ธาตุแท้ นัก(อ้าง)ปชต.? ฮือล่าชื่อถอดถอน เดินขบวนไล่ "ศรีนวล" พ้น ส.ส. เพราะกล้าเถียง

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง   หลังจากพรรคอนาคตใหม่ลงมติขับไล่ 4 ส.ส. พ้นพรรค   ด้วยมูลฐานความผิดฝ่าฝืนความคิดร่วม   โดยเฉพาะการแสดงความเห็นต่อ  พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562  ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ  

รวมถึงพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแล้วว่า การตรา พ.ร.ก.ฉบับนี้ถือเป็นการรักษาความปลอดภัยอันมีความสำคัญสูงสุดของประเทศ

 

 เนื่องจากหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยในพระองค์ มีหน้าทีวางแผนอำนวยการ การบังคับบัญชา การถวายอารักขา ปฏิบัติหน้าที่ทางพระราชพิธี รักษาความสงบเรียบร้อยภายในเขตพระราชฐาน และถวายพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท พระบรมวงศานุวงศ์ และราชอาคันตุกะ ดังนั้นสมควรโอนกรมทหารราบที่ 1 และกรมทหารราบที่ 11 ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยในพระองค์

 

รวมถึงยังเกิดกระแสภายในพรรคอนาคตใหม่  เรียกร้องให้มีการดำเนินการกับ ส.ส. ทั้ง 4 ราย  ประกอบด้วย  1.น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ 2.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี ,  3.นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี และ  4.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี  มาโดยตลอดเนื่้อง   ด้วยข้อกล่าวอ้างว่าทั้งหมดมีการแสดงความเห็นในทิศทางตรงข้าม  เรื่องการปลุกระดมให้ผู้คนออกมาร่วมชุมนุมแฟลชม็อบ   ที่ล่าสุดกำลังย้อนมาเพิ่มปัญหาให้กับพรรคอนาคตใหม่ 

 

 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ :  ฟ้องกกต.แล้ว สอบเอาผิด "แกนนำอนค."ฝ่าฝืนกม.ทำแฟลชม็อบ)   


ล่าสุดหลังจากมีความชัดเจนว่า   น.ส.ศรีนวล   เลือกตัดสินใจย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย    พร้อมยืนยันหลักคิดทางการเมือง  ว่า  ช่วงเวลาที่ผ่านมาได้พยายามทำงาน ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างดีที่สุด โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก  ส่วนการที่ตัดสินใจโหวตสวนมติพรรค เรื่อง พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ   เพราะต้องการเทิดทูนและต้องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์   ซึ่งในฐานะคนไทยจึงต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าอาจจะไม่ถูกใจ ใครบางคน

 

 


ไม่เท่านั้น น.ส.ศรีนวล ยังให้ความเห็นถึงผลการทำงานการเมืองในพื้นที่ ว่า ไม่น่าเกี่ยวข้องเพราะส่วนสำคัญของการได้รับเลือกตั้ง  มาจากผลการทำงานที่ผ่านมาของตนเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระแสพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมดอย่างที่หลายคนเข้าใจ 


และนี่จึงเป็นที่มาของกระแสโจมตีกลับในหลากหลายรูปแบบ  อาทิ  คำพูดของ   นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์   ส.ส. กทม.พรรคอนาคตใหม่ ในฐานะรองโฆษกพรรคอนาคตใหม่  ที่ออกมาตอบโต้น.ส.ศรีนวล ด้วยถ้อยคำรุนแรง ว่า ทำตัวเหมือนกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา 


ขณะที่น.ส.เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภูมิภาค ภาคเหนือ ถึงขั้นประกาศท้าทายเป็นภาษาคำเมือง เรียกร้องให้น.ส.ศรีนวล  ย้อนกลับไปฟังเสียงประชาชนในพื้นที่  หรือ พิสูจน์ว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ชนะเลือกตั้ง  ด้วยการลาออกจาก ส.ส.เพื่อลงเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง

 


ไม่จบเท่านั้่นในพื้นที่เองยังมีการปลุกกระแสต่อต้าน น.ส.ศรีนวล   อย่างหนัก  ทั้งการนำพวงหรีดไปวางหน้า   ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ เขต 8 อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่  รวมถึงนัดหมายของกลุ่มแนวร่วมพรรคอนาคตใหม่จำนวนหนึ่ง  ในการรวมตัวเดินขับไล่  เผาหุ่น และร่วมลงชื่อถอนถอน น.ส.ศรีนวล ออกจากการเป็นส.ส.  โดยระบุชื่อ ทนายชิษณุพงศ์  ปุกคำนวล เป็นแกนนำ

 

 

อย่างไรก็ตามจากกรณีที่เกิดขึ้น ต้องไม่ลืมว่าประเด็นเรื่องการย้ายพรรคของ น.ส.ศรีนวล    โดยข้อเท็จจริงก็เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย  และ พรรคอนาคตใหม่เองต่างหากเป็นฝ่ายเดินเกมส์กดดัน ทำให้ น.ส.ศรีนวล  ต้องเลือกเส้นทางดังกล่าว  


รวมถึงต้องไม่ลืมว่าผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา  ซึ่งทำให้ น.ส.ศรีนวล เป็นส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ด้วยคะแนน 75,891  สูงสุดของประเทศ  ทิ้งขาด  นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ ผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้คะแนนรวม 27,861

 


มีข้อพิจารณาว่าหลักใหญ่ใจความ    ไม่น่าจะใช่  เพราะบทบาทของ ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  หรือ กระแสพรรคอนาคตใหม่ ทั้งหมด   แต่ประเด็นสำคัญมาจากการที่พรรคเพื่อไทย  ไม่มีผู้สมัครลงแข่งขัน   จากเดิมในการเลือกตั้ง วันที่ 24 มี.ค.2562   ปรากฎว่า  นายสุรพล เกียรติไชยากร   จากพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ได้คะแนนสูงสุด ที่ 52,135 คะแนน  โดยทางด้าน นายนเรศ ธำรงค์ทิพยกุล  พรรคพลังประชารัฐ 39,221 คะแนน  และ น.ส. ศรีนวล บุญลือ จากพรรคอนาคตใหม่ 29,556 คะแนน

 


ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีมติสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครของ นายสุรพล เกียรติไชยากร   เป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี หลังพิจารณาสำนวนสืบสวนที่คณะกรรมการสืบสวนของสำนักงาน กกต.จังหวัดเชียงใหม่ ได้เข้ามารายงานแล้วเห็นว่า  

 

“พฤติการณ์ของนายสุรพล เข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 73 (2) เสนอให้ สัญญาว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิวัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด”

 


สรุปท้ายสุด มีข้อสังเกตุว่าผลที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งซ่อม  ก็คือ  กลุ่มคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทยเดิมทั้งหมด  ถูกเทไปให้ น.ส.ศรีนวล  ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่  ทำให้ได้เป็นส.ส.เชียงใหม่ เขต 8   สมความตั้งใจ แกนนำพรรคอนาคตใหม่  ที่ให้โอกาส น.ส.ศรีนวล  เป็นตัวแทนพรรค   เพราะผลการทำงานการพัฒนาพื้นที่  ผ่านบทบาทนักการเมืองท้องถิ่น  

    


แต่น่าเสียดายที่วันหนึ่งเธอหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูด  หลังจากต้องถูกขับไล่พ้นพรรคอนาคตใหม่  กลับกลายว่า น.ส.ศรีนวล   โดนกระแสการเมืองโจมตีอย่างหนัก  จากสมาชิกกลุ่มการเมืองสีส้ม  ที่ประกาศจุดยืนเรื่องประชาธิปไตย  และเรียกร้องให้เคารพความเห็นที่แตกต่างมาโดยตลอด

 

กรณีคล้ายกัน  นางลัดดา จตุอุทัยศรี หรือ “เจ๊ดา” นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมในจังหวัดจันทบุรี อดีตสมาชิกพรรรคอนาคตใหม่  ก็โพสต์ประเด็นในลักษณะดังกล่าว   ว่า  เรื่องจริง ที่พรรคไม่เคยเอ่ยปากพูด   แสดงเหตุผลในการชี้ประเด็นว่า  คะแนนการเลือกตั้ง ไม่ได้เป็นเพราะ กระแสพรรคอนาคตใหม่

 

“มีพี่น้องสอบถามมาหลายคนว่าจะสู้กับพรรคได้หรือกระแสพรรคแรงนะ กระแสคนรุ่นใหม่ในจันท์เยอะนะจะไหวหรือ ที่ลงสมัครเองแบบนี้??

 

จึงขอตอบ ในสิ่งที่พรรคไม่เคยพูดถึงไม่เคยเห็นคุณค่าพี่น้องฝ่ายประชาธิปไตยในจันทบุรีหลังจากพรรคหนึ่งถูกยุบไป เขาเทคะแนนให้พรรคนี้  แต่...ยังมีบางคน หลงตนว่าได้ได้ตำแหน่งมาเพราะพรรค

 

หลงเป็นกระแสว่าพรรคยึดจันทบุรีได้ แต่ความจริงแล้ว ถ้าพรรค...นั้นไม่ถูกยุบไป เขต 1,2 ก็ตกเป็นของฝ่ายรัฐบาล  เขต 3 จะตกเป็นของพรรคที่ถูกยุบไป

 

แต่หลังจากนั้น พรรคไม่เคยคิดหวัง หาสิ่งที่ดีที่สุด  ตอบแทนให้กับคนจังหวัดจันทบุรี ยังเห็นแก่ตัว ต้องทำตามพรรคเท่านั้น  จนผู้มีตำแหน่งบางคน หลงว่าการรับใช้พรรค คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประชาชนคนจันทบุรี

 

ความจริงมันไม่ใช่ คนเลือกพรรคคุณในจันท์มีทั้งหมด 88,242 คะแนน ให้ทุกคนมีอุดมการณ์ของพรรคคุณ 100%  ไม่หักคนที่ไม่มีทางเลือก คนที่หมดตัวเลือก  เพราะพรรคที่ตั้งใจเลือกถูกยุบไปก่อน  ประชาชนคนจันท์มี 500,000 คน ให้เลขกลมๆเลย  คนจันท์เลือกพรรคคุณยังไม่ถึง 20% เลยนะ  ถ้าใช่ตัวเลขจริงคงตกราว 15% เองนะ

 

คนอีก 80 กว่า % ยังต้องการให้ผู้มีตำแหน่งแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นเรื้อรังในจันทบุรี ไม่ใช่หวังแค่ แก้ รธน. (ซึ่งก็ต้องแก้) ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ฯ ทำเพื่อคนจันท์บ้าง อย่าเน้นแค่พรรค
รับปากอะไรก็ไม่ทำให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน  แล้วไปเคลมผลงานของหน่วยงานอื่นเขา

 

ที่เจ๊ดาตั้งใจมาลง ท้องถิ่น มาหลายปี  เพราะเห็นสิ่งต่างๆมาตลอดชีวิต และช่วยทุกคนหาเสียง ทุ่มเทกับพี่น้องฝ่ายประชาธิปไตย  เพื่อให้ได้ ส.ส. ที่ดี หวังว่าจะทำงานเพื่อเมืองจันท์ หวังว่าจะได้ประสานงานทั้งในระดับจังหวัด และประเทศ เพื่อสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับจังหวัดของเรา

 

แต่ก็นั่นแหละนะ หลังจากพบว่าพรรค ก็ไม่ได้ดีกว่าพรรคอื่นๆ ก็ต้องถอยออกมา  เราเตรียมถอยมาล่วงหน้า เกือบ 2 เดือน  ระงับใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงความเป็นพรรค  แล้วถอยออกมาด้วยความยินดี มีกำลังใจสู้  เพราะตั้งใจทำงานท้องถิ่นจริงๆ

 

ได้สู้ในนามอิสระตามที่เคยตั้งใจไว้ก่อนที่จะมีพรรค ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่พรรคเองก็ไม่สนใจ  ไม่กลัวกระแสพรรค ไม่กลัวผู้สมัครทีมใดๆ  เพราะถ้าเราตั้งใจจริง และจริงใจกับพี่น้องประชาชน หวังดีกับประชาชนทุกฝ่าย ทำงานจริง ลงมือจริง ประชาชนต้องเห็นความตั้งใจของเรา....

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ศรีนวล บุญลือ  พรรคอนาคตใหม่  ลุกฮือ 

ติดตามข่าวอื่นๆ