รองฯต่อ โพสต์เตือนสตินิสิต นศ. อย่าเอาธงชาติมาล้อเล่น

ยังคงเป็นกระแสต้องเฝ้าติดตามกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า   สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.)   ในการเดินหน้าจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ  เพื่อให้กำลังใจพรรคอนาคตใหม่  ด้วยถึงปัจจุบันมีความชัดเจนว่ามีกลุ่มการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและทางอ้อม  จนถึงประเด็นร้อนว่าด้วยความพยายามชักธงดำ  ขึ้นสู่ยอดเสาธงไตรงค์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   โดย   น.ส. สิรินทร์ มุ่งเจริญ  นิสิตคณะอักษรศาตร์ ชั้นปีที่ 3 และในฐานะ รองประธานสภานิสิต คนที่ 2  ซึ่งร่วมกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  คู่ขนาดกับพรรคอนาคตใหม่ มาโดยตลอด  โดยเฉพาะการจัดกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง"

 


(คลิกอ่านข่าวประกอบ : นิสิตเก่าทำหนังสือถึงจุฬาฯ กรณีรุ่นน้องชักธงดำ กลุ่มคนในคลิปแถลงโต้ จ่อเอาผิดรปภ.แพร่คลิป ชาวเน็ตฮือป้อง#saveรปภ.จุฬา)   

ขณะที่การแสดงออกในวิถีทางดังกล่าว ด้วยการกล่าวอ้างเรื่องสิทธิ เสรีภาพ  ตามระบอบประชาธิปไตย  หรือ กระทั่งการหยิบโยงประวัติศาสตร์ทางการเมืองในอดีต มากล่าวอ้างอย่างผิด ๆ ว่า การชักธงดำขึ้นยอดเสาธงไตรรงค์ เป็นเรื่องกระทำได้ เหมือนการต่อสู้ของนิสิต นักศึกษา ช่วงปี  2516  ก็นำมาซึ่งกระแสความเห็นวิพากษ์วิจารณ์กลับมากมาย  อาทิ   

 

รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   ได้ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า  " กรณีนิสิตหญิงจุฬาฯคนหนึ่งที่เป็นแกนนำจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และเป็นแกนนำจัดชุมนุมประท้วงการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่จุฬาฯ พยายามนำธงสีดำขึ้นแทนธงไตรรงค์บนเสาธงของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แม้เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่อมหาวิทยาลัย และยังสุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายด้วย

 

 

แต่นิสิตหญิงคนนี้อ้างว่าใครๆเขา ก็ทำกัน เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ นั่นก็จริง เวลามีการชุมนุมประท้วงก็มักมีการกระทำอะไรทำนองนี้บ่อยๆ แต่ต่างกันกับกรณีนี้ตรงที่ว่า เคยเห็นแต่คนที่เขาทำไปโดยรู้ว่าผิด แต่ก็จะทำ แต่เพิ่งเห็นครั้งนี้เป็นครั้งแรก เมื่อ รปภ.ของมหาวิทยาลัยมาขัดขวาง ข้อโต้แย้งของเธอคือ “ เป็นการไม่ให้สิทธิเสรีภาพแก่นิสิตจุฬาฯ” แปลว่าเสรีภาพคือจะทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้นหรือ ลองไปทำอย่างนี้ในมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั่วโลก แล้วอ้างว่านี้คือเสรีภาพ แล้วดูซิว่า มีมหาวิทยาลัยไหนบ้างในโลกจะยอมให้เธอทำบ้าง"

 


หรือแม้แต่ รศ.ดร.วินัย อดีตคณบดี คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ซึ่งโพสต์แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าว ว่า  "นิสิตจุฬาฯคนนั้นกับประเด็นการชักธงดำหน้าหอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์ฯ..... เวลานี้ในโลกออนไลน์ ใครต่อใครพากันแชร์กรณีนิสิตหญิงจุฬาลงกรณ์คนหนึ่งพยายามชักธงดำ   ขึ้นเสาธงหน้าหอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเมื่อไม่กี่วันมานี้ 

 


เธอกรีดร้องขณะเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเข้าห้ามปราม คำโต้แย้งของเธอคือใครๆก็ทำได้ ข้อเรียกร้องของเธอเป็นประเด็นการเมืองนอกมหาวิทยาลัยที่ลุกลามเข้ามาภายใน สิ่งที่นิสิตหญิงผู้นั้นหรือทีมงานของเธอพยายามทำจะว่าเป็นเพราะความไม่รู้ก็ว่ากันไป ในความไม่รู้มีบางเรื่องจำเป็นต้องให้เธอและสังคมได้ทราบ เรื่องที่ว่านั้นคือเสาธงและธงชาติหน้าหอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มีอดีตที่เกี่ยวพันกับศักดิ์ศรีของประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่เธอเกิด เป็นเรื่องราวที่ผ่านมาเนิ่นนานกระทั่งหลายคนพากันลืมเลือนไปหมดแล้ว

 


ย้อนหลังกลับไปใน พ.ศ.2490 (หากข้อมูลผิดพลาดต้องขออภัย) สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) สร้างเสาธงในสนามหน้าสถานทูตด้านติดถนนเพลินจิตมีการกล่าวอ้างกันว่าสูงที่สุดในประเทศไทย บังเอิญห้วงเวลานั้นสหราชอาณาจักรมีข้อพิพาทกับประเทศไทยอยู่เล็กน้อยในประเด็นที่ค้างคามาจากสงครามที่เพิ่งจบสิ้นลงไปไม่ถึงทศวรรษ ช่วงเวลาหลังจากนั้นไม่นานจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดสร้างเสาธงหน้าหอประชุมใหญ่สูงที่สุดในประเทศไทย เบื้องหลังจะมีอะไรหรือไม่นั้นไม่ทราบ เรื่องราวจะเป็นตามนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้แต่เวลานั้นกล่าวกันว่าเมื่อธงไตรรงค์ถูกชักขึ้นเสาธงหน้าหอประชุมใหญ่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรกคลับคล้ายเป็นการประกาศถึงศักดิ์ศรีความเป็นเอกราชของประเทศไทยยังไงยังงั้น

 


เรื่องราวทั้งหมดเกิดก่อนผมเกิด ผ่านตาครั้งแรกขณะยังเป็นเด็กเรียนอยู่มัธยมต้น จะเป็นจริงตามนั้นหรือไม่คงต้องหาหลักฐานยืนยัน มีเพียงสิ่งเดียวที่อยากให้ทุกคนได้รู้คือประเทศของเรามีความเป็นมายาวนาน มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรีที่ควรค่าต่อการสงวนรักษาไว้ แต่ละสถาบันการศึกษาต่างมีประเด็นประวัติศาสตร์ของชาติหรือแม้กระทั่งของท้องถิ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง 

 


ใครดูแลส่วนใดก็ควรทำกันให้เต็มที่ในส่วนนั้น กรณีธงชาติและเสาธงหน้าหอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลายคนอาจลืมเลือนกันไปแล้ว ขณะที่ผมเองยังคงภูมิใจในห้วงหัวใจลึกๆ นิสิตหญิงคนนั้นเมื่อได้รู้ความเป็นมาเชื่อว่าเธอคงสงบลง เชื่อด้วยว่าสังคมคงให้อภัย สิ่งที่บ้านเมืองของเราต้องการเวลานี้คือความมีสติ ยังมีปัญหาอีกมากที่ต้องช่วยกันแก้ ข้อเท็จจริงเป็นเช่นนั้นมิใช่หรือ
ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

 


สำคัญยิ่งมีมุมมองความเห็นของอีกหนึ่งบุคคลน่าสนใจ  อย่าง   พล.ต.ต.ต่อศักดิ์  สุขวิมล   รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  ซึ่งโพสต์เตือนสติกับบุคคลใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง กับการทำให้ธงไตรรงค์ที่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ รวมจิตใจคนไทยทั้งชาติ ต้องมัวหมอง ไว้ว่า " เวลาพวกพี่ตายในหน้าที่ พวกพี่มีธงชาติคลุมกาย  ตายเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยให้น้องๆได้อยู่กันอย่างสบาย  น้องอย่าเอามาล้อเล่น   มันเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ   น้องๆต้องระวังจะเป็นเครื่องมือ สร้างให้เป็นประเด็น  คิดต่างได้ พี่เคารพความคิด  เพราะทุกคนอยากให้ประเทศเราดีขึ้น  แต่จะทำอะไรคิดให้รอบครอบเสียก่อน ข้อดีข้อเสีย ผลดี ผลร้าย เอาประเทศชาติเป็นที่ตั้งนะครับ อันไหนดีพี่ก็ว่าดีเห็นด้วย อันไหนมันเกินไปพี่ก็เตือนกันครับ"

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ชักธงดำ  ม.ดัง  นักศึกษาสาว 

ติดตามข่าวอื่นๆ