เราสองคนมีความระมัดระวังสูงมากพอสมควร ไม่ได้ถอดแมสก์ขณะทำงาน และไม่ได้ทานข้าวกับใครในระยะที่มีความเสี่ยง (การ์ดสูงกว่านี้ก็ต้องเชียร์ลีดเดอร์แล้วค่ะ) เราทั้งคู่ฉีด Sinovac ครบสองเข็ม เข็มสุดท้าย เมื่อประมาณสองเดือนก่อนพอดี 


เมื่อรู้ว่าติดโควิด… สิ่งที่ยากลำบากไม่ใช่เพียงแค่การต้องเผชิญกับความกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น แล้วแค่ปลอบใจตัวเองได้ว่า เราไม่น่าเสียชีวิต เพราะฉีดวัคซีนที่น่าจะช่วยกันเสียชีวิตได้แต่มันหมายถึงความเสี่ยงของทุกคนที่อยู่รอบข้างเรา … ถ้าลูกตรวจมาว่ายังไม่ติด หมอจะเอาลูกไปอยู่ที่ไหน? เพราะทุกบ้านที่ส่งไปเราก็ไม่อยากให้เค้าต้องรับกับความเสี่ยง?

 


แล้วลูกจะติดจากเราไหม? 
ถ้าลูกเป็นอะไรเราไปดูลูกไม่ได้ เราต้องใจจะขาดแน่ๆ คุณพ่อที่มีโรคเรื้อรังมากมายจะติดไหม? 
ถ้าคุณพ่อติดไป หมอก็คงต้องเตรียมทำใจ บ๊ายบายคุณพ่อได้เลย แม่บ้านที่อยู่กับเรายังไม่ได้วัคซีนเพราะยังไม่ถึงคิว เขาจะแย่มากไหม? 
คนไข้ที่เราเจอเค้ามากมายขณะที่เราไม่รู้ตัว จะติดไปรึเปล่า? 
คนรอบตัวที่เรายังเจอเขาอยู่บ้าง จะโกรธเรามั้ยที่ทำให้เขาต้องเดือดร้อน?  
งานที่กำลังต้องทำมากมาย ใครจะเป็นคนทำ?  ฯลฯ 


นี่ขนาดหมอ คือ คนที่ถือว่ามี privilege ในสังคม มีบ้านที่มีห้องแยกหลายห้องถ้าจะต้องรอเตียง มีความเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำให้เราน่าจะเข้าถึงบริการได้ไม่ยาก ยังรู้สึกว่าอะไรๆ มันยากไปหมด ต้องใช้พลังใจสูงมากๆ แล้วชาวบ้านทั่วไปล่ะ…การติดเชื้อของคนๆ หนึ่ง ส่งผลกระทบต่อคนหลายคน โดยเฉพาะคนที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ คนไข้จำนวนมากของหมอถูกยกเลิก สามีต้องยกเลิกเคสที่นัดผ่าตัด คนใกล้ชิดต้องกักตัว

 

สามีหมอโอ๋


ที่สำคัญ…
ขณะนี้หมอกำลังมองลูกสาววัย 8 ขวบที่ไข้ขึ้นสูง ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไปด้วย กับแม่บ้านที่ยังไม่ได้วัคซีน แต่เริ่มมีอาการเหมือนเหนื่อยๆ พร้อมได้ยินคำพูดแว่วๆ ว่า “อย่าเห็นแก่ตัว” ด้วยหัวใจที่รู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ 

สุดท้ายนี้… 
หมออยากกราบขอบพระคุณ คุณหมอรุ่นใหม่ๆ หลายท่าน ที่ออกมายืนยันด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เริ่มต้น ว่าเราควรมีวัคซีน mRNA ให้กับประเทศไทย โดยต้องทนแรงกดดัน ทนการถูกต่อว่าจากผู้มีอำนาจ ทนการถูกกล่าวหาว่าชังชาติ แต่ยังยึดมั่นในหลักวิชาการที่ถูกต้อง และมีความกล้าหาญทางจริยธรรม

 

อยากเชิญชวนให้ไปฉีดวัคซีนเท่าที่มี เพราะอย่างน้อยมันก็อาจทำให้เรามีโอกาสที่จะรอด อยากขอบคุณคนไทยทุกคนที่ส่งเสียงเรียกร้องวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีพอ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่นี้คือเรื่องของส่วนรวม “เพราะเมื่อเราล้ม คุณจะล้ม”

 

ขอบคุณ ที่มองเห็น ว่าทุกวันนี้เราไม่ควรต้องประสบชะตากรรมที่เจออยู่นี้ และควรจะมีคุณภาพชีวิตของทุกคนที่ดีกว่านี้ และต้องช่วยกันวางแผนที่จะป้องกันไม่ให้อะไรๆ เลวร้ายไปกว่านี้

 


ส่วนตัวหมอเชื่อว่า “พลังบวก” ไม่ได้แปลว่าเราควรเลือกเขียนถึงแต่สิ่งดีๆ โดยละเลยทำเป็นมองไม่เห็นปัญหาที่มีอยู่ตรงหน้าเต็มไปหมด แต่พลังบวกเกิดขึ้นจากการ พูด “ความจริง” ที่เกิดขึ้น วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้นแบบตรงไปตรงมา มี “empathy” กับคนที่เขามีความเดือดร้อน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่อยู่ในสถานะที่มี Privelege อย่างพวกหมอ


ที่สำคัญ คือ “ช่วยส่งเสียง” สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับคนที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียง ยังเชื่อมั่นใน “พลังบวก” ของสังคมเสมอนะคะ #หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ผู้ที่วันนี้พบว่าเราไม่ควรต้องเดินทางมาถึงจุดนี้เลยจริงๆ 


ป.ล. ต้องขออภัยที่ไม่ได้แจ้งข่าวตั้งแต่วันแรกนะคะ พอดีมีอะไรต้องทำหลายอย่าง และอยากเตรียมตัวลูกสาววัย 8 ขวบให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ก่อน"

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ไวรัสโคโรนา 2019  โควิด19  คุณหมอ  เพจดัง  ติดเชื้อ 

ติดตามข่าวอื่นๆ