สมชัย ศรีสุทธิยากร โพสต์ร่ายยาว ให้กำลังใจธนาธร ลั่น ความคับแค้นครั้งนี้ จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคอนาคตใหม่ และตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค 10 ปี จากคดีที่พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จำนวน 191.2 ล้านบาทแล้วนั้น กรรมการบริหารพรรคยังอาจถูก กกต.ดำเนินคดีอาญา ซ้ำตามหลังด้วย ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560  มาตรา 124 ที่กำหนดเอาผิด ผู้บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาทต่อปี  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี  หรือปรับไม่เกิน100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
 

 

และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้น 5 ปี และมาตรา 125 ที่กำหนดเอาผิดพรรคการเมืองที่รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดมีมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น 5 ปี และให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดส่วนที่เกินมูลค่าที่กฎหมายกำหนดไว้ 10 ล้านบาทตกเป็นของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ทั้งนี้หากเงินที่กู้มา 191.2 ล้านบาท ที่ผิดกฎหมายต้องเข้ากองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง หากไม่มีเงินเหลือต้องบังคับเอากับคณะกรรมการบริหารพรรค ในลักษณะแบบลูกหนี้ร่วมของกองทุน และหัวหน้าพรรคต้องส่งบัญชีให้นายทะเบียน  ภายใน 30 วัน เพื่อชำระบัญชี ฝ่าฝืนมีโทษปรับและใบแดง 5  ปี
 


ล่าสุด เฟซบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.โพสต์ข้อความระบุว่า ความคับแค้นครั้งนี้ จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง สี่ทุ่มเศษ คืนวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563ผมเปิดมือถือดูการถ่ายทอดสด การปราศรัยในช่วงท้ายๆที่ของคุณธนาธรกับมวลชนที่มาให้กำลังใจหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไปเมื่อตอนเย็น ธนาธร ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียด ยังพูดคุยกับมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีลูกเล่นลูกฮาให้กองเชียร์ได้หัวเราะบ้าง ตบมือด้วยความพอใจบ้าง ให้คำมั่นสัญญาว่าการต่อสู้เพื่อสังคมยังจะไม่สิ้นสุด และพูดให้ความหวังว่า เราจะไม่กอดกันร้องไห้ แต่ตื่นเช้าพรุ่งนี้ เราจะร่วมกันแปรเปลี่ยนความคับแค้นให้เป็นพลังเพื่อต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อไปคนวัยเลย 60 อย่างผม เลยหวนคิดไปถึงเพลงที่นักเรียน นักศึกษา ในรุ่น 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ร้องกันทุกครั้งที่มีการชุมนุม ที่มีเนื้อเพลงว่า “ความคับแค้นครั้งนี้ จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง ให้กล้าแกร่งดุจดังพายุโหม เราจะลุกขึ้นสู้ เราจะยอมสู้ตาย แม้ชีวาจะวาย เราก็จะพลี”

ผมไม่ทราบว่า ใครเป็นคนแต่ง หรือมาจากวงดนตรีใด จำได้ว่าจังหวะการร้องและตบมือ จะเริ่มจากช้าและเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับสะสมกำลังในการต่อสู้ให้กึกก้อง และรวดเร็ว กระชับขึ้น ธนาธร ที่เคยเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ คงเคยร้องเพลงนี้ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เลยเอามาเป็นวลีปิดในการพูดกับมวลชนเมื่อคืน ดีใจครับที่ธนาธร ยังมีกำลังใจไม่ท้อถอย แม้ลึกๆจะเสียใจว่า เขาและเพื่อน ไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้มีอำนาจตัดสินความเป็นไปของบ้านเมือง มองการลงมาทุ่มเททำงานการเมืองของเขาและเพื่อนเป็นความผิด มองการให้เงินกู้เป็นการครอบงำพรรคการเมืองขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้นายทุนมามีอำนาจเหนือการเมือง และกลายเป็นข้อหาสำคัญถึงขนาดยุบพรรค ตัดสิทธิกรรมการบริหาร และยังต้องมีคดีอาญาและยึดเงินจำนวนหลักร้อยล้านดังกล่าวมาเป็นของกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองต่อไปธนาธรไม่ได้ผิดที่ให้กู้เงิน แต่ไม่อาจหยั่งรู้อนาคตได้ว่า ประเด็นกู้เงินจะถูกดึงขึ้นมาหยิบเอามุมในกฎหมายมาทำร้ายตัวเขาและพรรคได้เงินค่าปรับ เงินที่อาจถูกยึด ไม่น่าจะเป็นภาระมากมายสำหรับเขา โทษอาญาที่ถึงขั้นจำคุก ถึงวันนี้คงไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหว เพราะ “คุกขัง เขาได้ แต่หัวใจอย่าปรารถนา” สิบปีที่ถูกตัดสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้ง ก็ไม่นานเกินไปสำหรับคนในวัยหนุ่มเช่นเขาคนที่เห็นรอยยิ้ม และคำพูดของธนาธร เมื่อคืน คงคิดเหมือนผมครับ“ให้กำลังใจสู้ต่อไปครับ ธนาธร อีกสิบปีข้างหน้า เราจะมาดูความสำเร็จของคุณ”

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
นายลัทธภพ แก้วโย

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ธนาธรอนาคตใหม่  สมชัยศรีสุทธิยากร 

ติดตามข่าวอื่นๆ