นายกฯชื่นชมเหล่าจิตอาสา ร่วมฟื้นแยกราชประสงค์ โดนม็อบทำลายยับ ย้ำเหตุต้องยกระดับใช้กม.ควบคุม

สืบเนื่องจากเหตุกรณีมวลชนกลุ่มคณะราษฎร   ได้มีการทำลายภูมิทัศน์บริเวณโดยรอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   และบริเวณวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร  จนนำมาสู่กิจกรรมของเหล่าจิตอาสาในการฟื้นฟู แก้ไขความเสียหาย ตลอดต่อเนื่อง 1-2 วันที่ผ่านมา

 


( คลิกอ่านข่าวประกอบ :   เปิดเรื่องจริงริมรั้ววัดปทุมวนารามฯ 2 แม่ลูกช่วยทาสีลบรอยบาปม็อบ คนกรุงฯเห็นอดใจไม่ได้นัดรวมตัวช่วยให้สำเร็จ )

ล่าสุด  นายอนุชา บูรพชัยศรี  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความชื่นชม อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไป  รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ได้ช่วยกันทำความสะอาดพื้นที่ ทาสีใหม่ และทาสีทับสีที่พ่นข้อความไม่เหมาะสม  ในส่วนต่างๆของสถานที่ราชการ พื้นที่สาธารณะ รวมถึงส่วนของเอกชนด้วย หลังจากที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์ และหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และได้ทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการ เอกชน และพื้นที่สาธารณะ

ทั้งนี้นายกฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างมีขอบเขตภายใต้กฎหมาย   และการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เนื่องด้วยที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมได้มีพฤติกรรมต่างๆที่ไม่เหมาะสม เข้าข่ายผิดกฎหมาย และอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อประเทศชาติ และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่ง รวมทั้งความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยทั่วไป  

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่าง ๆ   เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมของประเทศ  เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย   บนพื้นฐานของการรักษาบรรยากาศของความรัก ความสามัคคีปรองดองของทุกคนในชาติ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบ้านเมือง และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นสำคัญ

 

"่ขณะนี้เกินเลยไปมากแล้ว  จึงคิดว่าสิ่งที่ตนรับมาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ  เขายอมรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงนี้ ดังนั้น  เราต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่และเป็นเจ้าหน้าที่  ที่ต้องทำงานตามหน้าที่อยู่แล้ว

"ดังนั้น ใครที่ไม่ทำความผิดก็ไม่น่าจะเดือดร้อน   แต่คนที่ดูอยู่เขาก็จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษ    ซึ่งก็มีการร้องทุกข์กล่าวโทษในกฎหมายฉบับนี้มาจำนวนมาก  จึงต้องฟังเขาด้วยไม่ใช่ฟังข้างใดข้างหนึ่ง    ดังนั้นทุกคนต้องกลับมาในเส้นทางปกติดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม  วันนี้การบริหารราชการแผ่นดินก็กำลังเดินหน้าเรื่องเศรษฐกิจระดับฐากรากที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์"  

เมื่อถามว่า จะมีการใช้มาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนถามว่า "ทำไม ก็เป็นกฎหมายทุกฉบับ  สื่อเข้าใจคำว่ากฎหมายทุกฉบับหรือไม่ เข้าใจภาษาไทยหรือไม่  แปลภาษาไทยกันสิคำว่ากฎหมายทุกฉบับ"


เมื่อถามย้ำว่า รวมถึงมาตรา 112 ด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวย้ำซ้ำๆ ว่า ทุกฉบับ เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการ  เพราะเป็นความคิดเห็นของประชาชนจำนวนมาก ประชาชนทั้งประเทศที่รับไม่ได้  ทำไมสื่อไม่ไปขยายความกับคนที่ทำความดีบ้าง

 

"มีคนไปสาดสีโน้นนี่ แต่วันนี้มีเด็กนักเรียน  มีประชาชนต้องมาคอยลบและล้างสี ทำไมไม่พูดถึงคนเหล่านี้บ้าง  แต่ไปให้ความสำคัญกับคนที่สร้างความสงบเรียบร้อย ทำความผิด ละเมิดสถาบันฯ  ผมว่าไม่ถูก สื่อให้ความสำคัญอย่างนี้ไม่ถูก คนดีๆ เขาทำตั้งเยอะแยะ  มันควรจะต้องให้เขามาทำไหมทำลายสิ่งของทางราชการ  ละเมิดสถาบันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผมคนหนึ่งที่ยอมรับไม่ได้" 

 

ส่วน กรณี นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563  โพสต์ข้อความระบุ "นายกฯ อาจจะลาออกก่อนวันที่ 25 พ.ย." ว่า  ที่มีข่าวว่าตนจะลาออกก่อนวันที่ 25  พ.ย.ก็ลองไปถามคนพูดดูว่าเอาข้อมูลจากไหน ตนไม่เคยติดต่อกับเขา  และทราบว่าจะมีการชุมนุม 25 พ.ย.นี้  "ดังนั้น  คิดว่าคงพูดเพื่อหวังระดมมวลชนและประชาชนให้มากขึ้นหรือไม่  และคิดว่าคนที่พูดเรื่องแบบนี้พูดไม่ตรงพูดโดยไม่มีข้อมูลแบบนี้  เราจะเชื่อถือได้อีกต่อไปหรือไม่ ตนคงตอบได้เท่านี้"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ก่อนหน้านั้นในกลุ่มที่มีจุดยืนต่อต้านรัฐบาลได้ออกมาแสดงความเห็น  ในเชิงวิพากษ์ วิจารณ์  สิ่งที่คนกรุงฯออกมาร่วมใจฟื้นฟูสภาพแยกราชประสงค์  อาทิ    นางวีรพร นิติประภา  นักเขียนรางวัลซีไรต์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มแคร์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า " เอาสีทาทับชอล์ค กรักกรักกรักกร๊ากกกกก ขอหัวเราะอย่างอีกาแพร๊พ โทดๆ"   ขณะที่   นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด  ทวิตข้อความว่า " น่าจะเลือกสีเทาหรือสีดำนะ นี่ยิ่งซ่อมยิ่งเลอะ"

 

 

 


อย่างไรก็ตามในเพจเฟซบุ๊ก  "สถาปนิกเพื่อสังคม"  ได้มีการโพสต์ข้อความว่า  #ทุกวัฏจักร #ย่อมทำให้เห็นความต่าง

เมื่อมีก่อกำเนิด 
ก็ย่อมมีล่มสลาย 

เมื่อมีเจริญงอกงาม 
ก็ย่อมมีความถดถอยเสื่อมทราม

เมื่อมีผู้ที่คิดสร้างสรรค์ 
ก็ย่อมจะมีผู้ที่ชอบทำลายล้าง

และเมื่อมีผู้ที่ทำลายล้าง 
ก็จะยังคงมีผู้ฟื้นฟูทะนุบํารุง เสมอ

ทิศทางของ ความเลว 
จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ก็เมื่อคุณลักษณะของ ความดี 
ปรากฏอยู่ในทิศทางที่ตรงกันข้าม

นอกจาก เหล่าบรรดาจิตอาสา
ทุกเพศทุกวัย ทุกสถานภาพ 
ที่ออกมาร่วมกันแก้ไข ซ่อมแซม 
ทำนุบำรุงความสะอาดให้กับพื้นที่สาธารณะ ที่ถูกทำลายจนสกปรกแล้ว

เด็กเล็กๆทั้งหลาย 
ที่ออกมาเป็นจิตอาสา
ทำนุบำรุงในสิ่งต่างๆที่ถูกทำลายนี้

นอกจากความเสียสละแล้ว

ทุกสิ่งที่เขาได้เห็นกับตาตนเอง
สภาพต่างๆ ที่เขาต้องลงมือลงแรง
เพื่อแก้ไขให้ดีขึ้น ด้วยตัวเขาเอง

เชื่อว่า 
จะทำให้เขาโตขึ้นมา เป็นคนรุ่นใหม่ 
ที่รังเกียจพฤติกรรมทำลายล้าง เช่นนี้

นี่คือ บทเรียนจากประสบการณ์ตรง
ที่จะสร้างจิตสำนึกในด้านที่ดีงาม
ให้กับ เยาวชนคนรุ่นใหม่ ในวันหน้า

ผู้ที่ควรจะเป็น ผู้เปลี่ยนแปลงอนาคต
ให้เป็นไปในทิศทางที่เจริญงอกงาม
ด้วยการพัฒนาและสร้างสรรค์ อย่างแท้จริง

ขอสนับสนุน และแสดงความนับถือ
เด็กๆและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ทุกคน

ที่กำลังเรียนรู้และพัฒนาจิตใจให้ดีงาม
เพื่อเติบโตไปในแนวทางที่สร้างสรรค์ 
ที่จะเป็นผู้รับผิดชอบและพัฒนา บ้านเมืองนี้ต่อไป"

พร้อมมีคำอธิบายชี้แจงในสิ่งที่จิตอาสาร่วมกันกระทำบนท้องถนน   เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดๆ ว่า "มีท่านที่อยากให้ช่วยอธิบายข้อท็จจริง ....ข้อมูลจากหน้างานจริงนะครับ สีที่ถูกใช้ทาบนพื้นมีหลากหลาย  ส่วนใหญ่เป็นทั้งสีทาบ้าน ทั้งสีสเปรย์   ซึ่งขัดลอกให้สะอาดได้ยากเพราะสิซึมลงไปในพื้นผิวถนน ที่มีรูพรุน  และอาจมีชอล์คบ้าง แค่บางส่วน

การลบข้อความต่างๆ จึงจำเป็นต้องใช้สีรองพื้นลงเสียก่อน แล้วจึงลงสีเทาที่กลมกลืนกับถนนทับลงไปอีกทีนึง  ซึ่งก็ทำได้เพียงแค่กลบเกลื่อนไม่ให้ดูสกปรกเลอะเทอะ คงไม่สามารถทำให้เรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันได้ เหมือนสภาพก่อนหน้า

เพราะเป็นการลงมือลงแรงด้วยจิตอาสาภายในเวลาอันสั้น  เพราะฉะนั้นสีขาวที่เห็นจึงไม่ใช่สีที่จะปรากฏอยู่เมื่อแล้วเสร็จครับ  ท่านผู้วิจารณ์ตามภาพนี้ คงจะชิงพูดออกมาโดยคาดเดาเอาเอง และไม่สนใจข้อเท็จจริง"

 

 

 

เช่นเดียวกับ ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง  โพสต์ให้ความเห็นว่า  "เมื่อนักเขียนซีไรท์ แหม่ม - วีรพร นิติประภา ออกมาโพสต์เหยียดหยามและเยาะเย้ยกลุ่มจิตอาสาที่ออกมาทำความสะอาดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติวันนี้ โดยเยาะเย้ยว่า "เอาสีมาทับชอล์ค" พร้อมหัวเราะขำขัน

แต่ความเป็นจริงคือสีที่ม็อบใช้คือ "สีทาบ้านและสีเปร์ย" ซึ่งติดแน่นมาก โดยเฉพาะตรงพื้นถนน ทำให้กลุ่มจิตอาสาต้องใช้ 2 วิธี

1. ใช้สีรองพื้น (ที่เห็นเป็นสีขาว) ทาทับก่อนเพื่อจะได้ลงสีเทาให้เข้ากับพื้นถนนในภายหลัง

2. ใช้น้ำมันสน (ที่เห็นเป็นน้ำมันดำๆ) มาขัดโดยใช้แปลงฟอยขัด เพื่อให้สีเหล่านั้นลอกออก ซึ่งต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพราะสีเกาะลงไปบนรูพื้นถนนด้วย

หมายเหตุ : ส่วนที่เป็นผนังทาสียังพอใช้แชลงแงะสีออกมา ก่อนทาสีใหม่ทับลงไปได้ แต่ส่วนพื้นถนนทำวิธีนั้นไม่ได้

-----------------

ดังนั้นก่อนจะเยาะเย้ยหรือถากถางใคร และทำตัวเสมือนทรงปัญญาผู้อื่น ขั้นแรกที่ควรทำคือ พูดบนพื้นฐานของ #ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ เสียก่อน เพราะสีที่ม็อบใช้ มันไม่ใช่ "ชอล์ค" ครับ

นอกจากจะสนับสนุนคนทำลาย แล้วมาเยาเย้ยดูถูกถากถางคนที่มาแก้ปัญหา ยังบิดเบือนข้อเท็จจริงอีกนี่ไม่ไหวนะครับ

 

 

 

 

 


 

>> Lazada ช้อปดีลเด็ดลดต่อเนื่องจาก 11.11 แจกส่วนลด 150฿ คลิกเลย <<

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ม็อบ  แยกราชประสงค์  นายกรัฐมนตรี  สตช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ