นางงามนักสู้ "ซามีน่า" บ้านจน ถูกบูลลี่ ชีวิตไม่มีต้นทุน ต้องเด็ดผักบุ้งต้มเกลือกินกับแม่2คน

เรียกได้ว่าเป็นนางงามผิวสีที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งบนเวทีประกวด มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 สำหรับ ซามีน่า สิริลักษณ์ ทรงศรี ซึ่งแม้ภาพที่เห็นเธอจะพกความมั่นใจมาเต็มกระบุง แต่อีกด้านหนึ่งชีวิตเธอกลับไม่มีต้นทุน วัยเด็กสุดลำบาก ยากจน ไม่มีเงินติดตัว ต้องรับจ้างล้างจานหาเงินส่งตัวเองเรียน เด็ดผักบุ้งต้มเกลือกิน เธอเผยว่าการขึ้นเวทีประกวดในครั้งนี้เป็นความฝัน ไม่ได้หวังให้ใครต้องมาซัปพอร์ต แต่อยากให้ทุกคนเห็นว่าเธอเจ๋งที่มาถึงจุดนี้ได้ และเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆ อีกหลายคน 

“มาถึงรอบ 30 คน รู้สึกดีใจค่ะ เพราะว่าตอนแรกแอบกังวล ปีนี้คนที่เข้ามาในรอบ 100 คน มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์มีศักยภาพหมดเลย ทุกคนไม่มีใครช็อตไมค์เลยเพราะฉะนั้นที่ตรงนี้มันเลยค่อนข้างแคบ จะเป็นใครก็ได้ใน 100 คน ที่เหลือ 30 คน แต่พอสุดท้ายเราเข้ามาได้ก็แฮปปี้ค่ะ”

ลั่นถึงเป็นนางงามผิวสีที่ถูกเลือก แต่มั่นใจมีศักยภาพ
“มีหลายกระแสหลายคนจากที่หนูเคยเจอมาก็จะพูดว่าที่เขาให้เข้า 30 คน ก็จะเอามาแค่เป็นกระแส แต่ ณ จุดนี้หลายคนคงรู้แล้วว่าหนูมีศักยภาพ พกความมั่นใจ 200% เลยค่ะ หนูรู้สึกว่าที่หนูมั่นใจน่าจะเป็นสกิลในการพูด เพราะหนูเป็นคนอ่านหนังสือเยอะ มันจะมีชุดคำพูดว่ามันติดมากับเรา หนูสามารถคิดคำพูดได้เร็ว จะขมวดและรวบคำ หลักๆ คือหนูเรียนกฎหมาย และจะมีเรื่องของการประมวลกฏหมายมาด้วยค่ะ หนูเรียนจบนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงค่ะ”

 


 

รับเป็นลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน-อเมริกา ไม่เคยเห็นหน้าพ่อ
“หนูเป็นลูกครึ่งไทย-แอฟริกัน-อเมริกันค่ะ แม่ไทย พ่อเป็นแอฟริกัน-อเมริกัน หนูไม่ได้ติดต่อพ่อเลยค่ะ ไม่เคยเห็นหน้า ตั้งแต่มีหนูก็คือขาดการติดต่อไปเลย แยกกันตั้งแต่เด็กไหม ไม่รู้เลยค่ะ ไม่เคยเจอหน้ากันเลย แล้วหนูก็ไม่ได้ถามเรื่องคุณพ่อกับแม่เลย เพราะว่าอย่างที่บอกแม่ค่อนข้างเข้มแข็งมาก เลี้ยงหนูแบบเต็มที่มาก ถึงแม้มันจะค่อนข้างยากลำบาก แต่เขาไม่ได้ทำให้หนูรู้สึกว่าบกพร่องในเรื่องของพ่อ หนูก็เลยไม่ได้ถามตรงนั้น และอีกอย่างก็รู้สึกว่า ถ้าเขาอยากจะเล่า เขาคงเล่าเอง หนูมีพี่น้อง 4 คน มีพี่สาว พี่ชาย แล้วก็หนู และน้องสาวค่ะ แต่ซามีน่าเป็นผิวสีคนเดียว”

ไม่เคยคิดอยากตามหาคุณพ่อ อยู่ตรงนี้ก็มีความสุข
“ไม่นะคะ หนูอยู่ตรงนี้หนูมีความสุขดี แต่ถ้าวันหนึ่งมีโอกาสได้เจอก็อยากรู้แหละ เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเรา เราก็อยากรู้ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร ทัศนคติเขาเป็นอย่างไร วิธีการพูด วิธีการคิดเขาเป็นอย่างไร ก็อยากทำความรู้จักเหมือนกัน คือหนูไม่ได้รู้มาตั้งแต่แรก แม่มาบอกตอนหนูอายุ 15 ปี ว่าพ่อแม่แยกทางกัน เธอมีพ่อ หนูเลยชินกับการที่ไม่ได้พูดถึงพ่อ และไม่ได้รู้สึกว่าต้องเจอหรืออะไร แต่ถ้ามีโอกาสได้เจอหนูอยากเจออยู่แล้ว ถามว่าอยากใช้ตรงนี้ตามหาพ่อไหม ถ้ามันเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ทำให้ได้เจอกัน หนูก็คิดว่าเป็นทิศทางที่ดีนะคะ เพราะอย่างน้อยที่สุดเราก็อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร”

ชีวิตวัยเด็กอยู่ชนบท แต่มีความสุข
“หนูอยู่กับแม่ที่จังหวัดสระบุรีค่ะ เรียนโรงเรียนออกแนวชนบทหน่อย แต่ก็มีความสุขนะคะ การเดินทางอาจจะยากลำบาก ไกลนิดนึง แต่ว่าอย่างอื่นก็ไม่ได้มีอุปสรรค หนูใช้ชีวิตปกติเลย เช้าก็ตื่นไปให้ทันรถโดยสารรอบ 6 โมงตรง ถ้าพลาดรอบนี้หนูจะไปสาย เพราะฉะนั้นต้องตื่นให้ทันรอบนี้ทุกๆ วัน นั่งรถโดยสารประมาณ 7-10 กิโลฯ ไป-กลับโรงเรียน แล้วบวกกับตอนที่หนูเรียน หนูชอบทำกิจกรรมมาก หลังเลิกเรียนหรือพักกลางวันก็จะใช้เวลาทำกิจกรรม”
 


ถูกบูลลี่มาตั้งแต่เด็ก แต่ได้ความมั่นใจจากแม่ ไม่สู้ ไม่สตรอง แม่จะตีซ้ำ
“หนูเป็นคนมั่นใจแบบนี้มานานแล้วค่ะ มันเกิดจากแม่ คือตอนแรกที่หนูไปโรงเรียนวันแรก วันนั้นหนูโดนล้อที่โรงเรียนหนักมาก แล้วกลับมาหาแม่และบอกเขาว่า หนูไม่อยากไปโรงเรียนเลย มันไม่สนุก มีแต่คนว่าหนู เขาว่าทุกอย่างเลย แต่ตอนนั้นหนูไม่ได้โกรธนะ แต่หนูไม่เข้าใจ เพราะหนูเห็นคนไทยที่ผิวคล้ำเท่าหนูหรือมากกว่าหนู แต่ก็ยังมีคนมาล้อหนูว่าผิวดำ หนูเห็นคนที่ผมหยิกเท่าหนู แต่ก็ยังล้อหนูว่าผมหยอง หนูก็เลยไม่เข้าใจว่าเรากับคุณต่างกันอย่างไร ตอนเด็กเราไม่เข้าใจเรื่องเชื้อชาติ เลยจะงงๆ มากกว่า แต่พอโดนอย่างนี้ทุกวันเลยไม่โอเค

พอโดนล้อหนูเลยกลับมาคุยกับแม่ว่าไม่โอเคเลย แม่เลยพูดว่าเอาอย่างนี้ ถ้าไปแล้วโดนแกล้ง โดนว่าแล้วไม่สู้ เธอคาดหวังอะไร แบบไม่สู้เองแล้วรอให้ใครช่วย เขาก็เลยบอกว่าถ้าวันไหนกลับมาแล้วโดนแกล้ง เขาจะตีซ้ำเท่าจำนวนที่โดนมา หมายความว่าเขาสอนให้เราต้องสู้ตั้งแต่เด็กค่ะ”

มั่นใจสวยตั้งแต่เด็ก
“หนูไม่ได้มีปัญหากับรูปร่างหน้าตาตัวเองนะ หนูออกจะภูมิใจด้วยซ้ำ หนูรู้สึกว่าตัวเองสวยตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ได้รู้สึกว่าหน้าหนูมันแย่หรืออัปลักษณ์ แล้วหนูภูมิใจของหนูมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งพอแม่มาพูดอย่างนี้ ยิ่งทำให้หนูมีความมั่นใจไปอีก ครอบครัวเป็นสถาบันที่เล็กที่สุดและอบอุ่นที่สุดสำหรับหนู พี่น้องหนูถึงจะเป็นเอเชีย แต่ทุกคนในบ้านไม่เคยพูดหรือล้อหนูเรื่องสีผิวแม้แต่ครั้งเดียว หนำซ้ำเขาออกรับหนูแทนด้วย คนกลุ่มนี้คือคนที่ซัปพอร์ตหนูและดูแลหนูมากที่สุด ครอบครัวมันก็เลยดีมั้งคะ ส่งให้หนูมั่นใจไปเรื่อยๆ ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้”

 

 

 

 

 

 


 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
เจนจิรา หนองแสง

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : บันเทิง 

ติดตามข่าวอื่นๆ