พลิกหลายตลบ!!??"โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์"ออกแถลงการณ์ หลังครูจุ๋ม โบ้ยแรง โรงเรียนบังคับให้แจ้งความผู้ปกครอง

จากกรณี ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายความของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ อย่างเป็นทางการ และได้พา น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือครูจุ๋ม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายชาญวิทย์ น้อยสุขยิ่ง และภรรยา ผู้ปกครองของน้องเสือ ที่เข้าทำร้ายร่างกายครูจุ๋ม หลังเห็นภาพวงจรปิดที่ลูกถูกทำร้าย
 

ต่อมา ทนายเดชา ได้ชี้แจงผ่านเพจทนายคลายทุกข์ บอกว่า ได้รับการติดต่อจากผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ให้เป็นที่ปรึกษากฎหมาย ให้เข้ามาดูกรณีที่โรงเรียนถูกฟ้อง รวมถึงครูและพี่เลี้ยงที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายด้วย ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่คู่ความทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโจทก์หรือจำเลยต้องมีทนายความ และเป็นการทำตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายอื่น หากแฟนคลับจะเลิกติดตามก็ไม่เป็นไร

ขณะที่ ทนายนิด้า ก็ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กว่า พร้อมที่จะรับว่าความให้ผู้ปกครองที่โดนครูจุ๋มดำเนินคดี และคดีที่ฟ้องหากชี้แจงต่อศาลว่าเป็นการบันดาลโทสะก็ฟังขึ้น เพราะเมื่อเห็นคลิปแล้วด้วยความโมโหจึงเข้าไปทำร้ายพี่เลี้ยงจุ๋ม

 


ต่อมา ทนายเดชา เปิดใจผ่าน รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ว่า ที่ตนรับว่าความแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ เป็นที่ปรึกษาให้กับโรงเรียนในการต่อสู้คดี ทั้งประเด็นเรื่องของการรับผู้ไม่มีใบอนุญาตมาเป็นบุคลากร และกรณีครูพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายนักเรียน ทั้งทางแพ่ง อาญา และที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนเข้าไปดูในโรงเรียนก็พบว่ามีการแก้ไขตามที่มีการเรียกร้องแล้ว ทั้งเรื่องกล้องวงจรปิด และกรณีใบอนุญาตต่าง ๆ

และอีกส่วนเป็นการรับปรึกษาให้กับครูจุ๋ม และครูพี่เลี้ยง รวม 13 คน ซึ่งแยกเป็นอีกส่วน ซึ่งในส่วนที่ครูถูกผู้ปกครองแจ้งความร้องทุกข์ ในส่วนของครูจุ๋ม ตนก็แนะนำให้รับสารภาพ ไม่ต้องมีข้อแก้ต่างใด ๆ แต่ในส่วนที่ครูจุ๋มถูกผู้ปกครองทำร้ายร่างกายในวันแถลงข่าว ก็เป็นสิทธิของครูจุ๋มที่จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี

โดยแนวทางการต่อสู้หลังจากนี้ ก็มีการวางแผนไว้แล้ว รวมถึงประเด็นของโรงเรียนที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพนั้น พบว่าไม่ได้มีเฉพาะโรงเรียนแห่งนี้ แต่หลายแห่งก็ไม่มี อยู่ระหว่างศึกษาเกี่ยวกับการผ่อนผันที่พบว่ามีมานาน ส่วนกรณีครูที่ถูกกล่าวหา หากคนใดความผิดชัดเจนก็ว่าไปตามกระบวนการขั้นตอน แต่ตนมองว่ามีบางคนก็ถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม อย่างกรณีการถูกกล่าวหาว่า งดเว้นไม่กระทำหน้าที่ดูแลคุ้มครองเด็ก ๆ ซึ่งต้องมาดูที่พยานหลักฐาน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโจทก์หรือจำเลย ล้วนแต่ต้องมีทนายความช่วยว่าความ ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคดี แม้แต่แพทย์ก็ยังต้องรักษาคนร้าย เช่นเดียวกับทนายความ ที่เมื่อมีการติดต่อมาก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ ซึ่งตนไม่ได้รับความมาเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือเปลี่ยนดำให้เป็นขาว เพียงแต่อะไรผิดก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน และการที่ถูกต่อว่าในเพจเฟซบุ๊กตนไม่กลัวอะไร

รวมถึงที่มีการกล่าวหาว่าตนเองรับงานเพราะต้องการเงินนั้น ไม่ใช่ปัจจัยหลัก เพราะตนมีฐานะทางการเงิน แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อทางโรงเรียนติดต่อมาแล้วตนไม่รับค่าจ้าง เพราะทนายความเอกชน ว่าความโดยไม่รับค่าจ้างไม่ได้ เพราะผิดมรรยาททนายความ ซึ่งจากกรณีที่มีทนายความหญิงออกมาบอกว่าจะว่าความให้นั้น หากไม่รับ ก็ถือว่าผิดมรรยาททนายความ

นอกจากนี้ ทนายเดชา ยังเปิดเผยอีกว่า ครูแพรว ครูอิง จะยังไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์ ตามที่เคยแจ้งกับพนักงานสอบสวนไว้ เนื่องจากมีความเครียดและกังวลใจ จึงรอเดินทางมาพร้อมกับตนภายในอาทิตย์นี้ ซึ่งครู พี่เลี้ยง ที่ปรากฏในคลิปนั้นไม่ได้มีความเลวร้ายหมดทุกคน จะต้องดูบริบทในขณะเกิดเหตุด้วย โดยเฉพาะครูอิง ที่มีภาพในกล้องวงจรปิดว่าเอาเข่ายันเด็ก และใช้ถุงดำครอบเด็กนั้น ในความเป็นจริงไม่ได้เอาเด็กใส่ถุงดำ แต่เพียงแค่เอามาครอบเพื่อหยอกล้อเท่านั้น

 

ด้าน ดร.สุทธิพงศ์ ยงค์กมล ผู้บริหารระดับสูงโรงเรียนในเครือสารสาสน์ เปิดเผยถึงประเด็น ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายความของโรงเรียนในเครือสารสาสน์ นอกจากนี้ ทนายเดชา ยังได้พา น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ จุ๋ม ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ปกครองของน้องเสือ ที่ทำร้ายร่างกายอดีตพี่เลี้ยงจุ๋ม ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงการรับเป็นทนายความดังกล่าว

ดร.พิสุทธิ์ ยงค์กมล ปฏิเสธ ตั้งทนายเดชาเป็นทนายความประจำเครือสารสาสน์ เพื่อต่อสู้คดีกับผู้ปกครอง ระบุทนายเดชาเข้ามาช่วยอุดรอยรั่วปมปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยครู ให้ปรึกษาข้อกฎหมาย ถ้าครูผิดก็หาทางแก้ไขเยียวยา จัดการดำเนินการให้ถูกต้อง การที่มีทนายเดชาเข้ามา เราไม่ต้องการต่อต้านหรือต่อสู้

พร้อมระบุว่า "ยืนยันโรงเรียนไม่ต้องการแก้ตัว ถ้าครูผิดก็ว่าไปตามกระบวนการ หากมีเรื่องใดที่เป็นข้อผิดพลาด ทางโรงเรียนก็จะฟังข้อมูลจากทนายเดชา เพื่อนำไปสู่การแก้ไข เราได้รับคำแนะนำว่าครูห้ามหันหลังให้กับเด็ก เราไม่ได้ต้องการตั้งทนายเดชา ขึ้นมาเพื่อต่อสู้คดี เพราะมันไม่ได้ประโยชน์ และจะทำให้ปัญหาไม่จบ ที่สำคัญจะเป็นการทำร้ายเด็กนักเรียน"

 

ขณะที่  แม่น้องรีวิว เข้าแจ้งความครูจุ๋มอีก แต่แล้วเมื่อแม่น้องรีวิว กำลังแจ้งความกับพนักงานสอบสวนอยู่นั้น ครูจุ๋ม ได้โทรศัพท์เข้ามาหาแม่น้องรีวิว พร้อมพูดคุยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดว่า เรื่องที่ตนแจ้งความคุณพ่อน้องเสือกลับนั้น จริง ๆ แล้วตนไม่ได้อยากแจ้งความ ถ้าจะแจ้งความคงแจ้งไปนานแล้ว แต่ทางโรงเรียนบีบบังคับให้ตนแจ้งความกลับ ทางตนรู้สึกผิดที่ทำให้โรงเรียนเสียหาย จึงปฏิเสธอะไรทางโรงเรียนมากไม่ได้ ที่ผ่านมาตนเงียบมาตลอด จนทางโรงเรียนก็ติดต่อมาว่าให้เข้าไปหา เข้าไปขอโทษผู้ใหญ่ทางโรงเรียน ทางโรงเรียนก็เรียกทนายเดชามาคุย ก่อนมาให้ปากคำกับตำรวจ และตนสาบานว่า ไม่เคยทำร้ายน้องรีวิวแม้แต่ครั้งเดียว 

ครูจุ๋ม กล่าวต่อว่า ตนอยากขอโทษจากใจจริง ถ้าแม่น้องริวิวพร้อมที่จะให้ตนเข้าไปขอโทษ ตนก็พร้อมที่จะเข้ามากราบขอโทษได้ แต่ไม่รู้จะผู้ปกครองทุกคนให้อภัยตนหรือไม่ ที่ตนโทรฯมาอยากฝากพ่อน้องเสือว่า ก่อนหน้านี้ตนเจอหลายอย่าง แต่ตอนนี้ทางโรงเรียนปล่อยตนแล้ว ขาดการติดต่อไปแล้ว ตนยังคิดว่าถ้าตนถอนแจ้งความจะมีใครรู้หรือไม่ ตอนนี้ตนน้ำท่วมปากพูดอะไรมากไม่ได้ ปฏิเสธอะไรไม่ได้ คุยกับครูพี่เลี้ยงคนอื่นที่โดนดำเนินคดีเหมือนกันว่า โรงเรียนจะให้เป็นแพะแทนหรือไม่ แต่ตนพูดกับใครไม่ได้ ต้องทำเพื่อโรงเรียน เพราะทำให้โรงเรียนเสียหาย

ครูจุ๋ม กล่าวด้วยว่า ตนเครียดมากและโดนโรงเรียนบีบมาก โรงเรียนให้บอกว่า ถ้ามีคนมาถามให้บอกว่าโรงเรียนไม่ได้ช่วย ตนปรึกษาทนายเอง ตนยอมรับ ตนอยากให้เด็กมีระเบียบ แต่ตนมีความรุนแรง และรู้ว่ามันคือการทำโทษที่ผิดวิธี รู้ตัวว่าผิด และรับผิดทุกอย่าง ตนไม่อยากให้โรงเรียนมาเกี่ยวข้องกับตนแล้ว ตนอยากออกมาไกล ๆ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับที่นั่นแล้ว ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง รู้แค่ทางโรงเรียนให้ดำเนินคดีกับพ่อน้องเสือ ทุกคนก็มองว่า ทำไมตนต้องมาแจ้งความทั้งที่ตนไม่ได้อยากแจ้งความเลยจริงๆ

 

 

ล่าสุด ทางโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ครูจุ๋ม ว่า ไม่ได้บังคับให้แจ้งความกลับ พร้อมเตรียมดำเนินคดี หากพบว่าครูจุ๋มบิดเบือน แถลงการณ์ดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้ 

ขอแถลงการณ์ในนามของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์
1. การเข้ามาของทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ นั้น เพื่อให้ความเห็นทางด้าน กม.เบื้องต้นเพื่อระงับ ข้อพิพาท และเยียวยาระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองเท่านั้น
2. โรงเรียนมิได้ต้องการต่อสู้กับผู้ปกครอง หรือปฏิเสธความรับผิดชอบต่อนักเรียนและผู้ปกครอง แต่ประการใด และยังคงยืนยันเจตนารมณ์ตามมาตรการบันทึกข้อตกลงระหว่างโรงเรียนกับ กระทรวงศึกษาธิการ ณ สํานักคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563 และโรงเรียนจะแจ้งความคืบหน้าการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวให้สาธารณชนทราบต่อไป
3. โรงเรียนขอปฏิเสธข่าวการบังคับให้ นางอรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ พี่เลี้ยงจุม แจ้งความต่อผู้ปกครอง และไม่เคยมีเจตนาดังที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมกับขอสงวนสิทธิ์ดําเนินคดี หากสอบสวนแล้วพบว่า นางอรอุมา ปลอดโปร่ง ให้ข้อมูลบิดเบือน

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : จุ๋ม  รร.สารสาสน์  บีบบังคับ  คดีพลิก  แจ้งความ 

ติดตามข่าวอื่นๆ