เจาะแคมเปญ 16 พ.ย.อยู่ไม่เป็น อ่านก็รู้อนค.เจตนาอะไร

@กลายเป็นโรดแมปที่ถูกจับตามอง สำหรับแคมเปญ  16  พฤศจิกายน  "อยู่ไม่เป็น"  แม้จะมีการตีความออกมาไปในทิศทางเดียวกันว่า    พรรคอนาคตใหม่  ต้องการส่งสัญญาณไปถึงภาคสังคม  ว่า จำเป็นต้องทุกวิถีทางเพื่อดำรงสถานะความเป็นพรรคการเมือง  และทำตามเจตนารมย์ทางการเมืองต่อไป    ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับกรณีการนัดฟังคำวินิจฉัยคดีถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัค มีเดีย ของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ คำร้องให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ โดย นายณฐพร โตประยูร

ถึงแม้ว่าล่าสุดแกนนำพรรคอนาคตใหม่   จะพยายามหลีกเลี่ยงอธิบายความชัดเจน   ถึงแนวทางปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นในวันที่  16  พฤศจิกายน  2562  แต่องค์ประกอบแวดล้อม  บ่งบอกชัดเจนว่า พรรคอนาคตใหม่  จะมีกิจกรรมเกี่ยวเนื่องกับนัดหมายฟังคำวินิจฉัยคดีหุ้นสื่อวี-ลัค มีเดีย  เป็นเป้าหมายแรก

 

แต่จากสัญญาณคำพูดของ  พล.ท.พงศกร  รอดชมภู  รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   ระบุว่า 16  พฤศจิกายน "อยู่ไม่เป็น"  คือ แนวทางของฝ่ายแคมเปญพรรคอนาคตใหม่  เป็นเรื่องปกติทั่วไป  เป็นแค่วิธีการเคลื่อนไหวที่ทางพรรคต้องการบอกให้ทุกคนทั่้วไป ได้เข้าใจถึงกระบวนการทำงานของพรรค  หมายถึงถ้าเราอยู่เป็น  หรือ  ยอมทำตามฝ่ายที่มีอำนาจ  ไปประจบประแจงเขา  ก็จะได้อยู่ยาวๆ  แต่เราคิดว่าแบบนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง  มันไม่ตอบโจทย์ให้กับประชาชนหรือสมาชิกของพรรค หรือคนทั่วไปที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง

 


ลงลึกในรายละเอียดเพิ่มเติม   พล.ท.พงศกร   ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น  ถึงวัตถุประสงค์สำคัญ ในการก่อเกิดแคมเปญ  16 พฤศจิกายน  ด้วยคำอธิบายว่า  พรรคอนาคตใหม่มีจุดยืนชัดเจ   จะไม่ยอมสยบให้อำนาจใด ๆ   เพราะถ้ายอมพรรคอนาคตใหม่   ก็จะไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ให้เกิดขึ้นได้ 


ส่วนแคมเปญนี้จะโยงกับเรื่องคำร้องเรื่องถูกยุบพรรค    อย่างที่คนทั่้วไปเข้าใจว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่    ตรงนี้อธิบายได้เลยว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง   จากประสบการณ์ในอดีต   เหมือนที่อ.ปิยบุตร  พูด  หรือ  คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า  ผู้มีอำนาจมักดำเนินการกับฝ่ายตรงข้าม  โดยเฉพาะกับพรรคอนาคตใหม่    ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการเปลี่ยนแปลง    จึงมีความพยายามทุกอย่างในการทำให้พรรคอนาคตใหม่หมดอำนาจไป   หรือ ยุบพรรคนี้ให้ได้   ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของชุดความคิดนี้

 

 


 


@  ดังนั้นโดยบริบทคำอธิบายของพล.ท.พงศงกร  ถึงแม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมด    แต่โยคอนเซ็ปต์มีความหมายอยู่ในตัวเอง  ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันที่ 16  พฤศจิกายน  


  

เนื่องเพราะ   พล.ท.พงศกร   ในฐานะรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่   พูดด้วยว่า      "เราเชื่อวิธีการที่เราจะทำ    จะช่วยไม่ให้มีใครมาใช้อำนาจในทางที่ผิดกับเราได้    และแคมเปญนี้ถือเป็นทิศทางของพรรค  จึงไม่เกินเลยที่จะพูดว่าเป็นแคมเปญที่ถูกจุดเพื่อต่อต้านกระแสข่าวการยุบพรรค   แต่ไม่ใช่ทิศทางหลัก   เพราะเราเชื่้อว่าพรรคอนาคตใหม่จะไม่ถูกยุบแน่นอน   รวมถึงคำร้องต่อกรณีของธนาธรด้วย   ที่สมาชิกพรรคอนาคตใหม่เชื่อว่าจะไม่ถึงเป็นความผิด  ตามข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้   ว่าทั้งหมดของแคมเปญที่สื่อออกไป   จะทำให้คนทั่วไปมั่นใจว่า  ท้ายที่สุดไม่ใช่ชุดความคิดเดิม ๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต"

 


ประเด็นสำคัญ  พล.ท. พงศกร  ย้ำอธิบายด้วยว่ า   กระแสข่าวที่ว่าพรรคอนาคตใหม่จะถูกยุบ  พร้อมกับการดึงตัวส.ส.เป็นเรื่องที่เป็นมาโดยตลอด   ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการตอบโต้   มิฉะนั้นก็จะเป็นเหมือนที่ ฮิตเลอร์เคยบอกว่าโกหกบ่อยๆ สุดท้ายคนจะเชื่อว่าจริง  กอรปกับก็มีการโฆษณาชวนเชื่อบ่อย ๆ  จนสุดท้ายคนเชื่อว่าจริง แล้วเห็นว่าการยุบพรรค  ถึงแม้จะไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ก็ไม่เห็นเป็นอะไร   เราจึงจะเป็นต้องตอบโต้ทุกประเด็น  ให้ผู้คนเกิดความรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องจริง หรือ เรื่องถูกต้องที่จะมีวิธีดำเนินการกับพรรคอนาคตใหม่แบบนั้น ในทางตรงข้ามถ้าเรายิ่งเงียบก็เท่ากับเรายอมรับ"

 


@ความน่าสนใจของปรากฎการณ์ 16 พฤศจิกายน  “อยู่ไม่เป็น” ไม่จบเท่านั้น   ยังด้วยว่าแคมเปญดังกล่าว  ถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคอนาคตใหม่  

 


ทั้งนี้   พล.ท.พงศกร    สื่อให้เกิดความเข้าใจด้วยว่า   แคมเปญดังกล่าว   ช่อ  พรรณิการ์  วานิช  โฆษกพรรคเป็นผู้รับผิดชอบ  ก่อนนำเสนอต่อฝ่ายบริหารตัดสินใจ ในฐานะทีมนำความคิด

 

ประจวบเหมาะกับชุดความคิดของ  ปิยบุตร   แสงกนกกุล   เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่  ในการโพสต์เมื่อวันที่  4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   ยิ่งทำให้ภาพการรุกก้าวสู้  ทางคดีของ ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ   ในวันที่ 20  พฤศจิกายน   กับ แคมแปญ  16 พฤศจิกายน “อยู่ไม่เป็น” ดูเป็นหนึ่งทิศทางเดียวกัน  อย่างปฏิเสธไม่ได้   แม้จะมีความพยายามอ้าง เรื่องการเคารพในกระบวนการยุติธรรมอย่างหนึ่งอย่างใดก็ตาม

 

 [จาก Warfare สู่ Lawfare]   Lawfare เป็นการนำคำว่า "Law" มาผสมกับคำว่า "-fare" และล้อไปกับคำว่า "Warfare" ซึ่งหมายถึง "การสงคราม" ดังนั้น "Lawfare" จึงแปลได้ว่า "นิติสงคราม" หรือ "สงครามทางกฎหมาย"

 

Lawfare คือ การนำกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมมาใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมือง มีเป้าประสงค์ในทางการเมือง เพื่อปราบปรามศัตรูทางการเมืองหรือฝ่ายตรงข้าม

 

Warfare ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ประหัตประหารห้ำหั่นกันเพื่อเอาชนะสงคราม

แต่ Lawfare ใช้ "กฎหมาย" เป็นอาวุธ

Lawfare เป็นแนวโน้มใหม่ของโลก หลายประเทศนำมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในละตินอเมริกา

Lawfare ทำงานโดยอาศัยการผสมผสานกันระหว่าง "ศาล" และ "สื่อ"

หนึ่ง คือ นำประเด็นทางการเมืองไปอยู่ในมือศาล

อีกหนึ่ง คือ นำคดีการเมืองในศาลไปอยู่ในมือสื่อ  

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พรรคอนาคตใหม่  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  พล.ท.พงศกร รอดชมภู  การเมือง 

ติดตามข่าวอื่นๆ