"เพจเผือกประเด็นร้อน"เล่าจัดเต็ม Ep.2"สาวน้อยผู้ใช้เสียงหากิน จะรู้มั้ย ที่พ่อทิ้งไปตั้งแต่เด็ก เพราะกลับมาแล้วเจอแม่กำลังจ้ำจี้กับชู้ ช้ำใจ

ในเพจ ธราวุฒิ ขุดประเด็น โพสต์ข้อความระบุว่า สวัสดี ลูกเพจที่น่ารักทุกท่าน หลังจากที่แอดหายใจหายคอดื่มน้ำจนชุ่มคอแล้ว มา มา มา เหล่าบรรดาลูกเพจทั้งหลาย มากองรวมกันตรงนี้ แอดจะเล่านิทานก่อนนอนให้ฟัง
วันนี้ขอเสนอ #ตอนที่2 "ฟอนเฟะ ?!? ขุดวีรกรรมสาวคาราโอเกะ" จากเรื่องราวชีวิตของกุ๊กไก่สาวน้อยผู้ไร้เดียงสาในสายตาของใครหลายๆคน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่อย่างคิด 

#ความเดิมตอนที่แล้ว กุ๊กไก่ นอกจากจะมีนิสัยโกหก ปั้นน้ำเป็นตัวเป็นทุนเดิมแล้วนั้น เธอยังไม่เคยเกรงกลัวหรือละลายต่อการทำบาปแต่อย่างใด ยังคงมีเรื่องอื้อฉาวคาวโลกีย์โด่งดังไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ
ณ สถานที่แห่งหนึ่งนามว่า (ทุ่ง)ลาเวนเดอร์ เป็นบ้านที่เธออาศัยอยู่กับแม่บังเกิดเกล้าของเธอ บ้านหลังนี้นี่เองที่มีความทรงจำ สุดแสนจะโหดร้ายทิ้งไว้เป็นตราบาปให้ผู้ชายคนนึง ที่กุ๊กไก่เรียกเขาคนนั้นว่า"พ่อ"
และคนที่จะมาเปิดเผยความจริงทุกอย่าง นั่นคือป้าสมศรีหญิงสูงอายุ ผู้มีวาจาเป็นเอกลักษณ์ มีนิสัยเด็ดเดี่ยว ใจนักเลง ยิ่งกว่าผู้ชายอกสามศอกซะอีก เปิดฉากเล่าความจริงทั้งหมด ที่ต้องทนเห็นพฤติกรรมอันต่ำตมของแม่กุ๊กไก่ป้าสมศรีถอนหายใจเงือกใหญ่ และขอเวลาเคี้ยวหมากแป๊บ ทันใดนั้นป้าสมศรี ขากถุย...บ้วนน้ำหมาก... สีแดงก่ำเต็มพื้นทราย และอุทานเป็นภาษาท้องถิ่นว่า ฮายย!! แม่อิกุ๊กไก่ อุบาทเลี่ยมฉุ๊บ คนแถวนี้เขารู้กันฉาด

 

ป้าสมศรีเล่าด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า ที่กุ๊กไก่ไปบอกใครต่อใครว่าพ่อทิ้ง เรียกคะแนนความน่าสงสาร ว่าเป็นสาวน้อยผู้อาภัพนั้น เป็นเรื่องที่กุ๊กไก่แต่งขึ้น นิสัยโกหกนี้ไม่รู้ถ่ายทอดมาจากใคร (ป้าสมศรีพูดประหนึ่งคับแค้นใจ)
ป้าสมศรีเล่าอย่างออกรสต่อว่า ย้อนกลับไปเมื่อตอนที่พ่อของกุ๊กไก่กับแม่ของกุ๊กไก่ยังรักกันดี วันนั้นเป็นวันขึ้นแรม 2 ค่ำ เดือนแปด ปีจอ กุ๊กไก่อายุประมาณ 9 เดือน วัยกำลังซน น่ารักตามประสาเด็กผู้หญิงแก้มป่อง
ตอนนั้นพ่อของกุ๊กไก่มีอาชีพเล่นหนังตะลุง และมีคิวการแสดงที่จังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ พ่อของกุ๊กไก่แต่งตัวหล่อเฟี้ยว(สมัยนั้นพ่อของกุ๊กไก่ขึ้นชื่อว่าเป็นชายที่หล่อเลยทีเดียว แถวบ้านเรียกหล่อมาก)

สะพายกระเป๋าคู่ใจสีเขียวขี้ม้า เข้าไปหอมแก้มลูกสาวก็คือกุ๊กไก่ และจุมพิศเมียหนึ่งฟอดใหญ่ เพื่อเติมพลังก่อนไปเล่นหนังตะลุงที่เจ้าภาพกำลังรออยู่ พ่อของกุ๊กไก่ออกเดินทางด้วยรถไฟไปยังสถานที่จัดงาน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อพ่อของกุ๊กไก่ไปถึงสถานที่จัดงาน ฟ้าฝนกลับไม่เป็นใจตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา  ทำให้ทำการแสดงหนังตะลุงไม่ได้ เจ้าภาพจึงแจ้งยกเลิก ทุกคนเก็บของกลับที่พักที่เจ้าภาพจัดเตรียมไว้ให้ มีเพียงพ่อของกุ๊กไก่คนเดียวที่ขอตัวเดินทางกลับในคืนนั้น เพราะเป็นห่วงกุ๊กไก่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน

พ่อของกุ๊กไก่เดินทางกลับไปขึ้นรถไฟ เนื้อตัวเปียกปอน มือขวากำเงินจำนวน 80 บาทไว้แน่น เพราะเป็นเงินค่าจ้างที่เจ้าภาพจ่ายให้ หวังว่าจะนำเงินจำนวนนี้ไปให้เมียผู้เป็นที่รักยิ่ง เมื่อพ่อของกุ๊กไก่เดินทางมาถึงบ้าน กลับเห็นภาพบาดตาบาดใจ ภาพที่เห็นคือเมียผู้เป็นที่รักกำลังจู๋จี๋ดี๋ด๋ากับชายแปลกหน้า ซึ่งเป็นคนที่พ่อของกุ๊กไก่เคยระแคะระคายมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่เคยปริปากเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง

 


ทันใดนั้นแม่ของกุ๊กไก่ตกใจสะดุ้งโหยง ถึงกับหน้าถอดสี เนื้อตัวสั่นงันงก (สั่นเป็นเจ้าเข้า) เสมือนกำลังทำอะไรผิดอย่างใหญ่หลวง แล้วมีคนมาเจอแบบคาหนังคาเขา (ในใจพลันคิดขึ้นมาว่า ไหนบอกไปเล่นหนังตะลุง)แต่แล้วแม่ของกุ๊กไก่ก็สวมบทบาทตีบทแตกกระจุย รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง จากหน้าถอดสี ก็เปลี่ยนเป็นการยิ้มหวาน และเดินเข้าไปกอดพ่อของกุ๊กไก่เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและชายคนที่กำลังจู๋จี๋ดี๋ด๋ากับแม่ของกุ๊กไก่ ก็รีบเดินออกจากบ้านหลังนั้นในทันที แต่พ่อของกุ๊กไก่บอกว่าไม่ต้องรีบหรอก นั่งคุยกันก่อน รีบกลับไปไหน กินข้าวกินปลาหรือยัง สุดท้ายชายปริศนาคนนั้นก็ขอตัวกลับ ณ บัดดล โดยมีแม่ของกุ๊กไก่เดินไปส่งขึ้นรถสองแถวหน้าหมู่บ้าน พอแม่ของกุ๊กไก่ทำหน้าที่ส่งชายปริศนาคนนั้นเสร็จสิ้น จึงเดินกลับเข้ามาในบ้าน

และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อแม่ของกุ๊กไก่บอกกับพ่อของกุ๊กไก่ว่า ตั้งแต่วินาทีนี้ไปเราสองคนต่างคนต่างอยู่นะ เพราะฉันหมดรักคุณแล้ว (พูดง่ายๆคือเราเลิกกันเหอะ)จากประโยคนี้เองเสมือนฟ้าผ่าเปรี้ยง พ่อของกุ๊กไก่ แทบล้มทั้งยืน จึงตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าเดินทางกลับบ้านเกิด ระหว่างทางนั้นพ่อของกุ๊กไก่ร่ำไห้ปานจะขาดใจ ที่ต้องจำใจออกจากบ้านหลังนั้น ไม่ได้มีเจตนาจะทิ้งกุ๊กไก่ไว้กับแม่ เพียงแต่จะขอกลับไปรักษาแผลใจ จากสิ่งที่ไม่เคยเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับชีวิตของตน มันเหมือนตายทั้งเป็น เพราะคำว่าไว้ใจเพียงคำเดียว กลับทำให้ชีวิตคู่พังลงต่อหน้าต่อตา

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้จึงทำให้ชายหนุ่มผู้หล่อเหลา ปล่อยเนื้อปล่อยตัว สำมะเลเทเมา ดื่มเหล้าแทนน้ำทุกวัน ไม่เป็นผู้เป็นคน จนร่างกายทรุดโทรม เมื่อรู้ว่าที่ผ่านมาตนโดนสวมเขามาตลอด เรียกภาษาชาวบ้านว่า "เมียพี่มีชู้"และทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นคำบอกเล่าของป้าสมศรี ผู้ที่กุมความลับเรื่องนี้ไว้ เพราะที่ผ่านมาป้าสมศรีคนนี้แหละ ที่เห็นพฤติกรรมของแม่กุ๊กไก่มาโดยตลอด ในการเปลี่ยนชายไม่ซ้ำหน้าพอแยกทางกับพ่อของกุ๊กไก่ได้ไม่นาน แม่ของกุ๊กไก่ก็มีสามีใหม่ ก่อนจบบทสนทนา ป้าสมศรีทิ้งท้ายประโยคเด็ดว่า "คนผีไหรดอกท_ง"

ยัง ยัง ยัง ไม่จบ และป้าสมศรียังพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า แม่ของกุ๊กไก่ก็เคยเป็นอดีตนักร้องห้องอาหารมาก่อน จึงไม่แปลกใจที่ดีเอ็นเอบางอย่างของแม่ลูกคู่นี้จึงคล้ายคลึงกันปล.ค้างไว้แค่นี้ก่อนนะลูกเพจทั้งหลาย แอดต้องไปชงนมให้ลูกแล้ว ขอตัวละ แอดเมื่อยมือมาก ตอนที่ 3 จะมีมั้ย ลุ้น ลุ้น 

#นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การผิดศีลข้อ 3 ที่ว่าด้วยเรื่องการห้ามประพฤติผิดในกาม หรือ “กาเมสุมิจฉาจารา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ” จะต้องตกนรก โดยชดใช้กรรมด้วยการปีนต้นงิ้วที่มีหนามเป็นเหล็กแหลมพุ่งออกมาทิ่มแทงตัว มีอีกาปากเหล็กคอยไล่จิกจากด้านบน และมีสุนัขตัวใหญ่ไล่กัดจากด้านล่าง ซึ่งเป็นโทษทัณฑ์ที่เกิดจากการผิดผัว ผิดเมีย เป็นกิ๊ก เป็นมือที่สามนั่นเอง

ทั้งนี้ทีมแอดมินเพจธราวุฒิขุดประเด็น นำเสนอนิทานเรื่องนี้โดยสอดแทรกคติธรรมเตือนใจ โดยมุ่งหวังให้ผู้อ่านกระทำความดีและเว้นความชั่วย้ำ!! นิทานก็คือนิทาน มีเจตนาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น สำหรับผู้อ่านมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด ..."

#สาวทุกเรื่องให้สุด
#ขุดทุกประเด็นให้กระจ่าง

"ธราวุฒิ ขุดประเด็น"
 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : สาวคาราโอเกะ  นิทาน  ทิ้งลูกทิ้งเมีย  เล่นชู้ 

ติดตามข่าวอื่นๆ