ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.เอาผิดอัยการ ตำรวจ หลายข้อหา ชี้ปมพิรุธอื้อ ไม่สั่งฟ้อง แถมเว้นผิดบอส อยู่วิทยา

จากเหตุกรณีการสรุปคดี นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา โดยการไม่สั่งฟ้อง ฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4 ซึ่งหลายๆ ฝ่ายต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด ในขณะที่หลักฐานต่างๆ ก็ชี้ชัดถึงความผิดของ บอส อยู่วิทยา

ต่อมา น.ส.ณัฐวสา ฉัตรไพฑูรย์ อัยการพิเศษฝ่ายสถาบันกฎหมายอาญา ได้ให้ความเห็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับ เกณฑ์การพิจารณาสั่งคดีอาญาของพนักงานอัยการ ในคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ "บอส" ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังขับรถชนตำรวจเสียชีวิต โดยมีเนื้อหาดังนี้

 

อ่านข่าว - เปิด 7 ข้อเหตุผลสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา อัยการพิเศษชี้เป้าสำนวนสอบคดี ไม่พอเอาผิด


ล่าสุด ที่สำนักงาน ป.ช.ป.นนทบุรี  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องให้ดำเนินการไต่สวนและสอบสวน กรณีอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ในทุกข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องขออนุมัติศาลเพิกถอนหมายจับในคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อนั้น

 

 

ทั้งนี้กรณีดังกล่าว แม้ฝ่ายอัยการจะพยายามชี้แจงว่าเป็นไปตามเกณฑ์ปกติของการพิจารณาสั่งคดีอาญาของพนักงานอัยการอยู่แล้ว แต่คำชี้แจงดังกล่าวเป็นเหมือนการปัดภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของฝ่ายอัยการ ไปให้ฝ่ายตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบในการทำสำนวนคดี  ทั้ง ๆ ที่ตามอำนาจหน้าที่ระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของอัยการ 2547 อัยการมีอำนาจในการตรวจสอบสำนวนคดี และหากพบข้อพิรุธใดๆ ในสำนวนคดีก็มีอำนาจที่จะย้อนสำนวนให้ฝ่ายตำรวจได้ชี้แจงหรือสอบสวน หรือหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ 

 


โดยเฉพาะประเด็นที่เป็นข้อขัดแย้งและข้อสงสัยกันของสังคม เช่น อัตราความเร็วของรถยนต์คันเกิดเหตุได้ 177 กม./ชม. ซึ่งแต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ดังกล่าวให้การว่าตามที่คำนวณไว้เดิมเป็นการคำนวณผิดที่ถูกต้องคืออัตราความเร็วของรถยนต์คันเกิดเหตุในขณะเกิดเหตุอยู่ที่ 79 กม./ชม. อัยการมองไม่เห็นความผิดปกติของสำนวนเลยหรืออย่างไร 


"กรณีรพ.รามาธิบดี  ได้แจ้งผลการตรวจสอบพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา  แต่กลับไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานดังกล่าวในสำนวนการสอบสวน  ถือเป็นหนึ่งในข้อสงสัยชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องต่าง ๆ ของระบบยุติธรรม โดยเฉพาะความเห็นของอัยการผู้สั่งคดี  และที่เลวร้ายก็การที่ตำรวจอ้างว่า อ้างได้รับการยืนยันจากทันตแพทย์   ว่าสารที่ตรวจพบในร่างกายนายวรยุทธเป็นยา  ที่ให้ผู้ต้องหาในการรักษาฟันที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องสารเสพติด  จนสุดท้ายเมื่อสังคมตั้งคำถาม ค่อยกลับอ้างว่าเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

 

ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมด  สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงตัดสินใจนำคำร้องมายื่นต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่า การที่ตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีในลักษณะมีพิรุธ และอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี กรณีนายวรยุทธ ขับขี่รถโดยประมาททำให้ผู้อื่น ถึงแก่ความตาย ถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ประกอบพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2547 ม.78(9) และ พ.ร.บ.องค์กรอัยการและพนักงานอัยการ 2553 ม.19 วรรคสอง ประกอบ ม.21 หรือไม่ด้วย"

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : บอส อยู่วิทยา  ขับรถชนตำรวจ  ศรีสุวรรณ จรรยา 

ติดตามข่าวอื่นๆ