เมียนมาเริ่มวิกฤต พบป่วยโควิดพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ซ้ำร้ายมีผู้ฝ่าเคอร์ฟิวเกือบครึ่งพัน

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ประเทศเมียนมาเกิดการระบาดขึ้นอย่างหนัก ซึ่งล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขและกีฬาของเมียนมารายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มอีก 264 ราย ในช่วงเช้าวันจันทร์ (21 ก.ย. 2563) ส่งผลให้ขณะนี้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 5,805 ราย ขณะเดียวกันเมียนมาพบผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มอีก 2 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยเสียชีวิตในประเทศรวมอยู่ที่ 94 ราย

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาออกคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน โดยคำสั่งดังกล่าวบังคับใช้กับประชาชนทุกเขตของภูมิภาคย่างกุ้ง ยกเว้นเขต Cocokyun เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนี้เมียนมามีผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจากโรงพยาบาลเป็นจำนวน 1,260 รายแล้ว

 

ด้านสื่อรัฐบาลเมียนมาอ้างกองกำลังตำรวจเมียนมา (Myanmar Police Force) รายงานว่าเมียนมาได้จับกุมผู้ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด ซึ่งบังคับใช้ในบางรัฐและภูมิภาคของประเทศ รวม 444 ราย ในระยะเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

 

โดยตามรายงานระบุว่าผู้กระทำผิดทั้งหมดถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา ฐานฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด ขณะเดียวกันเมียนมายังจับกุมผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะทั้งหมด 205 ราย ภายใต้กฎหมายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อของประเทศ

 

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

 

 


ฝ่ายคณะกรรมการกลางด้านการป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของประเทศ ได้ออกคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถานในยามวิกาลในบางรัฐและภูมิภาค ซึ่งครอบคลุมภูมิภาคย่างกุ้ง เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19 ปัจจุบันบางเขตพื้นที่ของภูมิภาคย่างกุ้งกำลังอยู่ภายใต้คำสั่งอยู่แต่บ้าน เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 16.37 น. ตามเวลาประเทศไทยระบุว่า ยอดสะสมผู้เสียชีวิตทั่วโลกพุ่งไปถึง 31,259,780 ราย เสียชีวิตแล้ว 965,328 ราย และรักษาหายเพียงแค่ 22,843,618 ราย  

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ไวรัสโคโรนา 2019  เชื้อไวรัสโควิด-19 

ติดตามข่าวอื่นๆ