นักสังคมสงเคราะห์ถอดบทเรียน แม่ปุ๊กวางแผนใช้ลูก 2 คน หาเงินเรียกความสงสารคนใจบุญ

จากกรณีแม่ปุ๊กหญิงสาววัย 29 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยพยายามฆ่าลูกของตัวเอง โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีการรับเด็กมาเลี้ยงแสวงหาผลประโยชน์ และฉ้อโกง ใช้ความน่าสงสารเป็นเหยื่อล่อให้ผู้ใจบุญหลงกลทั้งนี้เพจนักสังคมสงเคราะห์เล่าเรื่อง ได้ออกมาถอดบทเรียนดังกล่าว ระบุว่า... 

ใครได้ทราบข่าวกรณีลูกคนโต ที่เสียชีวิต โดยทีมแพทย์ได้วินิจฉัยทราบว่าน้องได้รับสารกัดกร่อนเข้าไปทำอันตรายอวัยวะภายในจนเสียชีวิต และผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์นี้ก็มี "แม่" ที่เปิดรับบริจาคผ่านการบอกเล่า เรื่องราวของน้องผ่านเฟซบุ๊คถึงอาการเจ็บป่วย จนมีผู้บริจาคให้ร่วมกันหลายล้านแล้วยังคะ จริงๆ ในกรณีแบบนี้แอดมินเองอยากจะพูดมาหลายครั้งแต่ด้วยความกลัวชาวเน็ตจวก ก็เลยไม่พูดดีกว่า จนมาถึงวันนี้ วันที่มีเด็กเสียชีวิตไปแล้วหนึ่งคน และอีกคนเกือบเสียชีวิตเพื่อเซ่นความใจบุญ และการแสวงประโยชน์จากความใจดีของคนไทย

 

แอดมินจึงอยากเชิญชวนค่ะ ให้เราหยุด "บริจาค" ผ่านบัญชีส่วนตัวของใครก็แล้วแต่ที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก เราต้องหยุด หยุดโดยมีชีวิตคนอื่นกั้น เพราะเราคงไม่อยากร้องกรี๊ดกับเหตุการณ์แบบนี้อีกใช่มั้ยคะ เราต้องนึกถึงอันตราย ที่จะมีต่อเด็ก ต่อคนแก่ หรือคนอื่นๆ ที่อาจตกอยู่ในอันตราย ต้องถูกใช้เป็นเครื่องมือในการถูกจองจำในสภาวะยากลำบากเพื่อให้เราได้มีโอกาส ทำบุญผ่านมนุษย์ผู้ตกยาก (รวมถึงการสนับสนุนสถานสงเคราะห์ที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ก็กรณีเดียวกันค่ะ)

ในกรณีนี้และหลายกรณีเช่นในสถานสงเคราะห์เองเด็กจะถูกทารุณกรรมช้าๆ ซ้ำๆ ให้มีอาการที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในสภาพที่แย่ น่าสงสารเพื่อเรียกร้องความสงสารจากผู้ใจดีให้โอนเงินมาให้ น้องอมยิ้มเองก็ถูกปฏิบัติเช่น นั้น แม่ทั้งถ่ายวีดีโอตอนน้องอ้วกเป็นเลือดมาให้ทุกท่านดู update ความย่ำแย่ของลูกให้ได้รับชม คนดูพอดูแล้วมืออ่อนเลยค่ะ โอนทันที เวลาเจอกรณีแบบนี้จำไว้เสมอนะคะเมืองไทยมีสิทธิ 30 บาท ถ้าค่าใช้จ่ายไม่พอจริงๆ เคสในลักษณะนี้จะถูกส่งต่อพบนักสังคมสงเคราะห์เพื่อประเมินวินิจฉัยปัญหาทางสังคมต่อไปค่ะ (เดี๋ยวเราค่อยพูดถึงช่องวางปัญหาของเคสนี้ในระบบการดูแลต่อ) แต่ในเบื้องต้นถ้าพบเคส แบบนี้แนะนำเลยค่ะ ให้เข้าพบนักสังคมสงเคราะห์ ที่โรงพยาบาลเลย ถ้าครอบครัวไหน หรือใครมาขอรับบริจาคปุ๊บให้ "เอ๊ะ" ไว้ก่อนค่ะ "เอ๊ะ" รอไว้ก่อน แล้วทำตามอีก step ด้านล่างคือ

 

 


ถ้าเจอใครตกทุกข์ได้ยากอยู่วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้องคือการหยิบโทรศัพท์โทรหา 1300 ไม่ต้องโอนเงินค่ะ ท่องพร้อมกันค่ะ 1300 กดเลยค่ะ จำไว้เสมอว่าการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนเป็นหน้าที่ของ "รัฐ" การบริจาคกันเองมี ความเสี่ยงมาก หลายคนเมื่อเคสถูกโพสต์ลง Facebook ก็รวยกันชั่วข้ามคืน และที่สำคัญเวลาเราบริจาคกันเข้าบัญชีส่วนตัวของใครก็แล้วแต่ นั่นคือเรากำลังถอยห่างให้รัฐที่ควรรับผิดชอบ ออกจากสมการนี้ไปค่ะ ทางที่ดีท่องไว้ว่าโทร 1300 ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ถ้าอยากบริจาคแนะนำบริจาคผ่านองค์กรสาธารณประโยชน์ต่างๆ ดีกว่าค่ะ ส่วนถ้ารัฐไม่ทำหน้าที่ตัวเองก็มาด่าด้วยกันค่ะ ด่าแรง ๆ ด่าให้รัฐทำงานก็ยังดีกว่าบริจาคแล้วเสี่ยงค่ะ เบื้องต้นเท่านี้ก่อนนะคะ หยุด บริจาคเป็นนางใจดี นามสกุลโอนไวก่อน เพราะเราสามารถสร้างผลทางบวกได้ด้วยวิธีอื่นค่ะ เดี๋ยวแอดมินจะมาเขียนว่าเรื่องนี้สะท้อนปัญหาอะไรบ้างที่เราเห็นอีกครั้งในโพสต์ถัดไปนะคะ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ไปรยา เปลี่ยนสมัย

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : คดีดัง  สร้างเรื่อง  แม่ใจร้าย  เงินบริจาค 

ติดตามข่าวอื่นๆ