แม่ค้าหอยโผล่ให้การ อ้างหน้าเฉยไม่มีตร.พัทลุงรีดไถ สื่อคนจริงตัดสินใจลุยเอาผิดคนพลิกลิ้น

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกโซเชียล  จากกรณีแม่ค้าขายอาหารทะเลสด ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน  ว่าถูกเจ้าหน้าที่สังกัด สภ.เมืองพัทลุง  ควบคุมตัวฐานกระทำความผิดฝ่าฝืนมาตรการเคอร์ฟิว เหตุเกิดพื้นที่ อ.เมือง จ.พัทลุง เมื่อคืนวันที่ 2 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา ก่อนจะมีการเรียกจำนวน 80,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว  แต่สุดท้ายต่อรองลดลงมาเหลือ 10,000 บาท  พร้อมกับมีการยึดอาหารทะเลไว้เป็นของกลางกินแกล้มเหล้า  กระทั่งมีการโยกย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย พร้อม ๆ กับมีคลิปเสียงของแม่ค้าในลักษณะพลิกคำให้การ เพราะได้รับการประสานงานเกลี่ยไกล่จากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

 

( คลิกอ่านข่าวประกอบ :  เปิดคลิปพิสูจน์ แม่ค้าหอยพัทลุงพลิกลิ้นคดีรีดเงิน ไอ้โม่งสีกากีสั่งหลบ จนเสร็จเรื่องฉาว


ล่าสุด   พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง ได้มีการเปิดให้สื่อมวลชนได้ซักถามแม่ค้ารายดังกล่าว  ในระหว่างเดินทางมาให้ปากคำกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง  ที่มี  พ.ต.อ.สุชาติ สอิด รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง และ พ.ต.อ.วราชาติ รสจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน  7 วัน  

 


โดยปรากฎว่า  นาง ส. ที่เป็นผู้ค้าอาหารทะเล  เปลี่ยนคำอธิบายเหตุการณ์ที่เล่าให้กับสื่อมวลชนพัทลุงในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง  โดยตอบคำถามเรื่องการถูกรีดเงินจากเจ้าหน้าที่ตำวจ สภ.เมืองพัทลุง  ว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด  เริ่มต้นจากการที่เดินทางมาเจอด่านตรวจเคอร์ฟิวจริง   ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตนมายัง  สภ.เมืองพัทลุง แล้วมีเพียงการขอหลักฐานการขนส่งสินค้า  พร้อมย้ำกับสื่อมวลชนว่า  ในขณะนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกเงินตนตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด 

 

 


ขณะที่เมื่อสื่อมวลชนซักถาม  เรื่องสลิปที่โอนเงินที่มีชื่อปรากฎว่าเป็น   ด.ต.ไชยยา ชูศรีเพชร   ผบ.หมู่(สืบสวน) สภ.เมืองพัทลุง   นาง ส. อ้างว่า    เป็นเงินที่ตนยืมมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา  เนื่องจากตนไม่มีเงินสดพอ  ที่จะนำไปจ่ายค่าปรับที่ศาลในคดีอาญา  ส่วนสาเหตุที่เลือกยืมเงินจาก ด.ต.ไชยยา เพราะก่อนหน้าที่ตนจะมีสามีคนปัจจุบัน  ตนเคยคบหากับ ด.ต.ไชยามาก่อน  โดยที่สามีไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน

 

 

"ส่วนสาเหตุที่เป็นข่าวใหญ่โต  ก็เพราะแฟนได้มาขอเงินจำนวน 10,000 บาท  เพื่อไปผ่อนรถ  แต่ตนได้บอกไปว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเอาเงินไปแล้ว ตั้งแต่ช่วงถูกจับฝ่าเคอร์ฟิว  เลยทำให้แฟนโกรธอย่างมาก แล้วไปเล่าเรื่องนี้ให้กับสื่อมวลชน  จนกลายเป็นประเด็นอย่างที่ทราบ และเข้าใจว่าตนเป็นผู้ร้องเรียนเรื่องการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจรีดเงิน"

 


ท้้งนี้เจ้าของเพจเฟซบุ๊ค  "ไสว รุยันต์"  สื่อมวลชนประจำจังหวัดพัทลุง หลังจากได้ยินคำให้การในลักษณะพลิกคำพูดของนาง ส.  ได้โพสต์ข้อความว่า  "ดูตามภาพ วิจารณ์ตามที่เห็น สงสัยทำไมต้องมาโอนเงินหลังเที่ยง ผู้การพัทลุง ระดับมือสอบสวน สอบได้เท่านี้ นับถือครับ"

 


หลังจากที่สะท้อนความรู้สึกของการทำหน้าที่สื่อมวลชนในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แต่ต้องมาเจอเรื่องราวแบนี้  ว่า "สุดท้ายผลออกมา​ นักข่าวเป็นแพะ​ ... สังคมช่วยตัดสินด้วยนะ... ว่าสังคมคนถือกฏหมายเป็นอย่างไร​ เสือไม่กินเนื้อเสือมันเป็นเรื่องปกติไปแล้วรึเมืองลุง.."

 

 

จากนั้น  " ไสว รุยันต์"  ได้โพสต์การตัดสินใจสิ่งที่ต้องดำเนินการกับแม่ค้าคนดังกล่าว    "จริงๆทำงานผมไม่เคยมีอคติกับงาน  แต่การทำงานในครั้งนี้ มันมีอคติกับความไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมกับสังคม อำนาจคนถือกฎหมาย แต่ไม่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ผิดถูกผมไม่เคยคิดชี้นำ อาชีพคนข่าว กลไกเล็กๆที่อยากให้สังคมมีความเป็นธรรม และปกป้องสุจริตชน ตลอดหลายวันที่เดินข่าวแม่ค้าหอย  มันทำให้ความคิดเริ่มมีอคติ กับความไม่เป็นจริง แม่ค้าหอยลิ้นสองแฉก ยากที่จะแบกภาระให้กับสังคม ....พรุ่งนี้ ( 9 มิ.ย.) ที่โรงพักเมืองพัทลุง คงต้องหอบหลักฐานทั้งหมดที่มี แจ้งความแม่ค้าหอยเน่า ลิ้นสองแฉก เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ....ของคนทำข่าว..แล้วพบกันครับ...ขอทำหน้าที่เกินสื่อชักวันครับ"

 


ทางด้าน  พล.ต.ต.กฤษฎา  กล่าวตอนท้ายว่า  จากข้อมูลในคดีดังกล่าวต้องขอเวลาให้คณะกรรมการชุดสืบสวนข้อเท็จจริง  ได้ทำงานสอบสวนสืบสวนอย่างครบถ้วนทุกด้านก่อน โดยตอนนี้ได้มีการติดตามผู้ที่อ้างว่าตกเป็นผู้เสียหายมาสอบข้อมูลแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองต้องฟังหลักฐานอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น พยานหลักฐานและเอกสารที่ผู้สื่อข่าวนำเสนอ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทุกปาก โดยตนจะทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ความกระจ่างแก่สังคม

 

 

"สำหรับสารวัตร ยศ พ.ต.ท. หัวหน้าชุด   ตนได้สั่งย้ายไปอยู่ฝ่ายอำนวยการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง   เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล พยานเอกสาร ในการช่วยเหลือตัวเองและพรรคพวก ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้สื่อข่าวมั่นใจได้   แต่ถ้ามีพยานหลักฐานที่เข้าไปเกี่ยวข้อง มีส่วนได้เสีย ก็ไม่ต้องห่วง  ตนจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และท่านผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 มีการกำชับและติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง กรณีนี้ตนและเจ้าหน้าที่คณะกรรมการชุดสืบสวนข้อเท็จจริง ทำงานอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว"


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
นายชัชรินทร์ สุรพัฒน์

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : รีดไถ  พัทลุง  เจ้าหน้าที่ตำรวจ  แม่ค้า 

ติดตามข่าวอื่นๆ