ไพศาล สุดทนหัวโจกล้มเจ้า หลอกลูกหลานชาวบ้านอีกแล้ว แต่หนนี้ผิดกม.ถึงหมดอนาคตได้เลย

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่  17 ส.ค. 2522   คนไทยส่วนใหญ่ยังจำได้ไม่ลืม  กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)  หรือ แดงนปช.  นำโดย  นายวีระ มุสิกพงศ์ , นายจตุพร พรหมพันธุ์  ,  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ,  นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง  และ น.พ.เหวง โตจิราการ ร่วมกับมวลชนเสื้อแดง  เข้ายื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษแก่  นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี   ด้วยการนำรายชื่อของผู้ที่ยื่นถวายฎีกาหลายร้อยกล่อง กว่า 5 ล้านรายชื่อ ส่งผ่าน นายอินจัน บุราพันธ์ รองราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง
 

หลังจากก่อนหน้านั้น กลุ่มแกนนำนปช. ได้ใช้เวทีปราศรัยสนามหลวง ประกาศความยิ่งใหญ่ในการรวบรวมรายชื่อประชาชนได้  5,363,429 คน เพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้  นาย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  โดยอีกนัยก็คือใช้เสียงของประชาชนในการกดดันสถาบันเบื้องสูง ให้กระทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ

 

ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร  ถือโอกาสเดียวกันนั้นโฟนอินเข้าไปยังเวทีปราศรัย ประกาศขอบคุณน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องประชาชนที่ร่วมลงชื่อเพื่อยื่นถวายฎีกาให้  ถือเป็นความภาคภูมิใจยิ่งใหญ่ในชีวิตที่จะไม่มีวันลืมเลือน และอยากกลับเข้าไปช่วยตอบแทนคุณทำงานให้พี่น้องประชาชนแต่ก็ยังไม่สามารถกลับเข้าไปได้

 


 

 


ผ่านมา 10 ปี กลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร ซึ่งเริ่มต้นจากเครือข่ายนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตย ก่อนจะกลายเป็นม็อบการเมืองเคลื่อนไหวให้รื้อโครงสร้างสถาบันกษัตริย์ หรือที่หลายคนประเมินว่าไม่ต่างขบวนการล้มล้างสถาบันฯ  โดยมีกลุ่มการเมืองสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง และะมีเครือข่ายมวลชนคนเสื้อแดงยุคอดีตมาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง กำลังจะทำให้สิ่งเช่นเดียวกัน

 


โดยในวันที่ 8 พ.ย. 2563 กลุ่มมวลชนดังกล่าว นัดหมายรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมกำหนดประเด็นกิจกรรมว่าต้องการแสดงพลังความคิด ด้วยการทำจดหมายไปยื่นต่อสถาบันเบื้องสูง  ต่อข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ

1.พล.อ.ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป! 
2.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน 
3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่มีความหมายว่าทำให้ดีขึ้นและให้กลับมาอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ

 

 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อได้มีการชี้แจงในหลายรอบจากหลากหลายความเห็นและกระแสต้านอย่างมากในเรื่องการคุกคาม จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ แต่บุคคลเหล่านี้ยังไม่หยุดที่จะดำเนินการ ล่าสุด  นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี   ได้โพสต์แสดงความเห็นว่า    "เป็นอันว่าการจัดชุมนุมใหญ่วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้  ได้ป่าวประกาศว่าจะเป็นการถวายฎีกา  โดยให้ทุกคนเขียนฎีกากันเอง แต่กำหนดแนวว่า ต้องเขียนในลักษณะให้สถาบันอยู่ใต้รัฐธรรมนูญและจะให้ปรับปรุงอย่างไร #หลอกกันอีกแล้ว!!!!

 

 

1. นี่คือเล่ห์อุบาย หลอกให้ทุกคนเขียนด่าเจ้าหลอกให้ทำหลักฐานเป็นหนังสือผูกมัดตัวเองว่าผู้เขียนแต่ละคนทำความทำผิดกฎหมาย ดีไม่ดีจะหมดอนาคตไปเลย!!!
จะเขียนอะไรควรจะวังอย่าให้ผิดกฎหมายนะครับ
2. หลอกให้เขียนในแนวทางว่า ให้พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ  ทั้งที่ความจริงก็รู้ดีกันอยู่แล้วว่า พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ 2475 แล้ว หลอกกันดื้อๆเลยนะเนี่ย ในรัฐธรรมนูญ 2560 แก๊งนักร่างรัฐธรรมนูญได้ริดรอนพระราชอำนาจจนแทบจะเป็นตรายางอยู่แล้ว แม้กระทั่งฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะที่มีมาแต่เดิม ก็เหลือเพียงเป็นที่เคารพเท่านั้น*** แม้กระทั่ง สิทธิส่วนพระองค์ เช่นการนับถือศาสนาและการเขียนจดหมายหนังสือต่างๆ ก็ถูกลิดรอนจนสิ้น
3.  ใช้คำปฏิรูปสวยหรู แต่ที่ทำอยู่คือล้มล้างสถาบัน ดังนั้นจึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะปฏิรูปอะไรอย่างไร!!!
4. พวกหัวโจกล้มเจ้าตัวจริง หลบอยู่ในมุมมืด แต่หลอกให้ลูกหลานชาวบ้านออกหน้าว่าเป็นพวกล้มเจ้า หลอกให้เด็กเสียอนาคต แล้วจะได้จมหัวจมท้าย ตกเป็นเครื่องมือของขบวนล้มเจ้านั่นเอง
 
ทดสอบดูกันก็ได้!!! วิธีง่ายๆคือเรียกร้องให้บรรดาหัวโจกหัวขบวนทั้งหลายเปิดหน้าออกมานำม็อบ ให้เปิดตัวเอาครอบครัวญาติพี่น้องออกมานำม็อบด้วย มิฉะนั้นก็อย่ายอมเป็นเครื่องมือพวกลวงโลกอีกเลย!!!!พี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่าทุกวงการทั่วประเทศจะต้องช่วยเหลือนำลูกเด็กเล็กๆของเราออกจากฝูงกาเหว่ากลับบ้าน กลับคืนสู่อ้อมอกอันอบอุ่นของครอบครัวอย่างพร้อมเพรียงกัน!!!#เรามีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์เดียวกัน

 

 

 


 

>> Lazada ลดแหลก แจกกระจาย ถูกสุดในรอบปี! 11.11 ฟรีจัดส่ง ลดสูงสุด 90% <<


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ม็อบ  อานนท์ นำภา  ขบวนการล้มเจ้า  ไพศาล พืชมงคล  เพนกวิน  นปช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ