คู่รักอายุ 21 อยู่ห้องเช่ามาตลอด ตัดสินใจซื้อบ้านในยุคโควิด ไม่มีแม้แต่สลิปเงินเดือน พร้อมบอกวิธีซื้อให้อย่างละเอียด

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Patcha Pwk ได้โพสต์ข้อความและเนื้อหาดังนี้

ซื้อบ้านยุคโควิด19ไม่มีสลิปเงินเดือนธุรกิจส่วนตัวอายุ21ปี

 

 

เราสองคนต้องขอบอกก่อนเลยนะคะว่า จุดเริ่มต้นของการซื้อบ้านครั้งนี้ เริ่มขึ้นตั้งแต่เราสองคนคบกัน เราทั้งสองคนอยู่ห้องเช่ารายเดือนกันมาตลอด
เข้าเรื่องกันเลยนะคะ จริงๆแล้วเราทั้งสองคนมีความตั้งใจที่จะซื้อคอนโด เพราะรู้สึกสะดวก ใกล้ทางด่วน ที่สำคัญรู้สึกไฮโซ (ก็ความรู้สึกวัยรุ่นอะเนอะ) ตอนนั้นเราทั้งสองคนก็เลยตัดสินใจไปดูคอนโด ที่ราคาไม่สูงมาก แต่ปรากฎว่า ห้องมันเล็กเหลือเกินน ราคาก็แพงแสนแพง เดินนิดเดียวก็ชนกำแพงแล้ว แถมยังรู้สึกว่าความฝันที่อยากเลี้ยงหมากับแมว ยิ่งเป็นไปไม่ได้อีก
และการตัดสินใจซื้อบ้านก็ได้เริ่มขึ้น…..

- เราทั้งสองคนได้ปรึกษากัน ดูเรื่อง ทำเลที่ตั้ง ราคา แบบบ้าน จนได้ข้อตกลงที่ตรงกัน เมื่อเราปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้เข้าไปดูบ้านตามโครงการจริงของที่ต่างๆ ซึ่งทำเลที่เราเลือกคือ เส้นพระราม 2 เพราะ ข้ามสะพานนิดเดียวก็ถึงที่ทำงานคือสีลม ที่สำคัญโครงการบริเวณนี้อยู่ในงบประมาณที่เราสองคนได้ตั้งไว้ และได้อยู่ใกล้กับคุณพ่อของอาร์ทด้วย จะได้ดูแลกันง่ายยย

- ก่อนที่จะรู้ว่าเราเลือกโครงการไหน เราอยากจะเตือนสักนิด สำหรับคนที่ตั้งใจจะซื้อบ้านและตั้งงบไว้แล้ว แต่พอไปเจอโครงการอื่นที่เพิ่มงบอีกนิดหน่อย ( นิดหน่อยตรงนี้คือเพิ่ม 1-2 ล้านจากราคาที่เราตั้งไว้ ) แต่ได้บ้านหลังใหญ่ อาจจะทำให้เรารู้สึกไขว่เขว่ อย่างเช่นเตยเองไปเจอโครางการหนึ่ง สวยมากใหญ่มาก มี 3 ชั้น หลายห้องนอน ส่วนกลางดี ที่สำคัญ เซลล์ดันเตยมาก ว่าเผื่ออนาคตมีน้องๆสร้างครอบครัวใหญ่ เราก็จัดเลยสิคะ! วางเงินจองวันนั้นเลย โดยไม่ได้คิดไตร่ตรองไว้ก่อน ว่าในอนาคต ดอกเบี้ยที่พุ่งทะยานจะเป็นยังไง
และแล้วเราก็กลับมาทันคิด ด้วยที่เราได้ปรึกษากันอีกครั้งว่า อาทเราจะไหวหรอวะ ( ตอนนี้มีผ่อนรถยนต์อยู่แล้ว 2 คัน ) ด้วยความคิดนี้เองเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ที่ไม่ไต่ตรองให้ดีก่อน ทำให้ต้องเสียเงินจองฟรีๆ บอกเลยว่าเสียทั้งเงินเสียทั้งเครดิต เพราะโครงการที่เราจอง เรายื่นเอกสารทันที ทำให้ธนาคาร รับเรื่องของเราไปแล้ว และเราได้มายกเลิกทีหลังว่าเราจะไม่เอาโครงการนี้แล้ว ทำให้การยื่นกู้ธนาคารอีกครั้งมองว่า เราไม่มีความสามารถในการผ่อน แต่จริงๆแล้วเราทั้งสองคิดว่าการอยู่กันแบบพอดีและพอเพียงดีกว่า การที่เราจะต้องไปฝืนตัวเอง ในแต่ละเดือน เพราะการผ่อนบ้าน ไม่ใช่แค่ 5 หรือ 6 ปี แต่ มันคือการผ่อนระยะยาวถึง 30 ปี และที่สำคัญธุรกิจส่วนตัวนั้นไม่มีอะไรที่แน่นอน
ปล. หากยื่นธนาคารไปแล้วและยกเลิก โดยที่ธนาคารยังไม่ประกาศผลว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ทำให้เราเสียเครดิตนะคะ

 

 


และอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะเตือนทุกคนที่จะซื้อบ้านนะคะ คิดให้ดีๆ คิดถึงกำลังการผ่อน คิดถึงราคาบ้าน และคิดถึงดอกเบี้ยที่มันจะเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปีด้วยค่ะ เราจะได้รู้ความเสี่ยง ว่าเราจะผ่อนไหวไหม และในอนาคตเราจะยังไหวหรือเปล่า

- และ โครงการที่เราได้เลือก ก็คือ ซิตี้เซนส์ ท่าข้ามพระราม 2 โดยก่อนที่เราจะเลือกซื้อโครงการนี้ เราทั้งสองได้ดูมาหลายโครงการมากๆ โดยแต่ละโครงการก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป แต่ที่เราเลือกโครงการนี้เพราะโครงการนี้เขามีสโลแกนบ้านทาวน์เฮ้าส์อารมณ์บ้านเดี่ยว ซึ่งเราทั้งสองคนได้ชอบความสงบ ต้นไม้เยอะ ถนนกว้าง และทาวเฮ้าที่สามารถจอดได้ 2 คัน โดยโครงการนี้ได้ตอบโจทย์เราทั้งสองคน

( การกู้และการเตรียมเอกสาร)

- ในส่วนของการยื่นกู้นั้น หลายคนสงสัยว่า ทำไม อายุ 21 ปี ถึงกู้ผ่าน โพสนี้เราจะมาบอกถึงขั้นตอนอย่างละเอียด ในการเตรียมเอกสารและดำเนินเรื่องกู้ ของบ้านหลังนี้กันคะ….

ซึ่งอาชีพที่เรายื่นกู้นั้น คือ อาชีพธุรกิจส่วนตัว ซึ่งธุรกิจส่วนตัวที่เราทั้งสองคนทำนั้น เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องประดับและอัญมณี หมายถึงการทำเครื่องประดับต่างๆเช่นแหวน แหวนแต่งงาน ต่างหู กำไล ฯลฯ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เราทั้งสองคน ริเริ่มทำมาด้วยกันตั้งแต่ต้น ธุรกิจนี้เราทำมาแล้ว 3 ปีและได้จดทะเบียนพาณิชย์เรียบร้อย ที่สำคัญคือเราต้องชำระภาษีทุกปี แต่ที่พูดมาข้างต้นเป็นเพียงปัจจัยเล็กๆในการกู้เท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการกู้ในครั้งนี้เลยก็คือ เรื่องเอกสารและการเดินบัญชีของธุรกิจ

- ในเรื่องของการเดินบัญชีนั้น ผู้เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวจำเป็นต้องปิดยอดในแต่ละวันและนำรายรับที่ได้จากธุรกิจ นำฝากเข้ากับบัญชีธนาคารทุกวัน เพื่อที่จะทำให้ บัญชีในธนาคารตรงกับบัญชีรายรับรายจ่ายของธุรกิจ ( บัญชีรายรับรายจ่ายของธุรกิจเป็นเอกสารสำคัญในการยื่นกู้ ) เพราะธนาคารจะมองเงินในบัญชีที่เป็นรายรับทั้งหมด ว่าเราจะมีกำลังในการผ่อนหรือไม่ บางธุรกิจไม่กล้านำเงินเข้าบัญชีธนาคารเพราะกลัวในเรื่องของภาษี แต่ถ้าหากเราไม่เดินบัญชีเลยอาจจะมีโอกาสน้อยมากที่จะกู้ผ่าน

- บัญชีรายรับ – รายจ่ายธุรกิจ คือ การจดบันทึกรายรับและรายจ่ายของธุรกิจที่ได้รับในแต่ละวันและค่าใช้จ่ายต่างๆที่ธุรกิจต้องเสียไปในแต่ละวันอย่างละเอียด ซึ่งธนาคารจะดูรายละเอียดเงินเข้าของบัญชีธนาคาร และบัญชีรายรับรายจ่ายที่เราทำขึ้น ว่ามีความตรงกันหรือไม่

- สำหรับเอกสารที่เตรียมในการยื่นกู้กับธนาคาร
1.statement ย้อนหลัง 2 ปี ( จริงๆธนาคารขอแค่ 6 เดือน ) ปล.ปีไหนเงินเข้าเยอะเอายื่นไปด้วย
2.บัญชีรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจ
3.บิลคำสั่งซื้อวัตถุดิบในการผลิต
4.บิลรับเงินสดจากลูกค้า
5.ใบเสร็จการส่งของ (สำหรับผู้ที่ส่งออกสินค้าต่างประเทศหรือในประเทศ )
6.เอกสารใบรับคำสั่ง Order ต่างๆที่ลูกค้าสั่ง
7.รูปถ่ายหน้าร้าน ธุรกิจและขั้นตอนการผลิต
และเอกสารทั่วไป เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน

- และที่สำคัญที่สุดไม่ว่าจะซื้ออะไรก็ตาม ก็คือเซลล์ค่ะ เซลล์จะมีผลในการแนะนำธนาคารที่ดีที่สุดให้กับเราและการติดตามเรื่องกับธนาคาร รวมไปถึงการอธิบายให้กับธนาคารเข้าใจในธุรกิจของเราให้มากขึ้น (เลือกเซลล์ดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะคะ )

- หลังจากยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอค่ะ รอประมาณ 1 อาทิตย์ให้ธนาคารตรวจสอบเอกสาร และรอรับสายจากทางธนาคารเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
( แต่ที่เราบอกไปตอนแรกว่าเราได้มีการยกเลิกโครงการก่อนหน้านี้แต่ยื่นเอกสารไปแล้ว นั่นแหละค่ะผลกรรมได้เริ่มขึ้นแล้ว )
4 ธนาคารที่เรายื่นไป ไม่ผ่านแล้ว 3 ธนาคาร เพราะเราได้เสียเครดิตจากการยื่นครั้งแรกไปแล้ว แต่ในความโชคร้ายยังมีโชคดี ธนาคารสีเขียวได้ให้โอกาสเราได้เป็นหนี้ ปล่อยกู้ให้ 100% เราคิดว่าเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราผ่านเนื่องมาจากการที่เรา เดินบัญชีกับธนาคารสีเขียวมาโดยตลอดตั้งแต่เปิดธุรกิจ ซึ่งเหตุผลนี้เป็นเหตุผลเดียว ที่อาจจะทำให้ธนาคารสีเขียวปล่อยกู้เรา โดยไม่มองปัจจัยอื่น ว่าเรายกเลิกโครงการอื่นมาก่อนหน้านี้ ที่สำคัญยังให้ดอกเบี้ยที่ถูกมากๆ

- เมื่อบ้านผ่านแล้วทำยังไงต่อ…. ตรวจรับบ้านสิคะ เนื่องจากเราทั้งสองคนไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับบ้านเลย จึงได้ทำการจ้างบริษัทตรวจรับบ้าน มาตรวจ ซึ่งถือว่าดีในระดับหนึ่งเพราะเขาตรวจในสิ่งที่เรามองไม่เห็น แต่การตรวจบ้านที่ดีที่สุดนั้นก็คือการตรวจเองด้วยตัวเองทุกซอกทุกมุม ( ฝากไว้ให้คิดนะคะ เพราะเจอมากับตัวแล้ว ) ไม่มีใครตรวจดีเท่าตัวเราเอง เพราะว่ามันคือบ้านของเราเอง

- เมื่อตรวจบ้านเสร็จแล้วก็ถึงขั้นตอนการโอนบ้าน
ซึ่งในส่วนนี้ทางเซลล์ของโครงการได้ดำเนินเรื่องให้ทั้งหมด เราเลยไม่ต้องทำอะไรเลยค่ะ รอเข้าบ้านอย่างเดียว

การกู้บ้านครั้งนี้ไม่ได้เสียเงินดาวน์หรือค่าโอนใดๆทั้งสิ้นนะคะ ทางโครงการและธนาคารจัดการให้หมดค่ะ

หมายเหตุ

บ้านที่เราซื้อเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้นราคา 2.89 ล้าน

เรายื่นกู้ผ่านกับธนาคารสีเขียว ได้กู้เต็มตามราคาบ้าน

ราคาผ่อนต่อเดือน 14,900 บาท

ผ่อน 25 ปี ( รีไฟแนนซ์ทุกๆ 3 ปีนะคะ )

อายุ ตอนทำสัญญากู้ 21 ปี บ้านหลังแรก กู้เดี่ยวนะคะ

ธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับการผลิตเครื่องประดับและ อัญมณี จดทะเบียนพาณิชย์ 3 ปี ชำระภาษีถูกต้องตามกฎหมาย

หากใครมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมสามารถคอมเม้นหรือ inbox เข้ามาสอบถามเพิ่มเติมได้เลยค่ะ

โดยโพสนี้ไม่ได้มีเจตนาทำให้ผู้ใดหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียหาย แต่เป็นเพียงแนวทางสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านหลังแรก โดยเรามีเจตนาเพียงแค่ให้คำแนะนำเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ซื้อบ้าน  ห้องเช่า  คู่รัก 

ติดตามข่าวอื่นๆ