สิระ งัดหลักฐานแฉซ้ำ อดีตบิ๊กตร.รุกที่ดินเกาะภูเก็ต สร้างคอนโดฯผิดกม.

สืบเนื่องจากการที่  นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ   ออกมาแถลงถึงกรณีการก่อสร้างโครงการอาคารชุดพักอาศัยจำนวนหลายอาคาร ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลกะรน   จ.ภูเก็ต   ของอดีตนายตำรวจใหญ่รายหนึ่ง   ว่าดำเนินการในพื้นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เนื่องจากศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองประโยชน์ หรือ น.ส.3ก. เลขที่1863  ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ดินเเปลงดังกล่าวว่าออกโดยมิชอบแล้ว  ก่อนจะมีการอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด  ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเหตุใดนายกเทศมนตรีจึงได้อนุญาตให้มีการก่อสร้างโครงการนี้  หรือเป็นเพราะมีผลประโยชน์แอบเเฝงหรือไม่
 


 

(คลิกอ่านข่าวประกอบ  :  สิระ เปิดศึกอดีตบิ๊กตร.นำที่ดินภูเก็ตก่อสร้างคอนโดฯหรูผิดกม.)

 

ล่าสุด   นายอรรถพล เจริญชันษา   อธิบดีกรมป่าไม้   กล่าวว่ากรณีดังกล่าว  ตนได้สั่งการให้สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 จ.กระบี่ ประสานกับตำรวจและหน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบ   เบื้องต้นทราบว่าที่ดินดังกล่าวมีเอกสารสิทธิ์ น.ส.3ก แต่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าได้มาโดยชอบหรือไม่  ซึ่งจังหวัดภูเก็ตนั้นเป็นพื้นที่เป้าหมาย ที่กรมป่าไม้ไปตรวจสอบหลายแปลง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์  เขตป่าสงวนหรือแม้แต่พื้นที่สปก.  ซึ่งที่ดินล่าสุดที่กรมป่าไม่ไปทวงคืนมาคือบริเวณเขานาคเกิด และพยายามจะจัดตั้งเป็นป่าชุมชน


"พื้นที่ในจังหวัดภูเก็ตถือเป็นพื้นที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เพราะมีศักยภาพในเรื่องของที่ดินที่มีราคาแพง เหมาะสมกับการท่องเที่ยว จึงมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี แสวงหาผลประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องการยึดถือครอบครองโดยไม่ชอบจึงเร่งดำเนินการอยู่”


ส่วนกรณีที่นายสิระระบุว่ามีอดีตนายตำรวจใหญ่เกี่ยวข้องจะทำให้การดำเนินงานล่าช้าหรือไม่ นายอรรถพลยืนยันว่า ภายใต้นโยบายของรมว.ทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม และศูนย์พิทักษ์ป่า  จะไม่มีการละเว้นใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการบุคคล หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพล หากพบความผิดจะดำเนินการทั้งหมด

 


"หลังจากนี้คงต้องเร่งตรวจสอบการได้มาของเอกสารสิทธิ์ว่าได้มาอย่างไร ถึงแม้จะอยู่ในพื้นที่ป่าก็จริง  แต่ว่าถ้าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายก็ต้องถือว่าชอบด้วยกฎหมาย  แต่ถ้าผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน"


อย่างไรก็ตามกรมป่าไม้มีเทคนิคในการตรวจสอบโดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม การตรวจสอบจากระบบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการได้มาของเอกสารสิทธิ์ สามารถพิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ หากข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นเอกสารที่ออกไม่ชอบ ต้องนำไปสู่การเพิกถอนต่อไป”นายอรรถพลระบุ


ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากคณะทำงานของนายสิระ   เปิดเผยว่า  ข้อเท็จจริงกรณีนี้คือ    มีการก่อสร้างโครงการพี (นามสมมติ)เมื่อวันที่ 16มกราคม 2561โดยบริษัทก. จำกัด(นามสมมติ) ได้ยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยจำนวนหลายอาคารต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต บนที่ดินน.ส.3 ก.เลขที่1863  ที่มีปัญหา โดยมีเนื้อที่ 17ไร่ 1 งาน 4 ตารางวาโดยมี พลตำรวจเอกนนอกราชการนายหนึ่ง และนายท.(ชื่อย่อ) เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินเเปลงดังกล่าว 

 


ส่วนความเป็นมาของที่ดิน น.ส.3ก. เลขที่ 1863  นั้น พบว่า  ในการยื่นขออนุญาตดังกล่าวบริษัทฯ ต้องนำสำเนาหรือภาพถ่ายโฉนดที่ดินขนาดเท่ากับต้นฉบับจริง และเจ้าของที่ดินลงนามรับรองเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญประกอบคำขอดังกล่าว เเต่ทราบว่าบริษัทฯ ไม่สามารถนำโฉนดที่ดินและ/หรือสำเนาโฉนดที่ดินมาแสดงต่อเทศบาลตำบลกะรน อดีตนายตำรวจใหญ่ ได้ เนื่องจาก ยังไม่สามารถนำที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 1863 มายื่นขอออกโฉนดได้ เพราะยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองเพื่อพิจารณาเพิกถอนการออกที่ดิน เเปลงดังกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คดีหมายเลขดำที่ 147/2555  คดีหมายเลขแดงที่ 266/2560  )

 


นอกจากนี้มีรายงานข่าวเเจ้งว่า  ศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้เคยมีคำพิพากษาเพิกถอนหนังสือรับรองประโยชน์ (น.ส.3ก.) เลขที่ 1863โดยให้มีผลย้อนหลังนับจากวันที่มีหนังสือรับรองประโยชน์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560  และในปัจจุบันคดียังอยู่ในระหว่างกระบวนการพิจารณาอุทธรณ์ของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต   ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวและสามารถพิจารณาและมีเหตุอันเชื่อได้ว่า บริษัทฯ จะไม่สามารถนำโฉนดที่ดินมาแสดงต่อเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต ได้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด  


สำหรับกรณีนี้ชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลด้วยว่า  เเทนที่เทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต จะปฏิเสธไม่รับคำขอดังกล่าวของบริษัทฯดังกล่าว เพราะเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522    เเต่เทศบาลตำบลกะรนกลับพิจารณารับคำขอดังกล่าวว่าเป็นการขออนุญาตก่อสร้างแบบมีเงื่อนไข 

 

 

โดยอ้างว่าได้กระทำไปตามพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558  และเทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต ได้พิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดจำนวนหลายอาคาร เลขที่ 16/2561เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561โดยนายทวี ทองแช่ม นายกเทศมนตรีตำบลกะรน   ในฐานะผู้มีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522   เป็นผู้ลงนามในใบอนุญาตดังกล่าว


รายงานข่าวเเจ้งว่าต่อมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 เทศบาลตำบลกะรน  ได้เเจ้งหนังสือถึงบริษัทฯดังกล่าว โดยมีใจความว่า เทศบาลตำบลกะรน รับรู้รับทราบถึงข้อเท็จจริงที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด และยังคงให้ความเห็นแก่บริษัทฯ ในทำนองว่า เทศบาลตำบลกะรน จังหวัดภูเก็ต อนุญาตให้บริษัทฯ ดำเนินการก่อสร้างต่อไปได้

 

จากกรณีดังกล่าว  จึงมีการตั้งข้อสังเกตุว่า  เทศบาลตำบลกะรน  โดยนายทวี   ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต  จากการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดให้แก่บริษัทฯโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเเละ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาวบ้านกะตะน้อยอย่างร้ายแรงหรือไม่

 

 

เพราะเหตุจากการตัดไม้เพื่อเตรียมการก่อสร้างโครงการนี้   ส่งผลให้เมื่อฝนตกก็จะเกิดการไหลตัวของน้ำ ดินโคลน และเศษวัสดุก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ซึ่งเป็นบ้านเรือน เเละภาคธุรกิจตลอดจนบ่อน้ำของประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้านกะตะน้อย ได้รับความเสียหายนอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดดินโคลนถล่มลงมาในระหว่างการดำเนินการก่อสร้างอาคารดังกล่าวอีกด้วย

 

ทั้งนี้มีรายงานข่าวระบุด้วยว่าาประเด็นที่ต้องพิจารณาในกรณีนี้  แยกเป็นประเด็นสำคัญ ๆ ประกอบด้วย  

 

1.เกี่ยวกับการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน การออก นส. 3ก. ในพื้นที่ที่มีลักษณะ เป็นที่เขา ภูเขา ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ กรมป่าไม้พื้นที่เขานาคเกิด /กรมที่ดินผู้ลงนามออกเอกสารสิทธิ์/จังหวัด /หน่วยงานพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่/ข้าราชการที่เกี่ยวข้องผู้ที่ครองตำแหน่งในขณะที่มีการดำเนินการหรือกระบวนการขอออกเอกสารสิทธิ์นี้ในที่เกิดเหตุ

 

สำหรับนายทุนผู้ได้รับเอกสารสิทธิ์ จะเป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องดูที่ข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องที่จะรับเรื่องและเข้ามาทำการสืบสวนสอบสวนสรุปเรื่องนี้เพื่อให้ได้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ๆ มาลงโทษตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

 

2.เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารในที่ดินดังกล่าว เริ่มตั้งแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่อง ผู้นำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ หรือเสนอเรื่องต่อผู้มีอำนาจอนุญาต/อนุมัติ ว่าได้อนุญาต ถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ หลักเกณฑ์การพิจารณานั้น ๆ ถูกต้องแท้จริงแล้วหรือไม่ 

 


3.ฝ่ายผู้ก่อสร้าง ได้ใช้ความระมัดระวังในการก่อสร้าง คำนึงถึงผลกระทบจากการดำเนินการก่อสร้าง รอบด้านในพื้นที่ข้างเคียงซึ่งเป็นแนวป่าเขา และทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้รอบข้างไม่ว่าจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนผู้อาศัยถิ่นแถวนั้น หรือไม่ เพราะแหล่งน้ำเกิดความเน่าเหม็นมลภาวะ ที่เกิดจากเศษวัสดุก่อสร้าง

 


4.ภาครัฐที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมระดับจังหวัด และช้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เกิดเหตุได้ตรวจตราตามภาวะหน้าที่หรืออำนาจหน้าที่ของตนในพื้นที่ที่รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนแล้วหรือไม่ 

 


5.ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะหากมีการสร้างแล้วเสร็จและมีการชำระจำนวนเงินของผู้ซื้อครบถ้วนสมบูรณ์แล้วมีการเพิกถอน เอกสารสิทธิ์หรือมีคำพิพากษาของศาล ปกครองสูงสุดว่า เอกสารสิทธิ์ออกโดยไม่ชอบ โดยออกในเขตป่า หรือไม่มีการยึดถือครอบครองสืบทอดต่อเนื่องเป็นต้น จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ความเชื่อถือทางเครดิตต่าง ๆ ของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติด้วย

 

6.การก่อสร้างที่อ้างว่าได้รับอนุญาตซึ่งชอบหรือไม่ชอบตามกฎหมายกันก็ตามหากดำเนินการก่อให้เกิดผลกระทบต่อความเดือดร้อนรำคาญเกิดมลพิษมลภาวะหรือมลพิษหากก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนผู้อาศัยในถิ่นแถวนั้น ภาครัฐท้องถิ่นต้องตรวจตรา รับผิดชอบความเป็นอยู่ของประชาชนนั้น ต้องพิจารณาว่าได้ปล่อยปละละเลยการทำหน้าที่หรือไม่ 

 


ทั้งนี้  นายสิระ  ยืนยันกับชาวบ้านว่าเเม้ตนจะเป็นส.ส.กทม   .เเต่จะลงพื้นที่เเละประสานส.ส.ภาคใต้ของพรรค  ช่วยกันดูเเลเรื่องนี้เพราะนายทุน ข้าราชการเเละอดีตข้าราชการบางคนดำเนินการเเบบนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทรัพยากรของชาติไม่ควรโดนทำลาย เเละควรรอคำสั่งศาล เเต่ตนเป็นส.ส.เเละพรรคพลังประชารัฐจะช่วยติดตามเรื่องนี้อย่างเต็มที่เเละจะลงพื้นที่ไปพบชาวบ้านรวมทั้งไปติดตามความคืบหน้ากับเจ้าหน้าทีรัฐที่เกี่ยวข้องในวันอาทิตย์ที่ 18 เเละวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.นี้ด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-สิระ เปิดศึกอดีตบิ๊กตร.นำที่ดินภูเก็ตก่อสร้างคอนโดฯหรูผิดกม.
-เปิดใจตายายรุกป่า เผยเข็ดแล้ว ไม่ขอเข้าป่าอีกต่อไป
-ตายายบุกรุกป่า ได้รับอภัยโทษ แต่ต้องจ่ายรัฐ 2.5 ล้านบาท
-เจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบมีผู้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติลักลอบขุดดินลูกรังคาดว่ามีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง(มีคลิป)
 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พล.ต.อ.สันต์  สิระ เจนจาคะ  ร้องศาลปกครอง  กรมป่าไม้  ภูเก็ต  ที่ดิน 

ติดตามข่าวอื่นๆ