แม่น้องการ์ตูน เปิดใจยังไม่เคยได้รับชดเชยสักบาท คู่กรณีพ้นโทษออกมาใช้ชีวิตสุขสบาย

จากกรณีคุณแม่น้องการ์ตูน เหยื่อรถซิ่งชนร้านสเต็ก ได้เปิดขอรับบริจาคเงินจำนวน 1.9 ล้าน เพื่อนำไปใช้หนี้ให้กับทางโรงพยาบาล เนื่องจากคู่กรณีไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทำให้เธอต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งต่อมามีผู้ใจบุญจำนวนมากที่ทราบข่าว ต่างพากันร่วมบริจาคเงินช่วยคุณแม่ของน้องการ์ตูนอย่างล้นหลาม จนยอดเงินบริจาคพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ กว่า 7 ล้านบาท ทำให้ทางคุณแม่ต้องออกมาโพสต์ขอปิดรับบริจาคนั้น 

ต่อมาคุณแม่น้องการ์ตูนได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ตัวเธอนำเงินไปชำระให้แก่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เหมือนภูเขาลูกใหญ่ถูกยกออกจากอก กราบขอบพระคุณทุกๆ ท่านที่เมตตาช่วยเหลือเธอและน้องการ์ตูน ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่แม่ คอยดูแลรักษาน้องการ์ตูนอย่างเต็มกำลัง และจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และขอให้ทุกท่านและครอบครัวสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง มีแต่ความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

 

 

นอกจากนี้ในเฟซบุ๊กของร้านคุณแม่ ยังเผยให้เห็นว่า แม้จะได้เงินบริจาคเกินจากจำนวนหนี้ที่โรงพยาบาลแจ้งไว้นั้น คุณแม่ยังทำมาหากิน ขยันขายของอย่างต่อเนื่อง ทั้งร้านสเต็ก และทำน้ำพริกขาย ยิ่งทำให้ชาวโซเชียลแห่ชื่นชม ว่าการช่วยเหลือครอบครัวของน้องในครั้งนี้ไมีสูญเปล่า เพราะเชื่อว่าคุณแม่จะบริหารเงินที่เหลือเพื่อน้องได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งเอาใจช่วยให้น้องการ์ตูนอาการดีขึ้น กลับมาแข็งแรงในเร็ววัน 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยว : เหมือนยกภูเขาออกจากอก!! "แม่น้องการ์ตูน" เหยื่อกระบะซิ่งชน โพสต์ซึ้งขอบคุณคนไทย หลังช่วยบริจาคเงินจ่ายหนี้รพ. บุญคุณครั้งนี้คงทดแทนไม่หมด


ล่าสุด น.ส.ศรัญญา แม่ของน้องการ์ตูน ได้เปิดใจผ่านทางรายการ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถกระบะเมาแล้วขับ พุ่งชนร้านสเต็ก บริเวณปากซอยเอกชัย 119 เมื่อปี 2557 ซ้ำยังทำให้สามีต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ด้วย ปัจจุบันผ่านมา 5 ปี น้องการ์ตูน กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ส่วนคดีได้สิ้นสุดที่ชั้นศาลอุทธรณ์ไปแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาใดๆ สักบาทเดียว

 

 


คุณแม่น้องการ์ตูน เปิดเผยว่า คดีที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตน แม้ว่าตอนนี้จะสื้นสุดในชั้นศาลอุทธรณ์ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถึงทุกวันนี้ตนก็ยังไม่ได้รับการชดใช้เยียวยาตามคำสั่งศาล ที่ระบุให้ชดเชยเป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท ปัจจุบันคู่กรณีที่ก่อเหตุ นางสาวน้ำผึ้ง ก็ได้รับโทษจำคุก 1 ปี และพ้นโทษออกมาแล้ว แต่ก็อ้างว่ายังไม่มีเงินก้อนมาชดใช้ให้ จึงได้จ้างทนายเข้าสู่ขั้นตอนการสืบทรัพย์ แต่สืบไปเป็นปีๆ ก็ไม่มีทรัพย์สินมาชดใช้ทำให้ถอดใจ

 

 

กระทั่งทนายความแนะนำไม่ต้องสืบทรัพย์อีกต่อไป เก็บเงินส่วนนี้ไปใช้ดูแลลูกสาวดีกว่า เพราะยังไงอีกฝ่ายก็ไม่มีเงินมาชดใช้เยียวยาได้ ทำให้รู้สึกแย่ลงไปอีก ยิ่งเห็นว่าฝ่ายคู่กรณียังมีชีวิตตามปกติหลังจากที่พ้นโทษออกมาแล้ว แต่ฝ่ายเรายังต้องทุกข์ทรมานกับหลายๆ อย่าง ต้องดูแลลูก สามีก็ไม่อยู่แล้ว แอบคิดมาเสมอว่า "ความยุติธรรมในชีวิตจริงแทบไม่มีอยู่เลย

 


ที่ผ่านมาอีกฝ่ายก็ไม่เคยเหลียวแลหรือแสดงน้ำใจใดๆ เลย ไม่เคยมาเยี่ยมสักครั้ง เรามองว่าสิ่งนี้เป็นจิตสำนึกของคนมากกว่า ถ้ามีจิตสำนึกจริงๆ เรื่องแบบนี้คงไม่เกิด สุดท้ายเราต้องมาทนทุกข์และรับกรรมอยู่เพียงฝ่ายเดียวแบบนี้ สังคมคงมองเห็นได้ว่าเราได้รับความยุติธรรมแล้วจริงหรือ

 

 


ขณะเดียวกัน คุณแม่น้องการ์ตูน ยังกล่าวถึงกรณีคดีของแพรวา 9 ศพ ที่สังคมกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง จึงทำให้อดคิดถึงตัวเองไม่ได้ ทำได้แต่ภาวนาให้กำลังใจผู้เสียหายทุกคน เพราะล่วงเลยมาจะ 9 ปีแล้ว เข้าใจถึงความเหนื่อยล้ากับการต่อสู้คดีกัน แต่ก็หวังว่าทางฝ่ายแพรวาจะชดใช้ให้ผู้เสียหาย ประเด็นนี้ไม่มีใครอยากได้เงิน ไม่มีใครอยากสูญเสีย ถ้าเลือกได้เขายังอยากอยู่กับคนที่รักมากกว่า

 

 

 


อย่างไรก็ตาม น้องการ์ตูน ปัจจุบันอายุ 10 ขวบ กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ยังต้องรับการดูแลอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น น.ส.ศรัญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า ชีวิตที่เหลืออยู่คงดูแลลูก น้องการ์ตูนคือกำลังใจเดียวที่ทำให้ตัวเองต่อสู้มาจนถึงทุกวันนี้

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : แม่น้องการ์ตูน เหยื่อกระบะขับซิ่ง  น้องการ์ตูน  ทนทุกข์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ