สาวยะลา สูญเสียคุณพ่อ ท้าโรงพยาบาลเปิดกล้องวงจรปิด

  กรณีเรื่องราวอันสุดเศร้าสะเทือนใจ ที่หญิงสาวชาวยะลา ได้พาคุณพ่อที่ป่วยโรคชิคุนกุนยาไปรักษา ที่โรงพยาบาลเเห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา  เเต่กลับต้องรอนาน  โดยคนไข้รายอื่นที่มีอาการเบากว่าเเซงคิวไป จนเวลาล่าช้ากว่าคุณพ่อได้เข้าไปตรวจพบเเพทย์ อีกทั้งยังมีการประเมินว่าอาการคุณพ่อไม่หนัก ส่งผลทำให้ คุณพ่ออาการป่วยทรุดหนัก เเละจากไปก่อนเวลาอันควร จนเกิดกระเเสวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมโรงพยาบาลดังกล่าวถึงดำเนินการล่าช้า ปล่อยให้มีการเเซงคิว ??

 


คนตายแล้วไม่ฟื้น แต่การบริการที่แย่ สามารถปรับปรุงแก้ไขได้

เรื่องราวของป๋า คงทำให้การบริการคนไข้ดีขึ้น ไม่มากก็ไม่น้อย  ป๋าตายแล้ว ป๋านั่งรถเข็นมาขอพบหมอ แต่จุดคัดกรอง วัดความดัน แล้วให้นั่งรอ มันบอกความดันปกติ ป๋านั่งรอจนป๋าตัวเย็น ความดันลดลง  ต้องด่ามัน มันถึงพาเข้า แต่ก่อนพาเข้ามันตรวจความดันโชว์ แม่ง ต่ำ 38 มันกล้ามาก

เรายังมีแม่ มีน้องๆ มีเพื่อนๆ ที่อาจต้องใช้บริการที่นี่ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

แต่ถ้าคุณเจ้าหน้าที่หรือคนเบตงมาอ่านแล้ว โกรธ โมโห รับไม่ได้ กลัวเบตงจะเสียชื่อเสียง ก็ลองให้เกิดกับพ่อคุณก่อนสิ ให้พ่อคุณตายแบบนี้ก่อน คุณจะเสียใจไหม จะมีเรื่องราวเผยแพร่ ไหม จะเก็บเงียบไหม สำหรับเท้ง ความจริงคือความจริง ไม่สนใจหรอก จะมีใครอาย ถ้าอายก็ปรับปรุงสิ ... อย่าเสนอหน้าโชว์แต่ของดี น่าเบื่อ รู้ไหม ว่า เบื่อ เซ็ง มันโอเคตรงไหนว่ะ

 

อย่าอายค่ะ เบตง จะโอเค ต้องโอเคทุกเรื่องโว้ย อย่าปิดความจริง ต้องยอมรับให้ได้ ว่า มัน ยังไม่โอเค มันต้องปรับปรุงโว้ย

อย่าอายนะ จะมีการเลือกตั้งแล้ว ใช่ไหม จะมีสนามบินแล้วใช่ไหม ดังใหญ่เลยเบตง

 


  ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเผยผ่านทาง Jiratchaya Rangsaritwirachot  ชื่อจริง น.ส.จิรัชญรังา สฤษฏิ์วีระโชติ   ซึ่งเป็นลูกสาวที่ต้องสูญเสียคุณพ่อจากกรณี ของโรงพยาบาลเเห่งหนึ่งในจังหวัดยะลา
.
พ่อจากไปแล้ว เพราะนั่งคอยตรวจนาน ตรวจแล้วไม่ให้เข้าห้องอีก อุตส่าห์ให้แม่วิ่งไปยื่นบัตร จะได้ตรวจไวขึ้น แต่ที่ไหนได้ เจ้าหน้าที่จุดคัดกรอง บอกว่า พ่อไม่หนัก ความดันปกติ ... แต่คุณไม่ได้จับชีพจร คุณไม่ใช่พยาบาล คุณไม่ใช่หมอ คุณมีสิทธิ์บอกว่า พ่อเข้าไม่ได้ได้ไง ให้คนอื่นเข้าก่อนได้ไง

 

 

#คนไข้นั่งรถเข็น ไม่ได้รับการตรวจรักษา ...นั่งรอ 3 คิว ถูกแซงไปอีก 1 คิว  นั่งรอจนความดันลดลง ความดันต่ำลง 38

.

คนเดินได้ ได้ตรวจก่อน แต่คนนั่งรถเข็น นั่งรอไป ... แล้วคนนั่งรถเข็นก็ถูก แซงคิว เข็นพ่อไปข้างหลัง แล้วตรวจคนอื่น แล้วให้เข้าไป แต่พ่อไม่ได้เข้า .. เดินไปจับตัวพ่อ เห็นพ่อนั่งปิดตา พ่อหลับ ตกใจมาก พ่อตัวเย็น เย็นมาก เหงื่อแตก เสื้อเปียกหมด พ่อไม่ตอบ เรียกก็ไม่ตอบ ก็ถามเจ้าหน้าที่ พ่อจะได้พบหมอตอนไหน มันตอบว่า วัดความดันก่อน มันวัดอีก ต่ำมาก 38 มันเข็นพ่อเข้าไป สุดทาง เตียงสุดท้าย โชคดี ที่ลูกโวยวายว่า จะทำไรก็รีบๆทำ พ่อไม่ไหวแล้ว ตัวเย็นมาก พยาบาลคนนึงก็เดินมาเข็นพ่อออกมาเตียงหน้าๆ ให้พ่อขึ้นนอน พ่อลุกไม่ได้แล้ว ต้องช่วยกันหาม พ่อขึ้นเตียง แต่ต้องรออีก นอนรอหมอมาตรวจ กว่าจะได้ตรวจ พยาบาลก็เอาไรมาแปะเต็มหน้าอกพ่อ

 

 

เศร้ามาก ป๋านั่งคอยนาน กว่าจะได้เข้าห้อง เข้าแล้ว กว่าจะได้ตรวจ กว่าจะถือมือหมอ ต้องให้ลูกด่า อานวาด มันตรวจความดันอีกรอบ โชว์ความต่ำ ... พ่อความดันต่ำลง ต่ำลง พ่อได้ตรวจ แต่ไม่ทันแล้ว พ่อเหนื่อย

 

 

พ่อต้องรอนาน ในห้องฉุกเฉิน ที่ลูกถูกไล่ออกไป แล้วพ่อเข้า ไอซียู ลูกก้เข้าไปไม่ได้

พ่อเหนื่อย พ่อหายใจไม่ปกติ หัวใจเต้นผิดปกติ หายใจเหนื่อย พ่อตายแล้ว ปั้มหัวใจ 40 นาที ไม่ตื่น พ่อเสียแล้ว

 

 

กำหนดสวดพระอภิธรรมศพ

 



  ความคืบหน้าล่าสุดนั้น แพทย์หญิงปัทมพันธ์ อนันตาพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเบตง ชี้แจงว่า โรงพยาบาลได้เรียกประชุมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ รวมทั้งกล้องวงจรปิด เกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อหาสาเหตุ ในกรณีที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่จุดคัดกรองได้ตรวจวัดความดันของผู้ป่วยที่เสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว ซึ่งความดันขณะนั้นอยู่ที่ 144/ 80 ซึ่งถือว่าปกติ จึงจัดเป็นผู้ป่วยในโซนสีเขียว คือเจ็บป่วยเล็กน้อย จึงได้ให้นั่งคอยตามคิว

 


ส่วนที่ว่ามีการแซงคิว เนื่องจากมีผู้ป่วยอีกคนที่มาทีหลัง แต่ตรวจวัดความดันพบว่าความดันต่ำ อยู่ที่ 75/38 ซึ่งถือว่ามีอาการหนักกว่า เป็นผู้ป่วยในโซนสีชมพู คือ เจ็บป่วยรุนแรง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวเข้าห้องฉุกเฉินก่อน  ส่วนที่มีภาพถ่ายว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตมีความดันระดับต่ำ อยู่ที่ 75/38 พบว่าเป็นค่าการวัดความดันของผู้ป่วยที่เจ้าหน้าที่ได้นำเข้าห้องฉุกเฉินไปก่อนหน้านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้กดรีเซ็ตเครื่อง

 

 

  ในส่วนทางเฟซบุ๊ค ของ  น.ส.จิรัชญรังา สฤษฏิ์วีระโช ที่สูญเสียคุณพ่อคือ นายกมลชัย รังสฤษฏิ์วีระโชติ ได้โพสต์ตอบโต้กับคำให้สัมภาษณ์ของทาง

ไปเปิดกล้องวงจรดูตะ ความดันนั้น กดกี่ที แล้วเป็นของใคร ของพ่อหรือของคนแซงคิว

เรามีพยาน 3 คน นะ ที่เห็นความดัน 38

 

 

 

ถ้าความดัน เป็นของคนไข้ก่อนหน้าพ่อ

แสดงว่าเครื่องเสีย แนะนำให้มุงเอาไปทิ้งค่ะ อย่านำมาใช้อีกเลย
(ผอ. บอกนักข่าว ฟังแล้ว แย่ว่ะ แก้ตัวทำไม) อย่าแถลงเถอะ ยิ่งดูแย่

 

ขอบคุณ

Jiratchaya Rangsaritwirachot

ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ดลวรรธน์ โพธิชาธาร

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : เเซงคิว  ความดัน  เบตง  ยะลา  พยาบาล  โรงพยาบาล  เสียชีวิต 

ติดตามข่าวอื่นๆ