ศาลอาญา อนุญาตฝากขัง อานนท์ ภานุพงศ์ ปลุกระดม ปลุกปั่น ผิดมาตรา 116

สืบเนื่องจากการจับกุม นายอานนท์ นำภา  แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ  และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์ ระยอง  แกนนำเยาวชนตะวันออกเพื่อประชาธิปไตย ตามหมายจับศาลอาญา   ฐานกระทำความผิดรามกันกระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา  หนังสือหรือวิธีอื่นใด   อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือ  มิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือ ติชมโดยสุจริต  เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือ กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน   ถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน  , ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป  ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญ ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง  โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด  รวมถึงการกระทำความผิดในข้อหาอื่น ๆ ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน    

 

ต่อมาศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าได้ความจากพนักงานสอบสวน ตอบทนายความของผู้ต้องหาที่ถามค้าน ว่า ได้นำตัวผู้ต้องหามาฝากขังหลังเวลา 16.30 น. ประกอบกับงานฝากขังของศาลลงเวลารับคำร้องฝากขังรับคำร้องลงเวลา 16.45 น. ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าพนักงานสอบสวนผู้ร้องได้ยื่นคำร้อง ฝากขังครั้งแรกเมื่อพ้นกำหนดเวลาราชการ ศาลจึงมีคำสั่งคืนคำร้องให้พนักงานสอบสวนผู้ร้องและให้รับตัวผู้ต้องหาคืน โดยให้ยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาครั้งแรกใหม่ภายใน 48 ชั่วโมงตามกฎหมาย  ตามรายงานข่าวก่อนหน้าว่ามีการนำผู้ต้องหากลับควบคุมตัวที่ สน.ห้วยขวาง


ล่าสุด   ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาต​ฝากขัง   ​นายอานนท์  และ  นายภาณุพงศ์   เป็นเวลา​ 12​ วัน​   จากการกระทำความผิด   ซึ่งมีอัตราโทษในคดีฝ่าฝืนประมวล​กฎหมายอาญา​ ม.116   โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ  สามารถ​ขอฝากขังได้​ 4 ครั้ง​ ครั้งละ​ 12​ วัน​   และอยู่ในระหว่างรอทำเรื่องขอประกันตัว  

 

 

ต่อมามีรายงานเพิ่มเติมว่า  ศาลอนุญาตให้ประกันตัว  ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย   ในวงเงินคนละ 100,000 บาท    แต่ยังไม่ต้องวางหลักประกันในวันนี้  ( 8 ส.ค. ) ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว  ยกเว้นเมื่อผิดสัญญา จึงจะบังคับเอาหลักประกัน พรอมกันนี้ศาลยังกำหนดเงื่อนไขว่  าห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับคดีนี้อีก มิฉะนั้นจะให้ถือว่าผิดสัญญาประกัน

 

หลังจากก่อนหน้ามีความพยายามเคลื่อนไหวกดดันให้ศาลยุติธรรม  ปล่อยตัวผู้ต้องหา   โดยการปล่อยข่าวเฟคนิวส์ในรูปแบบต่างๆ  จนทำให้  นายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา  พร้อมด้วย  นายสุรจิตร เปลี่ยนขำ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา  ต้องออกมาแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขังนายอานนท์ นำภา และนายภานุพงศ์ จาดนอก หรือ "ไมค์ ระยอง"   ระหว่างสอบสวนเพื่อทำการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งอยู่ระหว่างการไต่สวนและพิจารณาคำร้องขอหมายขังและคำคัดค้านของผู้ต้องหาทั้งสอง

 



ต่อมาได้มีการเผยแพร่ข่าวว่า หากศาลอนุญาตให้ฝากขังและออกหมายขังจะนำผู้ต้องหาทั้งสองไปควบคุมตัวที่เรือนจำนครไชยศรี เขตทุ่งสองห้อง นั้น เป็นข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง

 

นอกจากนี้กรณีที่ศาลอนุญาตให้ฝากขัง  ผู้ต้องหาทั้งสองมีสิทธิยื่นประกันตัวต่อศาลได้ทุกวัน  แต่ถ้าหากวันนี้ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราว ก็จะถูกนำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เหมือนคดีอาญาปกติทั่วไป ระหว่างนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวหรือขอปล่อยตัวชั่วคราวได้ตลอดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

 


“ขณะนี้ได้ทำการไต่สวนผู้ต้องหาทั้งสองเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว   เหลือแต่เพียงรอฟังคำสั่ง ถ้าวันนี้ศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสองสามารถยื่นประกันตัวต่อศาลได้เลย   แต่หากผู้ต้องหาทั้งสองไม่ยอมยื่นประกันตัวก็จำเป็น  ที่จะต้องนำไปควบคุมตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพเหมือนคดีอาญาทั่วไป"

 

ทั้งนี้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา    ยังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการชุมนุม   สร้างกระแสกดดันการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรม ว่า "ตนมองว่าบ้านเมืองขณะนี้ยุ่งวุ่นวายมากอยู่เเล้ว บางเรื่องเราต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ ไม่อยากไปพูดว่าคนไหนจะต้องผิด เราต้องทำอย่างไรให้อยู่กันได้  เพราะถ้าตนตอบว่าผิด ใ นฐานะอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญ า คดีก็จะต้องเข้ามาที่ศาลอาญาเเละตนไปให้ความเห็นก่อน ก็จะต้องถูกโจมตี  บางเรื่องเราจึงไม่ควรพูดเรื่องผิดถูก  แต่ใช้หลักรัฐศาสตร์บางทีก็ดีกว่าหลักนิติศาสตร์ อย่างนี้เรื่องผู้ชุมนุมวันนี้  ตนก็ยืนยันว่าจะมองแบบหลักรัฐศาสตร์ จะดำเนินคดีหรือไม่ยังตอบไม่ได้  แต่ขอความร่วมมือทุกฝ่าย เพราะผู้ที่มาศาลก็จะต้องมีข้อกำหนด ถ้าไปฝ่าฝืนก็มีความผิดจึง ไม่อยากให้ทำ"

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : อนาคตใหม่  อานนท์ นำภา  ศาลอาญา รัชดา  เพนกวิน  คสช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ