กรมขนส่งฯ ออกเอกสาร ยันไม่ยึดคืน ไม่เรียกสอบใหม่ ผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพ

สืบเนื่องจากที่มีข่าวสะพัดไปก่อนหน้านี้ว่า นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวถึงแนวคิดในการเรียกผู้ถือใบขับขี่แบบตลอดชีพกลับเข้าทดสอบสมรรถนะในการขับขี่อีกครั้ง โดยระบุว่า กลุ่มผู้ถือใบอนุญาตขับขี่ชนิดตลอดชีพที่มีอายุมากขึ้น อาจมีสมรรถนะที่ไม่เหมาะสมต่อการขับรถ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ จึงเสนอให้เรียกผู้ถือใบขับขี่ประเภทดังกล่าวเข้าทดสอบอีกครั้ง


โดยนายจิรุตม์ ระบุว่า ตนจะหารือร่วมกับฝ่ายปฏิบัติการ กรมการขนส่งทางบก ในช่วงสัปดาห์หน้าให้จัดทำโครงการเรียกผู้ที่ถือใบขับขี่แบบตลอดชีพ กลับเข้ามาทดสอบสมรรถนะในการขับรถใหม่อีกครั้ง โดยแสดงตัวที่ขนส่งทางบกทั่วประเทศ และทำการทดสอบสมรรถภาพความพร้อมในการขับขี่ เพื่อใช้ใบอนุญาตขับขี่ฉบับเดิมต่อไป หากการทดสอบพบว่าผู้ถือใบขับขี่ตลอดชีพรายใด มีสภาพร่างกายไม่สามารถขับรถได้แล้ว ก็จะพิจารณาว่าต้องยกเลิกใบอนุญาตของบุคคลนั้นหรือไม่ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่บนท้องถนน เป็นอันตรายทั้งกับตัวผู้ขับขี่และผู้อื่น

 

 

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยอมรับว่า มาตรการดังกล่าวอาจกระทบสิทธิ์ของผู้ใช้รถที่ถือใบอนุญาตขับขี่ตลอดชีพบ้าง แต่ก็เป็นไปเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถส่วนรวม ซึ่งปัจจุบัน ผู้ถือใบขับขี่ประเภทตลอดชีพมีจำนวนประมาณ 1 ล้านคน โดยกรมขนส่งทางบกได้ยกเลิกการออกใบอนุญาตประเภทนี้ตั้งแต่ปี 2546 ทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนอย่างมากในโลกออนไลน์

 



ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก ได้ยืนยันแล้วว่า ไม่ยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพและไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมดมาทดสอบสมรรถนะใหม่หรือทดสอบขับรถใหม่ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน แต่จะศึกษาถึงแนวทางการคัดกรองผู้ที่ขาดสมรรถนะหรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีความเสี่ยงหรือมีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย

 

 

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าจะไม่ยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพและไม่เรียกผู้มีใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทั้งหมดมาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่หรือทดสอบขับรถใหม่ตามข้อมูลที่มีการแชร์กันในขณะนี้อย่างแน่นอน แต่จะมีการศึกษาว่าจะทำอย่างไรที่คัดกรองผู้ที่ร่างกายเสื่อมสมรรถภาพหรือมีสภาวะโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วเห็นว่ามีผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่อย่างปลอดภัย เช่น โรคทางสมอง โรคปัญหาการมองเห็นที่รักษาไม่หาย เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน โดยการศึกษาดังกล่าวต้องหารือร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และแพทยสภา และต้องพิจารณาข้อกฎหมายประกอบอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบสิทธิผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ ดังนั้น ที่มีการแชร์ข้อมูลว่าจะมีการยึดคืนใบอนุญาตขับรถตลอดชีพที่ออกให้แล้วหรือการให้เข้ามาทดสอบสมรรถภาพของร่างกายใหม่หรือทดสอบขับใหม่จึงไม่เป็นความจริง การดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถยังคงเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามปกติ

 

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกยังได้มีการนำสถิติการเกิดอุบัติเหตุและผลการศึกษาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางในการยกระดับมาตรฐานการออกใบอนุญาตขับรถ โดยแบ่งเป็น 7 มิติ ประกอบด้วย 1.การกำหนดสภาวะโรค 2.การทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย 3.การอบรมและทดสอบความรู้ของผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ (ภาคทฤษฎี) โดยจะมีการทบทวนและปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรการอบรม ให้สอดคล้องกับการขอรับใบอนุญาต พร้อมทั้งจัดทำระบบอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์แบบ e-Learning 4.การอบรมการขับรถและทดสอบความสามารถในการขับรถของผู้ขอรับใบอนุญาตภาคปฏิบัติ 5.การบริหารจัดการ 6.การปรับปรุงรูปแบบใบอนุญาตขับรถ โดยจะปรับปรุงให้สอดคล้องกับอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการจราจรทางถนน ค.ศ. 1968 และ 7.การควบคุมพฤติกรรมการขับรถด้วยมาตรการตัดแต้ม (การติดตามประเมินผล) เพื่อพัฒนามาตรฐานใบอนุญาตขับรถของประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกมิติ ยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศ

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ใบขับขี่  กรมการขนส่ง 

ติดตามข่าวอื่นๆ