รองฯวิษณุ แจงเงื่อนไขรธน.กลางสภา ไล่นายกฯแล้วทำงัยต่อ ปฏิรูปสถาบันฯคืออะไรอยากรู้

ไฮไลต์การประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่ออภิปรายทั่วไปตามมาตรา 165   วันแรกตามข้อเสนอของรัฐบาล เรื่องการร่วมหาทางออกประเทศ   จากการชุมนุมทางการเมือง ช่วงหนึ่งการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  กล่าวชี้แจงว่า   จากข้อมูลอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  และ ข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา  ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องพูดให้ทุกคนเข้าใจว่า    รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจในทุกเรื่อง และต้องการเร่งแก้ปัญหาโดยเร็วที่สุด 
 

อาทิ ที่ผ่านมาได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายและศึกษารัฐธรรมนูญแล้วว่า   หากกรณีนายกรัฐมนตรีลาออก จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากนายกรัฐมนตรีลาออก คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะตามมาตรา 167 (1) และต้องมี คณะรัฐมนตรีรักษาการณ์จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และจะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากรัฐสภาโดยต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา จะอาศัยเสียงส.ส.ไม่ว่าจะพรรคข้างใดข้างหนึ่ง ก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ต้องมีเสียง ส.ว.ด้วย

 

 

รวมถึงก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้มีการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว  สำหรับแนวทางการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ  โดยรัฐสภาจะเร่งพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จวาระที่ 3  ภายในเดือนธันวาคมนี้ และสัปดาห์หน้า รัฐบาลจะเสนอร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มายังสภาผู้แทนราษฎร


"ส่วนการยุบสภาก็จะทำให้สมาชิกภาพของ ส.ส.ทุกคนสิ้นสุดลง ผมจึงไม่แน่ใจว่าต้องการเช่นนี้กันหรือไม่ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากยังไม่เข้าใจจะมอบหมายให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจง"
 


ทางด้าน   นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี   ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า    การเสนอญัตติเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ   เป็นการเสนอตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ที่บัญญัติว่าเมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นว่ามีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน   สามารถขอเปิดอภิปรายทั่วไปในเรื่องนั้นได้ ซึ่งญัตติไม่ได้มี 3 ข้อ และไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลถาม แต่เป็นลำดับความเป็นมาของเรื่องต่างๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น   หากรัฐบาลไม่อธิบายความเป็นมาหรือข้อเท็จจริง สมาชิกรัฐสภาก็จะเกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดรัฐบาล จึงมาขอรับฟังความเห็น ทั้งหมดจึงเป็นเพียงลำดับข้อเท็จจริงเท่านั้น ดังนั้นสมาชิกจะอภิปรายเรื่องใดอย่างไรก็ได้

"ถ้าฟังจากการชุมนุมช่วง 10-20 วันที่ผ่านมา คงจะประมวลข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เกี่ยวพันกับรัฐบาลได้ประมาณ 6-7 ข้อ ส่วนข้อเรียกอื่นๆ ที่มีการขอให้คืนอิสรภาพให้ฮ่องกงนั้น ก็หมดปัญญาที่รัฐบาลจะไปทำอะไรได้ โดยข้อ 1.การเรียกร้องให้เปิดสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งขณะนี้ได้เปิดประชุมแล้ว 2.ขอให้มีการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งขณะนี้ยกเลิกแล้ว 3.ขอให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะฉบับไอลอร์ตอนนี้เข้าสภาแล้วและนายกฯ ได้ชี้แจงแล้ว ซึ่งหากเปิดสภาสมัยสามัญ ก็สามารถนำมาพิจารณาได้ รวมถึงฉบับไอลอร์ด้วย 

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร   กราบเรียนซ้ำอีกครั้งว่า หากย้อนไปเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่มีการเชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐธรรมนูญและรัฐมนตรีอีกหลายคน เพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเป็นข้อเสนอที่กำลังเดินทางไปสู่จุดหมาย ส่วนที่เหลือเพียงอีก 3 ข้อ คือ 4.ขอให้ยุบสภา ซึ่งก็ต้องถามว่า สภามีความผิดอะไร จึงต้องยุบสภา แต่ถ้าเป็นความประสงค์ หรือเจตนารมณ์นายกฯ ก็คงจะได้หารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป 5.ข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกนั้น แล้วจะหานายกรัฐมนตรีคนใหม่  มาจากไหน ด้วยขั้นตอนใด ซึ่งจะอยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และ 6.การปฏิรูปสถาบันฯ คืออะไร รัฐบาลไม่ทราบ จึงอยากฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภาเหมือนกัน


"เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ก่อนประชุม ครม. นายกฯ ได้เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค และรัฐมนตรี 10 กว่าคน หารือว่าร่างรัฐธรรมนูญควรเดินหน้าต่อไปโดยเร็ว มีคนถามว่าจะส่งสัญญาณไปถึง ส.ว.และฝ่ายค้านอย่างไรได้บ้าง นายกก็บอกว่าสัญญาณก็ไปอยู่ดี แต่ถ้าจะเรียกหรือเชิญคงไม่เหมาะสม และความจริงสื่อมวลชนหลายที่เสนอไปแล้วว่า นายกฯ ได้ส่งสัญญาณอย่างไรไปยังพรรคร่วมรัฐบาลในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ นายกฯ ได้ให้ผมทำไทม์ไลน์การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าตามกฏหมายจะเดินอย่างไร นับแต่ที่เปิดสภาสมัยที่สอง ส่วนเหตุแทรกซ้อนไม่อาจคาดคิด เมื่อเปิดสมัยประชุมในเดือน พ.ย.ก็รับหลักการวาระที่หนึ่ง ตั้งคณะ กมธ. ส่วนสภาจะตั้ง กมธ.เต็มสภาหรือไม่ก็แล้วแต่" 

 

>> Hot Sale ลาซาด้า ยกขบวนสินค้า ลดกระหน่ำทุกรายการ สูงสุด 90% <<

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ม็อบ  วิษณุ เครืองาม 

ติดตามข่าวอื่นๆ