สาธิต เซกัล นักธุรกิจอินเดียหัวใจไทย เล่าความรู้สึกได้กราบทูลฯ ในหลวง-พระราชินี พร้อมน้อมรับคำตรัสตอบลึกซึ้ง

ความปลื้มปิตินี้ยังคงกรุ่นในหัวใจของคนไทยแทบทุกคนจริงๆ  สืบเนื่องจากในวโรกาสที่  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  และ  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ไปทรงเปลี่ยนเครื่องทรงฤดูฝน เป็นเครื่องทรงฤดูหนาวถวายพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง  จากนั้นได้เสด็จฯเยี่ยมราษฎรที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทรงโบกพระหัตถ์ แย้มพระสรวล และมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรอย่างใกล้ชิด

 


 


ล่าสุด  "สาธิต เซกัล"  นักธุรกิจสิ่งพิมพ์ชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความ บอกเล่าความรู้สึกในโอกาสเป็นหนึ่งในพสกนิกร ที่มีโอกาสเฝ้าละอองธุลีพระบาท  ว่า  "ด้วยพระมหากรุณาธิคุณผมได้มีโอกาสรับเสด็จและช่วงที่พระองค์เสด็จผ่านที่ซึ่งผมนั่งรอรับเสด็จอยู่พร้อมกับพสกนิกรจำนวนมาก  ผมก็ได้มีโอกาสกราบทูลกับพระองค์ว่า " ประเทศไทยอยู่รอดมาได้เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ " 

พระองค์ทรงตรัสว่า "ขอให้ฝากบอกเด็กๆด้วย"ผมรู้สึกได้เลยว่าพระองค์ทรงเป็นห่วงและทรงรักเด็กๆมาก และในช่วงนั้นผมได้ทูลถวายเต่าซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนนาน และความก้าวหน้าในชีวิตเพราะเต่าไม่มีการถอยหลังมีแต่ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งพระองค์ก็ได้รับด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เองการได้เฝ้ารับเสด็จในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเกียรติประวัติสำหรับตัวผมเองและครอบครัวที่มาอาศัยแผ่นดินไทยเป็นเวลาเกือบร้อยปีแล้ว

 


 

11.11 ฟรีจัดส่ง >>ลดแหลก แจกกระจาย ถูกสุดในรอบปี! พร้อมแจกคูปองส่วนลดอีกมากมาย


 

 

ทั้งนี้ครั้งหนึ่ง  นายสาธิต เซกัล  ได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตว่า  ครอบครัวอพยพมาจากอินเดียเมื่อปี ค.ศ.1932  ในยุคที่ยังเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ  โดยคุณลุงของผมตัดสินใจเดินทางมาด้วยคำชวนของเพื่อนที่ว่า ไปทำงานหากินที่ประเทศสยามดีกว่า “กษัตริย์ท่านใจบุญ ทรงดูแลประชาชนอย่างดี และต้อนรับชาวต่างชาติ” คุณลุงเริ่มทำงานรับจ้างได้เงินเดือน 200 บาท จนสามารถสร้างฐานะเป็นพ่อค้าผ้าชาวอินเดียรายใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 จึงชวนพ่อแม่ ผม และน้องชาย มาอยู่ประเทศสยามในปี ค.ศ.1947

 

ฉะนั้นคุณลุงกับคุณพ่อจะสอนผมเสมอว่า ต้องไม่ลืมบุญคุณแผ่นดินไทยและบุญคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่พวกเราไม่ลำบากและเหน็ดเหนื่อยเหมือนตอนอยู่ที่อินเดียก็เพราะพระองค์คนส่วนใหญ่คิดว่าผมเป็นอัครเศรษฐี แต่ชีวิตผมที่อยู่กับคุณแม่สองคน ไม่ต้องการอะไรมากมาย อยู่แบบง่ายๆ สบายๆ ไม่เที่ยว ไม่ชอบสังคมหรูหรา ติดดิน รถของผมใช้มา 22 ปีแล้ว เพราะผมน้อมนำพระบรมราโชวาทเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ ถ้าสังคมไทยนำเศรษฐกิจพอเพียงของท่านมาใช้ ปัญหาครึ่งหนึ่งจะหายไป  ซึ่งปัญหาใหญ่ที่สุดคือ ความยากจนของประชาชน วันนี้ชาวบ้านส่วนหนึ่งแทนที่จะนำคำสอนนี้ไปปฏิบัติ กลับหลงในสิ่งผิด นำเงินไปซื้อสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นในชีวิต


"ผมทำกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เริ่มจากซื้อพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สั่งทำสติ๊กเกอร์ “เรารักในหลวง” เป็นหมื่นๆ ใบ แล้วเดินแจกตามสถานที่ที่มีการชุมนุม ผมทำคนเดียวเงียบๆ ไม่ต้องการดังหรือมีชื่อเสียง แต่สิ่งที่ผมได้รับคือความภูมิใจที่มีส่วนในการจุดประกายความรัก เคารพ และเทิดทูนสถาบันที่มีอยู่ในจิตใจของคนไทยส่วนใหญ่แต่ไม่แสดงออก "


ถ้าเราไม่บอกหรือแสดงออกกับพ่อแม่ว่าเรารัก แล้วท่านจะรู้ไหม ผมมาจากประเทศอินเดียที่มีกษัตริย์เป็นร้อยๆพระองค์ ผมศึกษาประวัติของกษัตริย์ทั่วโลกทั้งอดีตและปัจจุบัน ทำให้ผมรู้ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ”พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” รัชกาลที่ 9 เพราะทรงมีแต่ให้ ตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ทรงเหน็ดเหนื่อยกับประชาชนไทยมาตลอด เสด็จพระราชดำเนินไปช่วยเหลือประชาชนทั้งเหนือ อีสาน ใต้ แล้วเสด็จแปรพระราชฐานเป็นเดือนๆเพื่อหาทางสร้างอาชีพให้ชาวบ้านมีรายได้  สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกเสมอว่า ไม่มีกษัตริย์ไหนในโลกนี้ที่ดีเท่ากับ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9″

 

 

ขณะที่เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2557  นายสาธิต  ถูกคำสั่งศูนย์รักษาความสงบ(ศอศ.)เพิกถอนถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร และให้ออกนอกราชอาณาจักรเนื่องจากได้ร่วมชุมนุม กปปส.ปิดสถานที่ราชการ ต่อมานายสาธิต ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตผอ.ศรส. และคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง เป็นจำเลยที่ 1-3 ฐานละเมิด และศาลแพ่งมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่ง ศรส.


โดยนายสาธิต กล่าวภายหลังศาลแพ่งมีคำสั่งว่าว่า   ขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรม  ซึ่งตนเชื่อมั่นในระบบศาลมาตั้งแต่อยู่ในแผ่นดินไทย  ตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทยก็คิดแต่เพียงว่า จะทำอย่างไรเพื่อตอบแทนบุญคุณในหลวงและแผ่นดินไทย การกระทำของตนไม่มีนอกมีใน ตนไม่ใช่แกนนำกลุ่มกปปส. แต่สิ่งที่กระทำเพื่อให้คนไทยภูมิใจและเทิดทูนสถาบัน ซึ่งครั้งแรกที่มีคำสั่งและถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อสังคมและชาติรู้สึกงง ทั้งที่ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาตลอดและยังเคยได้รับเกียรติให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีด้วย 1 สมัย

 

Lazada ลดแหลก แจกกระจาย ถูกสุดในรอบปี! 11.11 ฟรีจัดส่ง ลดสูงสุด 90%


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : สาธิต เซกัล  จงรักภักดี  ในหลวง 

ติดตามข่าวอื่นๆ