EIAเชื่อถือได้หรือไม่? ค้างคาว​ 44​ ล้านตัวหาย​ TPI ระเบิดหินปูนใกล้ถ้ำพระโพธิสัตว์​

จากกรณีที่ ทนาย อนันต์ชัย ไชยเดช ได้เคยโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึง เรื่องวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ไว้ว่า อย่าชกใต้เข็มขัด....! จากกรณีที่วัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองกลาง และขอให้เพิกถอนสัมปทานเหมืองหินปูน ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ต่อมาได้มีการขอสัมปทานเหมืองหินปูนใหม่ ใกล้ถ้ำพระโพธิสัตว์ ในระยะ 2,000 เมตร และจะมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เวลา 9.00 น. ณ ศาลาประชาคมชุมชนบ้านถ้ำพัฒนา หมู่ที่ 10 ต.ทับกวาง ฯ  ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562 พระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในจังหวัดสระบุรี ได้เรียกเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ไปพบ และมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) อยู่ด้วย และมีการกล่าวหาว่า เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ทำให้พระสงฆ์ในจังหวัดสระบุรี เสื่อมเสีย และทำให้ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เสียหาย

 

ต่อมาวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 ผมได้ไปขอพบพระผู้ใหญ่ท่านดังกล่าว เพื่อชี้แจ้งขอเท็จจริงและข้อกฎหมายและมอบเอกสารหลักฐาน แต่ได้รับการปฎิเสธ ! ผมอยากถามว่า การที่เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมดำเนินคดีที่ศาลปกครองกลาง และคัดค้านการขอสัมปทานเหมืองหิน ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ในรัศมี 2,000 เมตร นับจากถ้ำพระโพธิสัตว์ ตามครรลองของกฎหมาย และดำเนินการตามกฎหมาย อย่างถูกต้อง ชอบธรรม และชอบด้วยกฎหมาย เพื่อรักษาสมบัติของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ได้แก่ ภาพจำหลักสมัยทวารวดี อายุไม่ต่ำกว่า 1,200 ปี ซึ่งเป็นโบราณสถาน ,มีน้ำตก จปร. ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงเสด็จประพาสต้น ,มีถ้ำ จำนวน 3 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำธรรมทัศน์ ถ้ำลุมพินีสวนหิน ถ้ำสงัดเจดีย์ ,มีป่าไม้นานาพันธุ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ,มีสัตว์ป่า เช่น ลิง เป็นจำนวนมาก และเต็มไปด้วยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์

 

และเมื่อปี พ.ศ.2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพร้อมด้วย พระอาจารย์และพระสหายทอดพระเนตรภาพสลักนูนต่ำ ภายในถ้ำพระโพธิสัตว์ เพื่อศึกษาค้นคว้าประวัติศาตร์ในสมัยทวารวดี โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพแกะสลักที่ปรากฎอยู่นั้น เป็นการทำให้คณะสงฆ์จังหวัดสระบุรี เสื่อมเสีย หรือบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เสียหายหรือครับ...? การกระทำของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ดังกล่าว ผมถือว่า เป็นการชกใต้เข็มขัด ไม่แฟร์...! เมื่อมีการชกใต้เข็มขัด ผมก็จะชกใต้เข็มขัดเหมือนกัน ต่อแต่นี้ไปผมจะต่อสู้ทุกรูปแบบตามสไตล์ “ทนายสายชน” ผมจะชนทุกคน ที่มันทำลายสมบัติของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์…! ถ้าใครมารังแกเจ้าอาวาสวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ เจอกับผมแน่…!

 

 

ต่อมา ทนายอนันต์ชัย  ไชยเดช ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากวัดถ้ำพระโพธิ์สัตว์ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี  เข้ายื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ 29 แห่ง และเอกชน 2 ราย คือ บริษัท TPI โพลีน จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ บี อี เอ็น เอนจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นท์ จำกัด ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้เพิกถอนสัมปทานเหมืองแร่ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน ไม่ให้มีการดำเนินการในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ และในรัศมี 2,000 เมตรรอบวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นโบราณสถานเพิกถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนและหินดินดานเพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเซนต์ของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) และเพิกถอนคำอนุญาตของกรมป่าไม้ ที่อนุญาตให้บริษัททีพีไอ เข้าใช้ป่าสงวน 

 

 

 

หลังจากนั้น เมื่อวันที่ 2 ส.ค.62 ที่ห้องพิจารณา 510 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีสิ่งแวดล้อม หมายเลขดำ สว.5/2559 ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดยนายชาติ หงส์เทียมจันทร์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย เรื่องละเมิด เรียกคืนทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และเรียกให้ใช้ค่าเหมืองแร่และค่างวด ทุนทรัพย์พิพาทรวม 1,671,128,829.14 บาท

 


โดยคดีนี้ศาลแพ่งรับฟ้องไว้เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2559 โจทก์ยื่นฟ้องว่า ระหว่างต้นปี 2546 ต่อเนื่องกันจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 2558 บ.ทีพีไอ จำเลยได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในพื้นที่ตามประทานบัตร จำเลยได้ลักลอบทำเหมืองแร่หินปูน เพื่ออุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ในบริเวณพื้นที่แนวกันเขตห้ามทำเหมือง กรมอุตสาหกรรมฯ โจทก์ขอเรียกราคาแร่หิน และบังคับให้จำเลยนำแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน เพื่ออุตสาหกรรมปูนซิเมนต์ ไปถมกลับคืนยังพื้นที่เดิม พร้อมทำการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ที่จำเลยทำเหมืองแร่ไปโดยผิดกฎหมายให้กลับคืนดังเดิม หรือให้ บ.ทีพีไอ จำเลย ชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิด และให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมกับค่าทนายความแทนโจทก์ด้วย

 

มีผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยมีทนายความมาร่วมฟังคำพิพากษา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบหักล้างกันแล้ว จึงมีคำพิพากษาให้ บ.ทีพีไอ จำเลย นำเอาแร่หินไปถมคืนพื้นที่เดิมให้กลับคืนดีดังเดิม หรือชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย รวมทั้งให้จำเลยชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ด้วย โดยกำหนดเป็นค่าทนายความ 200,000 บาท โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ยังเป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ซึ่งคู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีได้ภายใน 1 เดือน นับจากวันฟังคำพิพากษา

 

 

ล่าสุด ดร.นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าว ว่าเมื่ออ่านรายงาน EIA ของปูนทีพีไอ กรณีระเบิดภูเขาหินปูนห่างจากถ้ำพระโพธิสัตว์แค่ราว ๆ กิโลเมตรเดียว พบว่า เพียงแค่ระยะเวลา 6 เดือน (ม.ค. 62 - มิ.ย. 62)

- ค้างคาวหายไป 44 ล้านตัว
- น้ำใต้ดินหายไปครึ่งหนึ่ง
- ความเงียบสงบในป่าดงพญาเย็นกลายเป็นเสียงระดับจราจรในถนน

แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือ ความสั่นสะเทือน ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อโบราณพุทธสถานสมัยทวารวดีในถ้ำพระโพธิสัตว์ได้แก่ภาพสลักพระพุทธเจ้าตรัสรู้ และน้ำตกจปร. บริเวณด้านล่างของถ้ำพระโพธิสัตว์

โดยรายงาน EIA กล่าวว่า "ความสั่นสะเทือนมีค่าน้อยกว่าค่าต่าสุดที่เครื่องมือสามารถตรวจวัดได้" แปลไทยเป็นไทยก็คือ ปูนทีพีไอระเบิดภูเขาโครม ๆ อย่างนิ่มนวลจนไม่มีความสั่นสะเทือน คุณเชื่อหรือไม่ ?

อ่านรายงาน EIA ฉบับเต็มคลิก
 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ไฟไหม้ภูเขาหินปูน คาดฟ้าผ่าเป็นเหตุเกิดเพลิงไหม้
-ถ้ำวังนาคาธิบดี เมืองบาดาลแห่งศรีสะเกษ สวยงามอลังการ
-สาวเตือนภัย หลังเที่ยวถ้ำเชียงดาว ถูกหลอกจ่ายค่าตะเกียงเพิ่ม 200 ถึงเข้าชมได้
 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าว

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ถ้ำพระโพธิสัตว์​  ทีพีไอ  คดีทีพีไอ  ระเบิดภูเขา  อนันต์ชัย ไชยเดช 

ติดตามข่าวอื่นๆ