เผย 10 เครื่องรางพารวย ตามความเชื่อโบราณ รับทรัพย์กระเป๋าตุง

 

เนื่องมาจากคนไทยหลายๆอาจจะมีความเชื่อในเรื่องที่ตามองไม่เห็น ความเชื่อ หมายถึง การยอมรับว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นความจริง หรือมีการดำรงอยู่จริง โดยอาศัยประสบการณ์ตรง การไตร่ตรอง หรือการอนุมาน
วันนี้เราพามารู้จักเครื่องรางความเชื่อ ของขลังที่รุ่นปู่ย่าโบราณแนะนำมาจากรุ่นสู่รุ่น

10 ของขลังตามความเชื่อโบราณเครื่องรางพารวย

1. ไซดักทรัพย์


 ไซนั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ดักปลามาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งภายหลังก็ได้มีการนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง อย่างไซดักทรัพย์ โดยเชื่อว่าไซนั้นสามารถดักเอาทรัพย์สินและโชค ลาภได้ จึงมีคุณในเรื่องนำพาโชคลาภ มาสู่ผู้ที่บูชา อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการอยู่อาศัยให้อุดมสมบูรณ์ร่มเย็น

ไซนั้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ดักปลามาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งภายหลังก็ได้มีการนำมาเป็นเครื่องรางของขลัง อย่างไซดักทรัพย์ โดยเชื่อว่าไซนั้นสามารถดักเอาทรัพย์สินและโชค ลาภได้ จึงมีคุณในเรื่องนำพาโชคลาภ มาสู่ผู้ที่บูชา อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการอยู่อาศัยให้อุดมสมบูรณ์ร่มเย็น

 ไซดักทรัพย์ในปัจจุบันนี้จะเป็นการทำขึ้นโดยตรง แล้วผ่านพิธีกรรม แต่ต้นตำหรับไซดักทรัพย์นั้นต้องนำไซที่ใช้ดักปลาจริงๆมาทำเป็นไซดักทรัพย์ เพราะไซเหล่านั้นมีพลังอำนาจในการดักสิ่งมีชีวิตมาก่อน หากผ่านพิธีกรรมอีกทีจะเพิ่มความคลัง

                 การแขวนไซนั้นต้องแขวนให้ติดกับเพดานกลางห้อง เพราะในไซที่ปลุกเสกแล้วนั้นมีทั้งคาถาและของขลัง หากวางไว้ต่ำ จะทำให้สิ่งเหล่านั้นเสื่อมอำนาจลง ควรจะหาห้องที่กว้าง มีแสงสว่างส่องถึง ไม่ควรแขวนในมุมอับ จากนั้นให้หันปากไซออกไปทางประตูหรือหน้าบ้าน เพื่อดักโชคลาภที่ผ่านไปมา ห้ามแขวนไซในแนวขวางหรือหันหลังให้ประตู เพราะจะทำให้อำนาจของไซนั้นไม่ได้ผล

 ในการบูชาไซดักทรัพย์ นั้นแค่หมั่นทำความสะอาไซให้ดูใหม่ ไม่หม่นหมองก็พอ เลาก่นที่จะเปิดร้าน ทำกิจการใดๆ ให้ท่องคาถาหัวใจเศรษฐี โดยท่องว่า “อุ อา กะ สะ” 3ครั้งหรือ 9 ครั้ง จากนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานขอให้มีโชคลาภเข้ามาสู่ตนเองและครอบครัว

2. ชูชกขอลาภ


ชก พราหมณ์แก่ หลังโก่ง ตาถลน เนื้อตัวมีเส้นเอ็นปูดโปน ผิวพรรณมีแต่ไฝฟ้าขี้แมลงวัน พุงโลไม่น่าเชื่อว่าท่าทางอัปลักษณ์นี้ แต่กลับเป็นมีโชคอย่างน่าอิจฉา จนเป็นเครื่องลางโชคลาภ ที่เป็นที่นิยมในที่สุด ตามท้องเรื่องพระเวสสันดรกล่าวว่าตาเฒ่าชูชกมีอาชีพเป็นขอทานที่ขยันขันแข็งเที่ยวขอทานเก็บเงินจนมีฐานะร่ำรวย แต่ก็ยังไม่วายที่จะตระเวนขอทานไปเรื่อยๆ ด้วยความที่กลัวว่าเงินจะถูกขโมย ตาเฒ่าจึงนำไปฝากสหายพราหมณ์สองผัวเมีย แล้วตัวเองก็เดินทางขอทานต่อไปและไม่ได้กลับมาทวงเงินคืนเป็นเวลานานมาก แต่วันหนึ่ง เฒ่าชูชกนึกขึ้นได้จึงกลับไปทวงเงินคืนจากสหาย แต่สหายกลับใช้เงินนั้นไปจนหมดแล้ว เกรงว่าจะผิดใจต่อกันจึงยกนางอมิตดาลูกสาวคนสวยให้แทน กลายเป็นว่าชูชกโชคช่วยได้เมียเด็กเมื่อครั้นจะเข้าปาไปทูลขอกัณหาชาลี พระกุมารของพระเวสสันดร เพื่อให้มาเป็นทาสีทาสารับใช้ นางอมิตดาเมียสาวก็กลับกลายเป็นคุณประโยชน์ให้พระเวสสันดรได้บำเพ็ญเพียรครั้งยิ่งใหญ่ เฒ่าชูชกจึงพลอยได้กุศลทานในครั้งนี้ด้วย ระหว่างทางกลับบ้านได้ถูกพระเจ้ากรุงสญชัยเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้นำพระกุมารกลับสู่กรุง จึงประทานรางวัลเป็นแก้วแหวนเงินทองและปราสาทเจ็ดชั้นพร้อมนางสนมกำนัลมากมายให้ ตาเฒ่าชูชกจึงเปรมปรีดิ์จนลืมนางอมิตดาไปเลย แม้ว่าภายหลังจะพบกับจุดจบแบบพิสดารท้องแตกตายก็ตาม แต่ช่วงชีวิตบั้นปลายของตาเฒ่าร่างร้ายนี้ก็มีแต่โชคลาภ 

โชคของเฒ่าชูชกเหล่านี้จึงเป็นที่มาของของลัง ชูชกมหาลาภปั้นหล่อพิมพ์ลอยด้วยทองแดง ดินเผา เงิน ทองเหลือง ตะกั่ว สัมฤทธิ์และแกะไม้ เป็นรูปชายแก่มุ่นผมมวยแบบพราหมณ์ นุ่งโจงกระเบนไม่สวมเสื้อ หนวดเคายาว ท้องป่องถือไม้เท้า และสะพายย่ามมีอานุภาพด้านบันดาลโชคลาภ เมตตามหานิยมตามแบบประวัติของตาเฒ่า นอกจากนี้ยังนิยมสร้างแบบเหรียญและผ้ายันต์อีกด้วยซึ่งอานุภาพของ ชูชกมหาลาภนี้ ผู้บูชาต้องยึดมั่นในความขยันและซื่อสัตย์สุจริตตามแบบชูชกในท้องเรื่องพระเวสสันดรควบคู่ไปด้วย

คาถาบูชาชูชก 
นะโม 3 จบ 
อิติ สุคะโต ชะนาสุโภ ชูชะโก สุคะโต อิติ 
คาถาอธิษฐานขอพรจากชูชก 
นะโม 3 จบ 
อุล ลุม ปะฐะ มัง ภันเต ยัง ยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทุเรหิวา สมิเปหิวา 
เถรัสสะ อานุภาเวนะ สทาโหติ ปิยังมะมะ 
เมื่อว่าคาถานี้จบแล้วให้ตั้งจิตอธิษฐานถึง ชูชกมหาลาภ 
ให้ช่วยเหลือในสิ่งที่ปรารถนา


3.กุมารทองร่ำรวย


กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปเด็ก ๆ  ลักษณะเป็นเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ กลายเป็นเครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าวด้วย กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยให้ค้าขายดี ร่ำรวยเงินทอง ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย ปัจจุบันผู้บูชานิยมไหว้ด้วยน้ำแดง เรื่องราวของกุมารทองถูกกล่าวถึงใน วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน บ้างก็นับลูกกรอก เป็นกุมารทองด้วย

เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือรักยม ทั้งกุมารทองและรักยมปัจจุบันยังมีผู้นิยมบูชากันอยู่ไม่น้อยในสังคมไทยในปัจจุบัน วิธีเลี้ยงกุมารทองให้ดี มีโชคลาภเงินทองนั้นจะต้องรู้จักการรักษาสัจจะเสียก่อนอย่างเช่นว่า ท่านขอให้กุมารทองช่วยเรื่องอะไรก็ตาม หากสัญญาว่าจะให้แล้วก็ต้องให้ นี่คือการรักษาสัจจะวาจา ห้ามโกหก แต่หากขอไว้แล้วไม่ได้อย่างที่ขอล่ะจะทำอย่างไร ในที่นี้จะต้องดูเป็นกรณีไปว่าได้มากหรือได้น้อยในสิ่งที่ขอ ก็ลดหลั่นกันไปในสิ่งที่จะให้ เรื่องของสัจจะคำมั่นสัญญานี้ถือว่าสำคัญมากไม่ว่าจะบูชากุมารทองหรือพราย ไม่ใช่ว่าหากผิดคำพูดแล้วจะทำให้เข้าตัวหรือของเสื่อมอะไร แต่เมื่อสัญญาแล้วแต่ไม่ทำตามสัญญา

วิธีเลี้ยงกุมารทอง วิธีนำกุมารทองเข้าบ้าน การบูชากุมารทอง ที่ควรตั้งกุมารทอง และของที่ควรถวาย
๑.จุดธูปขออนุญาต พระภูมิเจ้าที่ เจ้าทางใช้ธูป 16 ดอก จุดต่อหน้าศาลพระภูมิหรือจุดกลางแจ้งในรั้วบ้านจากนั้นแนะนำตัว
ข้าพเจ้า ชื่อบอกชื่อ อยู่บ้านเลขที่อะไร ขออนุญาต เจ้าที่ เจ้าทาง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายในที่แห่งนี้ ที่ดูแลปกป้องรักษาที่แห่งนี้ที่ ข้าพเจ้าอยู่นี้ ขอจงเปิดทาง เข้า-ออก ให้กุมารทองที่ข้าพเจ้าได้พามาด้วยนี้ให้เข้าออกบ้านได้ หรือที่แห่งนี้ได้โดยสะดวก ข้าพเจ้าขอเลี้ยงกุมารทอง เพื่อเสริมโชคลาภ เสริมทรัพย์ เสริมบารมี เฝ้าบ้าน ป้องกันภัย และช่วยค้าขาย ได้เลขเด็ด ให้ข้าพเจ้า รวยขึ้น ดีขึ้น เจริญขึ้นไป ขอเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย จงเปิดทางให้กุมารทองที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมานี้ เข้าออกที่นี่ได้สะดวกด้วยเถิดสาธุ


๒.จุดธูปบอกกุมารทองให้มาอยู่ด้วยกัน ใช้ธูป 5 ดอก ปักหน้าหิ้งกุมารทองตอนวางของถวาย ถ้าบนบานกับกุมารทองหรือขอให้ช่วย บูชากุมารทองใช้ธูป 5 ดอก วิธีแนะนำตัวกับกุมารทอง
พ่อชื่อ,แม่ชื่ออะไร เป็นคนนำเจ้ามาเลี้ยงบูชา ต่อไปนี้เจ้าชื่อ (ให้ตั้งชื่อกุมารทอง) พ่อ แม่ นำเข้ามาบูชาเพื่อให้เจ้าช่วย หาเงินหาทอง เฝ้าบ้าน ให้โชคให้ลาภ ค้าขายร่ำรวย ลูกกุมารทอง มาช่วยพ่อแม่ให้สมปรารถนาเถิด แล้ว พ่อ แม่ จะให้ของรางวัลลูกนะ เจ้าจงเชื่อฟังพ่อ แม่นะ ไปไหนก็ไปด้วยกัน กินอะไรก็กินด้วยกัน ไม่ต้องให้รอเรียก (นำกุมารทองเข้า บ้านเข้าเรือน ให้แนะนำคนในบ้านให้กุมารทองรู้จักด้วย และบอกกุมารทองอย่าซน อย่าหนีเที่ยว อย่าอู้งาน จงทำงานให้พ่อ แม่ สมดังใจเถิด แล้วจะหาของรางวัลให้)


๓.ของถวายกุมารทองมีดังนี้
– น้ำแดง น้ำเขียว น้ำเปล่า นม ( แล้วแต่จะตกลงให้กี่ขวด วันไหนบ้าง ให้จุดธูปบอก แนะนำให้บอกว่าจะให้ทุกวันโกน หรือวันพระ )
– กล้วย ผลไม้ต่างๆ แอฟเบิล ส้ม  (ห้ามถวายเนื้อสัตว์โดยเด็ดขาด)
– ขนมหวานต่าง ๆ อมยิ้ม ลูกกวาด
– ของเล่นต่างๆ หรือของรางวัลต่างๆ นอกจากของที่ถวายให้ประจำแล้ว (ให้เมื่อท่านได้ตามคำขอ)
– ถวายของทุกๆวันพระ หรือ วันที่ท่านบนกล่าวแล้วได้ตามคำขอ
สถาน ที่ตั้งบูชา ควรจัดเตรียมสถานที่ตั้งบูชาไว้ให้พร้อม ก่อนนำกุมารทองเข้าบ้าน ซึ่งควรจัดแยกหิ้ง หรือ ที่ตั้งบูชาแยกต่างหาก จากพระพุทธรูป  พระสงฆ์ และเทพองค์อื่นๆ ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า และ ไม่ต่ำจนติดพื้น


วิธีตั้งกุมารทอง ทั้งกุมารทองเทพ
ห้ามตั้งกุมารทองหันหน้าไปทางตะวันตก ห้ามตั้งกุมารทองใต้บันได ห้ามตั้งกุมารทอง ปลายเท้า ห้ามหันหน้ากุมารทอง หรือ วางกุมารทองตรงกับประตูบ้าน,ประตูห้องน้ำ ก่อนนอนทุกคืนต้องท่องคาถา สวดคาถาบูชากุมารทอง เพื่อกุมารทองจะได้เชื่อฟัง และศักดิ์สิทธ์ยิ่งๆขึ้น มีฤทธิ์มากขึ้นควรหมั่นทำบุญให้กุมารทอง เพื่อกุมารทองจะได้ มีฤทธิ์มากขึ้น ยิ่งทำบุญยิ่งมีพลังมาก จะทำให้คำขอหรือสิ่งที่บนบานกับกุมารทองไว้ ได้เร็วขึ้น


4.นกคุ้มเรียกทรัพย์


นกคุ้ม เป็นของขลังที่เชื่อว่าใช้บูชาแล้วจะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย แถมยังช่วยในเรื่องของการเรียกทรัพย์ เรียกให้เงินทองไหลมาเทมา การบูชาโดยส่วนมากจะนำนกคุ้มใส่พาน แล้วหันหน้าออกไปทางหน้าร้าน เพื่อเรียกให้ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาอุดหนุน เคล็ดเด็ดในการบูชานกคุ้มคือ

ในวันพระต้องบูชาด้วยน้ำหวาน น้ำผึ้ง หรือไม่ก็ขนมหวานต่างๆ ตามด้วยการสวดคาถาบูชานกคุ้มเท่านี้เป็นอันเสร็จพิธี


5.นางกวัก กวักเงิน กวักทอง


นางกวัก กวักเงิน กวักทอง  เป็นเครื่องรางที่คนไทยรู้จัก และนิยมบูชากันมากที่สุดก็ว่าได้ พวกพ่อค้าแม่ค้ามักมีไว้บูชาบนหิ้ง โดยหันหน้าออกไปทางหน้าร้าน และมักจะตั้งนางกวักอยู่ทางขวามือของประตูบ้านเพื่อให้มือนางกวักอยู่ใกล้ ประตูที่สุด และดลบันดาลให้การค้าขายเป็นไปด้วยดี หรือที่เรียกว่าทำมาค้าขึ้น เคล็ดวิธีบูชา:บูชาด้วยผลไม้และอาหารคาวหวาน หรือใช้ดอกกุหลาบแดงหรือดอกมะลิบูชา จุดธูป 9 ดอก พร้อมด้วยเครื่องประดับสตรี เช่น กำไล ลูกปัด ผ้าแพรหลากสี และควรวางไว้ต่ำกว่าพระพุทธรูป และองค์เทพชั้นสูงต่างๆ หรือจะแยกหิ้งบูชาก็ได้ 


เคล็ดลับบูชาทุกๆ เช้า ก่อนจะเริ่มค้าขาย หรือดำเนินธุรกิจอะไรก็ตาม เพื่อความมีสิริมงคล มีโชคลาภเงินทองไหลมาเทมา การค้าดีมีกำไรงาม คล่องตัวในการทำงานเมตตามหานิยม ทำอะไรก็สำเร็จไปทุกสิ่งทุกอย่าง


6.พญาเต่า ร่ำรวยยั่งยืน มั่นคง


 เต่า ถือว่าเป็นสัตว์มงคลตามตำราฮวงจุ้ยของจีน อุปนิสัยชอบเดินหน้าอย่างเดียว ถอยหลังไม่เป็น เป็นสัญลักษณ์ของการอายุยืน ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่นคง เป็นเครื่องรางทางด้านการค้าขาย เรียกลาภและป้องกันคดีความ เหมาะสำหรับผู้ดำเนินธุรกิจค้าขาย สร้างความร่ำรวยก้าวหน้าต่อไป เคล็ดวิธีบูชา:เมื่อนำพญาเต่าเข้าบ้านให้จุดรูป 5 ดอก บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านให้รับรู้ ขออนุญาตนำพญาเต่ามาอยู่ในบ้านเพื่อช่วยคุ้มครองและนำโชคลาภมาให้ สถานที่บูชาให้จัดวางในพาน หรือวางบนภาชนะอื่นๆ ที่มีน้ำ โดยรินน้ำพอปริ่มๆ หรือครึ่งตัวเต่า อย่าให้จมน้ำทั้งตัว วางไว้ที่ด้านล่างของหิ้งพระ ต่ำกว่าพระพุทธรูป หรือจัดวางไว้บนตู้บนโต๊ะเก็บเงินได้ทั้งนั้น


เคล็ดลับให้บูชาด้วยน้ำสะอาด ถวายผักบุ้งและผักกาดขาวตามโอกาส และถ้าถวายพวงมาลัยดอกมะลิหรือกุหลาบด้วยยิ่งดี แต่มีข้อห้ามว่า ห้ามนำพญาเต่าไปงานศพ หรืองานอัปมงคลทั้งหลายเด็ดขาด


7.เจ้าเงาะนำโชค

เครื่องรางสุดขลังด้วยอิทธิฤทธิ์ เป็นที่เลื่องลือถึงความมหัศจรรย์ด้านมหาโชคมหาลาภ บันดาลความร่ำรวยให้เป็นมหาเศรษฐี มีเงินทองมากมายก่ายกอง บันดาลด้านธุรกิจ การค้า การเงิน การงาน ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้น ใครมีไว้บูชา ติดบ้าน ร้านค้า จะเจริญ ค้าขายดีมีกำไร เคล็ดวิธีบูชา: เมื่อเชิญเจ้าเงาะนำโชคขึ้นวางบนหิ้งบูชาซึ่งควรแยกหิ้งต่างหาก

ให้จัดสิ่งของบูชาถวายใส่ให้เหมาะสม อาทิ บูชาด้วยดอกไม้แดง น้ำดื่ม น้ำผลไม้ ผลไม้ตามฤดูกาลพร้อมจุดธูป 2 ดอกถวายเครื่องสังเวย อธิษฐานขอให้เจ้าเงาะบันดาลความสุข ความรุ่งเรือง ขอให้ค้าขายดี มีกำไร ก้าวหน้าตลอดไป


8. ปลาตะเพียน ขยันหมั่นเพียรจนร่ำรวย


ปลาตะเพียน เป็นเครื่องรางของขลังที่แฝงไว้ด้วยความหมายอันล้ำลึก หมายถึง การขยันหมั่นเพียรและเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ทางด้านความเชื่อของจีน ปลา เป็นตัวแทนของความมีชีวิตชีวา แถมด้วยโชคลาภ ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับผู้ที่มีไว้ในครอบครอง ทั้งความกระตือรือร้น ค้าขายดี และมีความขยันหมั่นเพียรไม่หยุดนิ่ง การจัดวางปลาตะเพียนเงิน ตะเพียนทอง ที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้วนั้น ควรแขวนไว้ในที่อันถูกโฉลก

บริเวณกลางเพดานหรือหน้าร้านค้า โดยหันหน้าปลาตะเพียนเงิน ตะเพียนทองเข้าหากัน ขอเพิ่มทริคเล็กๆช่วยสร้างความเป็นสิริมงคลให้ทำมาค้าขึ้นอีกสักเล็กน้อย ควรนำตัวปลาไปแช่ในขันน้ำมนต์แล้วตั้งจิตอธิษฐาน จากนั้นนำน้ำมนต์ไปพรมสินค้าที่จะขาย หรือนำไปพรมให้ทั่วร้านค้า จะช่วยให้ทำมาค้าคล่องขึ้นอีกด้วย


9.ปี่เซียะ ดึงดูดเงินทอง

ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมทั้งในเมืองไทยและในประเทศต่างๆ มากที่สุดในปัจจุบันนี้ ใครมีไว้บูชาจะทำให้มีแต่โชคลาภ ขณะเดียวกันก็ป้องกันสิ่งชั่วร้าย และเป็นสัตว์มงคลที่ไม่มีรูทวาร จึงกินอย่างเดียว ไม่มีทางถ่ายออกเป็นเคล็ดวิชาหมายถึงเงินเข้าแล้วไม่มีออก ทรัพย์จึงเพิ่มพูนสถานเดียว เคล็ดวิธีบูชา:ผู้บูชาปี่เซียะควรมีจิตใจแจ่มใส ร่าเริง เพราะจะส่งผลให้ปี่เซียะมีพลังกล้าแกร่ง และคึกคะนอง ส่งผลให้มีโชคลาภ เก็บเงินอยู่ มีดอกผลเป็นกอบเป็นกำ

เคล็ดลับบูชา เจ้าของควรเอาใจใส่ด้วยวิธีการทำความสะอาดพูดคุยด้วยบ่อยๆ ลูบหัวและลูบบั้นท้าย คล้ายสัตว์เลี้ยงดีกว่าตั้งไว้เฉยๆ ถ้าลูบที่ท้องจะทำให้สมบูรณ์พูนสุข ลูบหัวทำให้ปัญญาแจ่มใส ลูบหลังทำให้มีโชควาสนา แต่ห้ามลูบปาก เพราะจะทำให้เก็บทรัพย์ไม่อยู่


10.ฮก ลก ซิ่ว


ฮก ลก ซิ่วเป็น 3 เทพเจ้าจีน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนความเป็นมงคล 3 ประการของจีน แห่งการอวยพร ปัจจุบันนิยมสร้างเป็นเทวรูปประดับตั้งวางอยู่ภายในบ้าน

คนไทยส่วนมากรวมถึงคนจีนส่วนหนึ่งก็มักเข้าใจผิด คิดว่าเทพฮก คือเทพองค์กลางที่เป็นขุนนาง แท้จริงเทพฮกคือเทพองค์ที่อุ้มเด็ก เพราะคำว่า ลก หมายถึง ยศถาบรรดาศักดิ์ จึงหมายถึงเทพองค์กลางที่เป็นขุนนาง บางทีจะถูกวาดคู่กับกวาง เพราะในภาษาจีน คำว่ากวางพ้องเสียงกับคำว่า ยศถาบรรดาศักดิ์ ส่วนเทพฮกจะอุ้มเด็ก หมายถึงความสุขต่างๆในชีวิต พึงระวังการจำสับสนกัน

ฮก  หมายถึง โชคลาภและความมั่งคั่ง บริบูรณ์ด้วยโภคสมบัติ คือ ประกอบพร้อมด้วยเครื่องอุปโภค บริโภค แก้วแหวนเงินทอง และบริบูรณ์ด้วยบริวารสมบัติ มีบุตร ภรรยา ญาติมิตร คนใช้สอย เป็นต้น ลักษณะของฮก เป็นรูปเศรษฐี สวมหมวกมีเส้าข้างหลังสูง มีผ้าคลุมลงไปเบื้องหลัง แสดงโภคสมบัติ มือหนึ่งอุ้มเด็ก แสดงถึงบริวาร สมบัติ นิยมให้เป็นเด็กผู้ชาย เพราะหมายถึงการสืบต่อวงศ์ตระกูล มีค้างคาวเป็นสัญลักษณ์ เพราะพ้องเสียงกับคำว่า ความสุข วาสนา

มีเรื่องเล่าว่า ท่าน "เจี่ยวช้ง" เป็นพ่อค้า มหาเศรษฐี ในสมัยราชวงศ์ถัง ที่ร่ำรวยจากการค้าขายที่สุจริต และ คนในครอบครัว ลูกหลาน ล้วนแล้วแต่เป็นคนดี ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใด มีเรื่องเล่าขานกันว่า บ้านพักของท่านเจี่ยวช้งนั้น ห่างจากพระราชวังถึง 20 ลี้ เพียงท่านก้าวพ้นจากเขตที่ดินของท่าน ก็เป็นเขตพระราชวัง ด้วยความที่ท่านมีทรัพย์สมบัติมาก กอปรกับท่านเป็นใจบุญ ให้ความช่วยเหลือกับทุกคนที่ทุกข์ยาก จนเป็นที่นับถือของชาวบ้าน และนับถือท่านเป็นเทพผู้นำความสุขมาให้ ในสมัยก่อน

ลก หมายถึง บุญวาสนา อำนาจ เกียรติยศ ลักษณะของลก เป็นรูปขุนนางจีนสวมหมวก มีปีกหมวกกางออกไปสองข้าง มือถือคทายู่อี่ ซึ่งเป็นคทาแห่งความสมปรารถนา มีกวางเป็นสัญลักษณ์ เพราะพ้องเสียงกับคำว่า ยศถาบรรดาศักดิ์

มีเรื่องเล่าว่า ท่าน "ก๋วยจื่องี้" เป็นข้าราชการระดับอัครเสนาบดี (ข้าราชการระดับสูง) ที่จงรักภักดี ซื่อสัตย์ ยุติธรรม รับใช้ราชการนานหลายแผ่นดิน ความซื่อสัตย์ และ จงรักภักดีต่อแผ่นดินนั้น เป็นที่ประจักษ์ต่อ ฮ่องเต้หลายพระองค์ จึงมีราชการโองการ ให้อยู่ในตำแหน่งตลอดทั้ง 4 แผ่นดิน และได้รับมอบ ดาบหยก และ เข็มขัดหยก ให้สามารถทำการใดๆ แทนฮ่องเต้ก่อน แล้ว ค่อยทูลถวายภายหลังได้ ท่าน ก๋วยจื่องี้ เป็นข้าราชการที่อยู่ในตำแหน่ง นานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

ซิ่ว หมายถึงอายุยืน ลักษณะของซิ่วเป็นรูปชายชราหน้าตาใจดี หนวดเครายาวสีขาว ศีรษะล้าน ส่วนหน้าผากโหนกนูนเห็นชัดเจน มือหนึ่งถือไม้เท้า อีกมือหนึ่งถือผลท้อ ซึ่งเป็นผลไม้แห่งความยั่งยืนและมักจะมีนกกระเรียนขาวอยู่ข้างกาย อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืนยาว

มีเรื่องเล่าว่า ท่าน "แผ่โจ้ว" เป็นบุคคลที่กลัวความแก่ และความตายมากที่สุด จึงรักษาสุขภาพ ร่างกาย และ จิตใจของตนเองให้มีความสุข แข็งแรง ตลอดเวลา ครอบครัวของท่านเป็นครอบครัวใหญ่ มีภรรยา และ ลูกหลานมากมาย และเป็นที่กล่าวขานกันว่า ท่านแผ่โจ้วนั้นมีอายุยืนกว่า 800 ปี มีภรรยาเสียชีวิตก่อนท่านทั้งสิ้น 49 คน และ บุตรหลานเสียชีวิตก่อนท่านทั้งสิ้น 154 คน

คล็ดลับวิธีการบูชา

การบูชาเทพเจ้าฮก ลก ซิ่ว  ท่านว่า ให้วางไว้ให้สูงอยู่เหนือโต๊ะ และมองเห็นได้ชัดเจนเมื่อเดินเข้าบ้าน ให้วางตามลำดับคือ

องค์กลางเป็น ฮก รูปขุนนาง เมื่อหันหน้าเข้าบ้าน

องค์ซ้ายมือเป็น ลก รูปคหบดี

และข้างขวามือเป็น ซิ่ว รูปชายชรา การวางรูปลกฮกซิ่ว ห้ามนำไปวางไว้ในห้องนอน การเชิญมาบูชาควรดูสภาพห้อง หน้าพระ หิ้ง โต๊ะ หรือตู้โชว์ ตามความเหมาะสม จะเป็นรูปปั้นด้วยวัสดุใดก็ใช้ได้ทั้งนั้น หรือเป้นรูปภาพก็ได้

และมีผู้รู้กล่าวว่า ควรตั้ง ฮก ลก ซิ่ว ให้หันหน้าออกไปทางประตู ส่วนบริเวณด้านหลังขององค์ฮก ลก ซิ่ว ควรเป็นฝาผนังไม่ควรเป็นหน้าต่าง นอกจากนี้ยังสามารถตั้งองค์ ฮก ลก ซิ่ว ไว้ในห้องรับแขก ตรงด้านหลังเก้าอี้ยาวของชุดรับแขก แต่ห้ามตั้งหลังเก้าอี้เดี่ยวของชุดรับแขก และไม่ควรนำมาตั้งไว้หน้าห้องน้ำหรือห้องครัว เพราะไม่เป็นมงคล


ผู้ที่เจริญพระคาถาของพระกวนอิม จะเกิดประโยชน์ผลดีคือ

1. อัคคีภัยแห่งราคะ จะดับได้ด้วย สันติคุณ
2. อัคคีภัยแห่งโทสะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ
3. อัคคีภัยแห่งโมหะ จะดับได้ด้วย ปัญญาคุณ

*******โปรดใช้วิจารณญาณ*******เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล*******


 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ชาคริตส์ คงหาญ

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : เครื่องรางของขลัง  ความเชื่อ 

ติดตามข่าวอื่นๆ