ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง หลังโอเปกและกลุ่มพันธมิตรปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 57 – 62 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 62 - 67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (9 - 13 ธ.ค. 62)

          ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกตกลงที่จะปรับลดการผลิตลง 5 แสนบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 1/2020  โดยกำลังการผลิตใหม่จะอยู่ที่ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 1.7% ของกำลังการผลิตโลก นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงหนุนจากการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีแนวโน้มจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้ก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ที่สหรัฐฯ จะมีการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเพิ่มเติม แม้ว่าล่าสุดทั้งสองประเทศจะมีความขัดแย้งเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกงและปริมาณสินค้าเกษตรที่จีนต้องทำการนำเข้าจากสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดจะส่งผลกดดันให้ราคาปรับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยล่าสุดกำลังการผลิตปรับตัวแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 12.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

          การประชุมของกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตร เมื่อวันที่ 5 – 6 ธ.ค.  ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย กลุ่มผู้ผลิตปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากเดิมที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นปรับลดกำลังการผลิตลง 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะเริ่มในเดือน ม.ค. 63 และสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 63 เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันดิบ โดยกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรได้เรียกร้องให้ประเทศที่ปรับลดกำลังการผลิตต่ำกว่าปริมาณการผลิตที่ตกลงกันไว้ อาทิ อิรักและไนจีเรียปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับลดลงอีก 400,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ กลุ่มผู้ผลิตจะมีการประชุมอีกครั้งในเดือน มี.ค. 63 เพื่อทำการทบทวนนโยบายการปรับลดกำลังการผลิตอีกครั้ง

 

 

          การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มคืบหน้ามากขึ้นและคาดทั้งสองประเทศจะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าได้ก่อนวันที่ 15 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ จะมีการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 1.56 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอัตราที่ร้อยละ 15 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีการเปิดเผยว่าการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศดำเนินไปด้วยดี แม้ว่าจะมีความขัดแย้งเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในฮ่องกง ทั้งนี้ความคืบหน้าล่าสุดทั้งสองประเทศอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงการค้าในระยะที่ 1 อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ คาดจะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมัน

          ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สอง หลังความต้องการใช้น้ำมันดิบในสหรัฐฯ คาดจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 พ.ย. ปรับลดลงกว่า 4.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เพิ่มกำลังการกลั่นขึ้นสูงกว่า 464,000 บาร์เรลต่อวันจากสัปดาห์ก่อนหน้า

          ปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นต่อเนื่องและสร้างความกังวลต่อตลาดน้ำมันดิบ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในอิรักยังคงคุกรุ่น แม้ว่านายกรัฐมนตรีของอิรักจะประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้วก็ตาม สถานการณ์ประท้วงยังคงดำเนินการต่อเนื่อง โดยล่าสุดกลุ่มผู้ประท้วงได้จุดเผาไฟเมืองนาจาฟ ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอิรัก นอกจากนี้ ความรุนแรงยังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในอิรัก โดยหากสถานการณ์ยังมีความรุนแรงมากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันดิบของอิรักได้

          เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซน ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ และ การประชุมอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ

 


สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (2 - 6 ธ.ค. 62)

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 4.03 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 59.20 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.96 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 64.39 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 63.14 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากกลุ่มโอเปกและประเทศพันธมิตรที่ปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 0.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ปรับลดกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่เดือน ม.ค. 63 ถึงเดือน มี.ค. 63 นอกจากนี้ ราคายังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงกว่า 4.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 1.7 ล้านบาร์เรล เนื่องจากอุปสงค์ปรับตัวสูงมากขึ้น หลังโรงกลั่นน้ำมันดิบในสหรัฐฯ เริ่มกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
marketing

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ไทยออยล์  ราคา  เคลื่อนไหว 

ติดตามข่าวอื่นๆ