เปิดเบื้องหลังม็อบนศ.ปลดแอก ที่แท้ทีมไล่ลุงย้อนรวมตัว ประโคมกระแสรุนแรง หวังยุเกิดฮ่องกงโมเดล


ถือเป็นเหตุกรณีที่ย้อนกลับมาอีกครั้ง  หลังจากหยุดพักไปในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19  ทั้งกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และ แฟลชม็อบ  เมื่อช่วงต้นปี  2563 ที่ผ่านมา  เมื่อ  แฟนเพจ เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH  ประกาศเริ่มต้นการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย   โดยฉกฉวยสถานการณ์ในจังหวัดระยองมาจุดเชื้อไฟ   และ   2 ใน 4 รายชื่อที่ร่วมกิจกรรมปราศรัย ก็คือ  นายภานุพงศ์ จาดนอก และ  นายณัฐชนน พยัฆพันธ์    ที่ถือป้ายใช้คำหยายด่า พล.อ.ประยุทธ์  นายกรัฐมนตรี  จนถูกตั้งข้อหาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ   แต่อ้างกับสาธารณชนว่าเพียงต้องการมาพบเพื่อแสดงความเห็นตามระบอบประชาธิปไตย  

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ :   เปิดความรู้สึกโชเฟอร์รถตู้ระยอง มอง 2 ทีมไล่ลุง ถือป้ายด่าหยาบนายกฯ )

ในมุมลึกถ้าย้อนพิจารณาพฤติการณ์ของ   นายธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า  และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่  ในการแสดงความชื่นชมในสิ่งที่  นายภานุพงศ์ จาดนอก และนายณัฐชนน พยัฆพันธ์  กระทำลงไปอย่างออกนอกหน้า

 

 

โดยไม่สนใจในสิ่งที่เคยปรารภไว้ในอดีตว่า  "ต้องไม่ใช้คำหยาบคาย   ไม่ใช้วาจาที่ทำให้คนเกลียดชังไปมากกว่านี้"  ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์   ถึงบทบาทคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล  จนกลายเป็นข้อคำถามคาใจ ว่า ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง??  

 

 

 


ขณะเดียวกันกับท่าทีของ   นายปิยบุตร  แสงกนกกุล  แกนนำคณะก้าวหน้า   ในการโพสต์เรียกร้องจากเหตุกรณีที่เกิดกับจังหวัดระยอง     ปลุกระดมผู้คนให้ออกมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองอีกครั้ง    "เราอดทนกันมานานเกินพอสมควรแล้ว    เราอดทนกับรัฐบาลเผด็จการคณาธิปไตย รัฐบาลที่ช่วยเหลือคนไม่กี่ตระกูลได้อย่างไม่ต้องลังเลใจ แต่พอต้องช่วยเหลือประชาชน กว่าจะออกมาตรการต่างๆ มาได้คิดแล้วคิดอีก ทบทวนแล้วทบทวนอีก มีข้ออ้างเสมอ แต่อีกด้านหนึ่งพร้อมที่จะเอางบประมาณไปสนับสนุนกลุ่มทุนขนาดใหญ่ หรือในการจับจ่ายซื้ออาวุธยุทธโธปกรณ์

 

คนเหล่านี้เคยคิดหรือไม่ว่าประชาชนคือเจ้านายของเขา   คือผู้เสียภาษีแล้วกลายมาเป็นเงินเดือนรายได้ของพวกเขา  ประชาชนคือผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ ประชาธิปไตยแปลว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ได้เวลาประชาชนทวงคืนอำนาจสูงสุดกลับมาอีกครั้ง ได้เวลายุติระบอบเผด็จการคณาธิปไตยครองเมือง"

 

จบท้ายจึงกลายเป็นที่มาของกิจกรรมการเมือง โดย  กลุ่มเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH   ซึ่งชัดเจนแล้วว่าไปไกลกว่า  การเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดระยอง     ด้วยเหตุผลข้อเรียกร้อง    3   ข้อ เหมือนกับกลุ่มการเมืองอย่าง คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล     คือ     1. ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประกาศยุบสภา โดยให้เหตุผลว่ารัฐบาล "ล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ" หลังเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกทั้งยังปล่อยให้ "วีไอพี" ที่มีเชื้อไวรัสเข้ามาในประเทศโดยไม่ได้กักตัว สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดครั้งใหญ่รอบ 2


2. ให้ "หยุดคุกคามประชาชน" ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิทยา โดยอ้างความมั่นคงเพื่อปิดปากประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรม

3. ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย

 

ประการสำคัญ  กลุ่มเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH  ถึงขั้นประกาศพร้อมจะยกระดับการชุมนุม  หากไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงตามข้อเรียกร้อง    โดยมีสิ่งที่ต้องจับตาพฤติการณ์ภาพรวม   จากสื่อข้อความเชิงสัญญลักษณ์ผ่านเวทีการชุมนุม  

 

 

 

โดยเฉพาะอากัปกริยา ตามที่นายอานนท์ นำภา  โพสต์ไว้ว่า "ถ้าป้ายหมดความศรัทธา   มาปรากฎที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อไหร่   ก็น่าจะนับได้ว่าเป็นการเริ่มอย่างเป็นทางการ"  

และสิ่งที่  กลุ่มเยาวชนปลดแอก - Free YOUTH  โดยเฉพาะกับ 2 เยาวชนจากระยอง  ที่เปลี่ยนสถานะมาเลือกใช้คำปลุกระดมทางการเมือง โดยนัยไม่ต่างกับการปลุกเร้าผู้คนให้ลุกฮือขับไล่รัฐบาล

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งหมดของสถานการณ์การเมืองนับจากวันนี้   จึงถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนซึ่งฝ่ายความมั่นคงต้องเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด   ด้วยรูปแบบวิธีการปลุกระดมผู้คน ไม่ต่างจากเหตุความวุ่นวายในฮ่องกง  และเป้าหมายของขบวนการชังเจ้า ที่ต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งอย่างใดกับระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขสูงสุด  

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พรรคอนาคตใหม่  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  ก้าวไกล  ฮ่องกง  นักศึกษา  ก้าวหน้า 

ติดตามข่าวอื่นๆ