นายกฯตู่เปิดอกคุยแพทย์ศิริราช ขอโทษบางครั้งพูดทำไม่สบายใจ

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ออกแถลงภายหลังการประชุม ครม. วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2563 ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ผ่านเพจ ไทยคู่ฟ้า ระบุว่า ดีใจที่ยอดผู้ติดเชื้อทยอยลดลง อย่างที่ทุกคนทราบกัน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะหมดภายในที่ 26 เม.ย.63 เข้าใจว่าทุกคนได้รับผลกระทบ อาจจะมีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ไม่ใช่ทีเดียวทั้งหมด แต่ต้องให้คณะกรรมการวิเคราะห์และประเมินภายในสิ้นเดือน เม.ย.อีกครั้ง ว่าจะมีการต่ออายุหรือขยายมาตรการหรือไม่ 

ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของคณะแพทย์และบุคคลากรทางการแพทย์   โดยได้กล่าวชื่นชมแพทย์พยาบาล บุคคลากรทางการแพทย์ที่ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนตัวคุ้นเคยดและได้เห็นการทำงานของแพทย์และทุกคนตั้งแต่สมัย พ่อ และ แม่ รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ รวมถึงได้ถวายงานอารักขา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ได้ประทับอยู่ที่นี่ และส่วนตัวได้มาถวายงานกินนอนอยู่ที่นี่ ในหลายครั้งและหลายโอกาส 

 


โดยการทำงานของแพทย์พยาบาลก็ถือว่าได้ทำงานให้กับรัชกาลที่ 9 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ซึ่งรัชกาลที่ 10 ก็ได้ฝากกำลังใจและชื่นชมการทำงานของทุกคนที่มีความก้าวหน้าและดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งส่วนตัวได้ถวายรายงานให้พระองค์ได้รับทราบในทุกวัน ซึ่งพระองค์ได้แสดงความห่วงใยว่า หากมีสิ่งอื่นใดที่ช่วยเหลือได้ขอให้บอกมา ดังนั้น อยากฝากให้ทุกคนให้รู้ว่าความดีที่ทำในวันนี้ไม่ได้สูญหายไปไหน และอาจสนองตอบต่อเราเพียงแค่ความสุขใจ หรือ ความภาคภูมิใจในตัวเอง และครอบครัว ถึงแม้การทำงานจะอยู่เบื้องหน้าหรือเบื้องหลัง ก็ให้คิดว่าไม่เป็นไร แต่ทุกคนจะรู้ว่า ตนเองทำอะไรอยู่ ซึ่งทุกคนต้องพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ 

 


นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการประชุม ครม.เมื่อวานนี้ (15 เมษายน 2563) ว่าได้พูดในที่ประชุมว่า สิ่งไหนที่ผิดพลาดก็ต้องนำมาปรับปรุงและพัฒนา โดยไม่ต้องบอกกล่าวใคร เพราะเรานั้นย่อมรู้แก่ใจของตัวเอง  ตนขอโทษบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทำให้ไม่สบายใจ ส่วนตัวอาจติดนิสัยเดิมที่เคยเป็นทหารพูดจาไม่ค่อยเข้าหูคนบ้าง ซึ่งบางครั้งเข้าถึงรายละเอียดมากเกินไป  ไม่เหมาะสมที่จะออกมาพูด  ตนจึงเป็นนักการเมืองไม่ได้ ตนแค่อยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ  แต่กลับถูกนำไปบิดเบือน จึงไม่ขอพูดดีกว่า เพราะพูดไปเป็นปัญหาทุกที  และบางครั้งมีการสร้างประเด็นไปเรื่อย ๆ จนเกิดผลเสียตามมา 

 

ทั้งที่เป็นสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ก็เกิด โดยเฉพาะกับการพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ทุกวัน ก็ไม่น่าเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย โดยเฉพาะการดูแลเด็กและเยาวชนในขณะนี้ ซึ่งได้รับการปลูกฝังและปกป้อง จากพ่อและแม่ ที่เป็นห่วง ดังนั้นในอนาคตจึงต้องเน้นในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นายกรัฐมนตรี ได้พูดหยอกล้อกับบุคลากรทางการแพทย์ว่า “ เราสามารถคุยกันได้ในฐานะที่อยู่ในระดับบริหาร ด้วยกันซึ่งผมมองแบบนี้ และวันหน้าก็ฝากไว้ด้วย เผื่อคุณหมอคนไหนที่จะมาเป็น นายก ซึ่ง หมอหนู ก็มีสิทธิ โอเคนะ อย่าพูดกันไปมา เพราะประเทศไทยชอบหาจำเลย”

 

นายกฯตู่เปิดอกคุยแพทย์ศิริราช ขอโทษบางครั้งพูดทำไม่สบายใจ พ้อหนักคำอธิบายเงินเราไม่ทิ้งกัน 5 พัน ถูกสื่อนำบิดเบือน

ก่อนหน้านั้นศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี ได้ถอดเทปการแถลงข่าวของพล.อ.ประยุทธ์ พร้อมเผยแพร่คลิปประกอบ ซึ่งระบุข้อความว่า "รัฐบาลยืนยันว่ามีงบประมาณเพียงพอและมีความตั้งใจที่จะดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัส Covid-19 ให้ครอบคลุมครบทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาการให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสมสำหรับแต่ละกลุ่ม

 

การจ่ายเงินตามมาตรการดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จำนวน 5,000 บาท ระยะเวลา 3 เดือน นั้น ในช่วงเดือนแรก รัฐบาลใช้เงินจากงบประมาณปี 2563 งบกลาง และงบประมาณที่โอนกลับมาจากโครงการที่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน ส่วนในช่วงเดือนต่อไป จะใช้งบประมาณจากเงินกู้ยืม

 

พระราชกำหนดเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท จะมีกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนการใช้งบประมาณต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ โดยคาดว่าจะสามารถใช้งบประมาณได้ในช่วงปลายเดือนเมษายน หรือต้นเดือนพฤษภาคม ทั้งนี้ได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีผู้ลงทะเบียนที่ได้รับสิทธิ์แล้ว 2 รอบ จำนวน 2.4 ล้านราย รวมงบประมาณทั้งสิ้น 1.2 หมื่นล้านบาท ในรอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน 2563 และรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 13-14 เมษายน 2563 ซึ่งในช่วงวันที่ 15-17 เมษายน 2563 จะมีการโอนเงินเยียวยาในรอบที่ 3 มีผู้ผ่านเกณฑ์อีกประมาณ 8 แสนราย คิดเป็นงบประมาณ 4 พันล้านบาท 

 

 

รัฐบาลจะเร่งกระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้ลงทะเบียนกว่า 27 ล้านคนโดยเร็วที่สุด สำหรับผู้ไม่ผ่านการคัดกรองกระทรวงการคลังจะเปิดให้ทำการทบทวนสิทธิ์อีกครั้ง ในวันที่ 20 เมษายน ผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน..com #เราไม่ทิ้งกัน #มาตรการเยียวยา #กระทรวงการคลัง #PMOC #ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี

 

ทางด้าน ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อันที่จริงแล้ว นายกฯ ไม่จำเป็นต้องพูดเรื่องเงิน 3 เดือนก็ได้ ถ้ายังคงเยียวยา 3 เดือนเหมือนเดิม เพราะที่พูดมานั้นให้โอกาสคนที่ไม่หวังดีเอาไปบิดเบือนว่าจะจ่ายเดือนเดียว 

ถ้าอยากจะบอกที่มาของเงินก็ควรพูดนำตั้งแต่ต้นเลยว่า เงินเยียวยา 3 เดือนนั้น เดือนแรกจะมาจากการตัดงบประมาณปี 63 มาใช้ ส่วนอีก 2 เดือนจะมาจากเงินกู้ ซึ่งตอนนี้ดำเนินการแล้ว น่าจะทันจ่ายในเดือนพฤษภาแน่ๆ (พูดแบบนี้คงบิดเบือนยาก)

ข้อความอันตรายที่นายกฯพูดก็คือข้อความว่า "เพียงเดือนเดียวเท่านั้น" ซึ่งท่านหมายความว่าเงินที่ตัดมาจากงบประมาณเอามาจ่ายเยียวยาได้เดือนเดียว อีก 2 เดือนมาจากเงินกู้ ข้อความ "เพียงเดือนเดียว" นั่นแหละคือข้อความที่สร้างปัญหา

ไม่รู้ว่านายกฯพูดเอง หรือมีคนเขียน script ให้ วันหลังต้องระวังหน่อย อะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด เรื่องที่จะพูด จะเรียบเรียงอย่างไร ให้เข้าใจได้ชัดเจนอย่างเดียว ไม่ก่อให้เกิดการตีความบิดเบือน

ต้องตระหนักนะว่ามีศัตรูคอยบิดเบือนอยู่นะคะ.

นายกฯตู่เปิดอกคุยแพทย์ศิริราช ขอโทษบางครั้งพูดทำไม่สบายใจ พ้อหนักคำอธิบายเงินเราไม่ทิ้งกัน 5 พัน ถูกสื่อนำบิดเบือน

ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : โคโรนา  โควิด19  ไวรัสระบาด  ไวรัส  นายกรัฐมนตรี 

ติดตามข่าวอื่นๆ