ผีน้อยชุดแรกถึงไทย หลังประกาศโรคอันตรายบังคับใช้ รมช.สธ.รับก่อนหน้าหนีรอดด่านกัก 70-80 คน

รุนแรงจนน่าหวาดกลัวเข้าไปทุกนาทีจริงๆ สำหรับโรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 ที่กำลังระบาดในจีน โดยเริ่มมีการรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคนี้ครั้งแรกเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2562 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีน จนตอนนี้โรคไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่ยังกระจายไปทุกมณฑลและเขตการปกครองอื่นๆ ของจีน และหลายประเทศทั่วโลกจนมีผู้ติดเชื้อแล้วกว่า 98,000 ทั้งยังทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 3,300 คนและมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มมากขึ้นอีก

ต่อมาผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสนามบินอินชอน เกาหลีใต้ เมื่อ 21.10 น. ของวันที่ 7 มีนาคม ด้วยเที่ยวบินที่ LJ03 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

มีผู้โดยสารคนไทย 88 คนผ่านกระบวนการคัดกรองโดยเจ้าหน้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ ตม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดจะต้องผ่านกระบวนการคัดกรองโรคตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และจะต้องเข้ากระบวนการสอบสวนโรคที่อาคารรับรองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทั้งหมด

หากคนใดมีไข้สูงเกินกว่า 37.5 จะถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลทันที ส่วนใครไม่มีไข้ต้องผ่านกระบวนการคัดกรอง และส่งกลับบ้าน พร้อมกักตัว 14 วัน โดยมี จนท.สาธารณสุขติดตามอย่างใกล้ชิด


ในอาคารรับรอง ทร.สัตหีบ ได้ประเดิมรับผีน้อยชุดแรก เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 กลับ ถึงไทยแล้ว นำมาทั้งลำ มีทั้ง ผีน้อย-คนไทย-นักท่องเที่ยวจาก สุวรรณภูมิ มาตรวจคัดกรอง ถ้ามาจาก “แทกู-คยองซัง” ต้องกักตัว ที่สัตหีบ 14 วัน


ส่วนคนไทย-ผีน้อย ที่กลับจากเกาหลี ไม่มีไข้ ส่งกลับภูมิลำเนา กักกัน 14 วัน ในค่ายทหาร หรือพื้นที่ที่รัฐจัดเตรียมไว้

 


 


ด้าน นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุขเผยว่า แรงงานไทยผิดกฎหมาย ที่กลับจาก เกาหลีใต้ หรือผีน้อย รวมทั้งคนไทย  นักท่องเที่ยว ราว 200 คน ตลอดทั้งวันที่ 7 มี.ค. ที่ผ่านมา  เดินทางถึงสุวรรณภูมิแล้ว    โดยบางส่วนหลังการคัดกรอง จะถูกนำไปที่อาคารรับรอง กองทัพเรืออ่าวดงตาล สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่เคยใช้เป็นที่กักกันคนไทย จากWuhan เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจคัดกรอง และ คัดแยก เพราะต้องใช้เวลา ไม่ทำที่สนามบิน เพราะไม่สะดวก

 

อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ในสวนของกลุ่มผีน้อยซึ่งเดินทางกลับเข้าไทย วันที่่ 7 มีนาคม 2563 เกือบ 200 คน จำนวนหนึ่งที่ไม่ยอมแสดงตัว  และหลบเลี่ยงหลังจากผ่านจุดคัดกรอง  ไม่สามารถกักตัวเพื่อดำเนินการตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข  หลุดรอดไปได้ จำนวน  70-80 คน   ซึ่งทั้งหมดต้องถือว่าไม่ให้ความร่วมมือ  ตามขั้นตอนการกักกันของเจ้าหน้าที่  ตามข้อบังคับของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง การกำหนดเขตติดโรคติดต่ออันตราย   จึงสั่งให้อธิบดีกรมควบคุมโรค เร่งตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังนำตัวกลับมากักกัน  และ ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค  โดยเร็วที่สุด

 

ทางด้าน  พล.ร.อ. สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ กล่าวภายหลังตรวจความพร้อม ของ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การรับ คนไทย แรงงานไทย ที่ลักลอบทำงานผิดกม. ในเกาหลีใต้ ที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ พักเพื่อเฝ้าดูอาการ กองทัพเรือ ที่ กิจการอาคารรับรองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ฐานทัพเรือสัตหีบ

 

 

ทั้งนี้ กองทัพเรือ สนองนโยบายรัฐบาล ที่ได้สั่งการให้ทุกเหล่าทัพเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด เพื่อรองรับคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้พักเพื่อเฝ้าดูอาการ

 

โดย ทร. ได้มีการจัดเตรียมความพร้อมของสถานที่ ทั้ง 6 อาคาร เพื่อเป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่งในขณะนี้ได้จัดเตรียมความพร้อม สถานที่ เจ้าหน้าที่ ในการอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้สามารถรองรับการเฝ้าสังเกตอาการ จนกว่าจะครบระยะเวลาเฝ้าระวัง ประมาณ 14 วัน

 

รวมถึงยังได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่า ให้งดการเรียกคนไทย แรงงานไทย ที่ลักลอบทำงานผิดกม. ในเกาหลีใต้ ด้วยคำว่า Pinoy หรือ ผีน้อย เพราะแม้ในคำภาษาไทย อาจดูไม่รุนแรง แต่ถ้าเป็น คำ ฟิลิปปินส์ ถือว่า เป็นคำที่เรียกดูถูก รุนแรง

 

 

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ  01.15 น. – 02.30 น. ที่ผ่านมา  “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การรับคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้พักเพื่อเฝ้าดูอาการ กองทัพเรือ” ได้ดำเนินการรับกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ เพื่อนำมาเฝ้าระวังอาการติดเชื้อโควิท19 ณ กิจการอาคารรับรองสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

 


โดย กองทัพเรือได้จัดอาคารรับรองสัตหีบ เตรียมความพร้อมของอาคารรับรองสัตหีบ อาคาร3-5 เป็นอาคารรองรับเฝ้าระวังอาการในชุดแรกที่อยู่ในเกณฑ์มีความเสี่ยงสูง จำนวน 59 คน เป็นชาย 27 คน หญิง 32 คน  

 

 

พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) โดยกระบวนการการชำระล้าง จากเจ้าหน้าที่กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ ขั้นตอนการลงทะเบียนแยกเข้าห้องพักจากกรมแพทย์ทหารเรือ  ใน 3 อาคาร ซึ่งมีการจัดเฉพาะแยกชาย หญิง และ ครอบครัว

 

ก่อนจะมีวิธีการชำระล้าง (DECON) ทั้งรถและคนขับ ผ่านขั้นตอนการฉีดยาพ่น ทำความสะอาดฆ่าเชื้อตัวรถเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ารถรับส่งคันนั้น และคนขับ จะปลอดจากเชื้อ 100 % เพื่อให้ประชาชนทั่วไป เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการรับคนไทยจากเกาหลีใต้ จะไม่ส่งผลกระทบกับชุมชนโดยรอบพื้นที่อย่างแน่นอน 


ขณะเดียวกันในส่วนของการตรวจคัดกรองกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับจากเกาหลีใต้จำนวน 88 คน ดังกล่าว มีการตรวจพบผู้เข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อเนื่องจากมีไข้สูง จำนวน 15 ราย จึงส่งตัวเข้ารับกระบวนการทางสาธารณสุข  และส่วนที่เหลือซึ่งไม่มีอาการถูกนำไปที่ สถานีดับเพลิงสุวรรณภูมิ  ก่อนคัดแยกแล้วส่งตัวไปจุดคัดกรองของภาค เพื่อดำเนินการกักตัว 14 วัน  และผู้โดยสารที่ไม่มีส่วนกับกลุ่มเสี่ยงทางสาธารณสุข ได้มีการบันทึกข้อมูลเพื่อติดตามความคืบหน้าตรวจสอบอาการต่อไป

 

ทั้งนี้การดำเนินการทั้งหมด เป็นไปตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ : ราชกิจจาฯ ประกาศแล้ว ให้ 4 ประเทศ เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย ไวรัสโควิด -19)

 

 

ขอบคุณภาพ ข้อมูล : เฟสบุ๊ค  Army times Thailand


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ไวรัสระบาด  ผีน้อย  ถึงไทย  ไวรัส  เกาหลีใต้ 

ติดตามข่าวอื่นๆ