จับตานายกฯยุบสภา !?! หอกข้างแคร่ป่วน!!! คำถามถึงสุริยะ-สามมิตรทำงานเพื่อชาติหรือตำแหน่ง ???

ถ้าไม่มีไฟ ที่ไหนจะมีควัน ภาษิตน่าจะนำมาใช้ในอีกไม่ช้าไม่นานแน่กับความบาดหมางไม่ลงรอยภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่จะนำไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เพราะอย่างที่เคยบอกกล่าวไว้ความไม่พอใจในตำแหน่งที่จัดสรรให้ทำให้สองขั้วของพลังประชารัฐได้พัฒนาการที่จะแตกหักทุกเมื่อ และหากจับปฏิกิริยาที่ออกมาจากทั้งสองขั้วก็ยิ่งชัดเจน ทั้งจากบิ๊กตู่ ที่ยืนยันเป็นอำนาจนายกฯพิจารณาผู้ที่เหมาะสมเป็นรัฐมนตรี ขณะอีกฝั่งที่ออกมาเป็นข่าวทุกระยะนั่นคือสามมิตร ไล่ตั้งแต่นายสมศักดิ์ สุริยะ ล่าสุดอนุชา แล้วก็วกกลับไปที่นายสุริยะอีกครั้งกับการออกมาปฏิเสธนำ30ส.ส.ออกจากพลังประชารัฐ

 

 

เรื่องนี้มีการมองกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นหอกข้างแคร่ในอนาคต ยิ่งประชาชนเห็นก็ยิ่งอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า ทำไมภายในพรรคพลังประชารัฐจึงมีเพียงข่าวจากกลุ่มสามมิตรที่ออกมาเกี่ยวกับตำแหน่งอยู่เรื่อย ขณะกลุ่มก้อนอื่นอย่างกลุ่มด้ามขวานไทย หรือกระทั่งกลุ่มอีสานตอนบน ที่เคยออกมาส่งเสียงก็สงบราบเงียบเพียงไม่กี่วัน เมื่อมีการพูดคุยทำความเข้าใจกัน โดยนายกรัฐมนตรีได้ออกมาพูดเอง แต่ไฉนและทำไมกับกลุ่มสามมิตรถึงมีข่าวเรื่องเก้าอี้และตำแหน่งรัฐมนตรีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่นายกฯก็ออกมาพูดเช่นเดียวกัน นี่เป็นความสงสัยของประชาชนที่ส่งคำถามไปยังสามมิตรว่าแท้แล้วกลับเข้ามาทำงานเพี่อชาติบ้านเมืองหรือตำแหน่งอำนาจทางการเมืองกันแน่???   

 

 


 

โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และแกนนำกลุ่มสามมิตร ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าตนเองถูกสลับเก้าอี้จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จนทำให้โกรธและขู่ว่าจะนำส.ส.กลุ่มสามิตรจำนวน 30 คนถอนตัวจากรัฐบาลว่า ยืนยันข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรียังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าใครจะไปดำรงตำแหน่งไหน และที่สำคัญตลอดเวลาที่ทำงานการเมืองมาไม่เคยใช้วิธีข่มขู่เพื่อขอตำแหน่ง การได้รับตำแหน่งที่ผ่านมาทุกรัฐบาลเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ ตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญๆ ก็เพราะเห็นความทุ่มเททำงานให้กับพรรค และมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์

 

 

ผมไม่เคยใช้วิธีกดดันหรือข่มขู่เพื่อขอตำแหน่งอะไรเลย และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมก็จะไม่ใช้วิธีการข่มขู่ เพราะเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรทุกคนในพรรคว่าใครบ้างที่ร่วมสร้างพรรคกันมาตั้งแต่เริ่มต้น ทุ่มเททำงานให้กับพรรคออกเดินสายหาเสียงทั่วประเทศจนทำให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นโดยส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีภาวะผู้นำ และมีหลักการพิจารณาในการตัดสินใจว่าใครจะไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใด เพราะท่านต้องการเห็นการบริหารงานของรัฐบาลในอนาคตที่จะต้องมีเสถียรภาพและผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งผมเองก็เห็นอย่างนั้นเช่นเดียวกัน” นายสุริยะ กล่าว

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้หากยังจำกันได้เป็นนายสุริยะ คนเดียวกันที่เคยไปให้สัมภาษณ์ในรายการทีวี ว่า จะไม่รับตำแหน่งใดๆหลังการเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปก็ปรากฏว่า นายสุริยะ คนเดิมคนนี้ก็ไปออกรายการทีวีอีกครั้งหนึ่ง โดยบอก ขอถอนคำพูด ที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะไม่รับตำแหน่งพร้อมคำประกาศอันสวยหรูหลังจากนี้จะทำเพื่อประเทศชาติ

 

 

ซึ่งเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.62 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านรายงานเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ชี้แจงกรณีมีข่าวจะหลุดจากโผคณะรัฐมนตรี ไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตนเคารพในการตัดสิน รับได้ และไม่คิดลาออกจากพรรค

 

ทั้งนี้ นายสุริยะ ยังได้ชี้แจงกรณีเคยประกาศไม่รับตำแหน่งว่า ขอถอนคำพูด แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ เห็นว่าเหมาะสมในการเป็นรัฐมนตรี ก็พร้อมจะรับตำแหน่ง

 

แต่เมื่อวานนี้คือวันที่ 29 มิ.ย. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และแกนนำกลุ่มสามมิตร แถลงขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จัดโผ ครม. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา และบอกกับหัวหน้าพรรคว่าจบแล้ว ห้ามมีการเปลี่ยนแปลงแล้วเด็ดขาด และในโผนั้นมีชื่อตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

 

และนายอนุชา ยังกล่าวต่อว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวหนาหูว่ามีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี เช่น นายสุริยะ อาจต้องสลับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  "แต่หากเป็นไปตามกระแสข่าวจริง ตนคงเสียใจอย่างยิ่งแทนพี่ๆ น้องๆ ของที่ต้องหลุดโผ หรือถูกเปลี่ยนตำแหน่ง ส่วนตัวจะถูกปรับออกก็ยินดี แต่ขอนายกฯ ได้โปรดอย่าเปลี่ยนแปลงตำแหน่งอื่นๆ โดยเฉพาะนายสุริยะ ที่ตนทำงานร่วมมานาน เป็นบุคคลที่มีคุณค่า มีความสามารถ และอยากฝากไปถึงนายกฯ หากได้ร่วมงานจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนร่วมงานและประชาชน เพราะเป็นคนเก่ง ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมาย " นายอนุชา กล่าว

 

 

นี่คือพฤติกรรมคำพูดของนักการเมืองที่หยิบยกมาให้ประชาชนพิจารณาว่าเนื้อแท้เป็นอย่างไร ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนที่จะมองกันไป แต่ก่อนหน้านี้ที่อยากจะนำมาทบทวนก็คือ มีรายงานข่าวมาตลอดหลังกลุ่มสามมิตร พลาดเป้าจากกระทรวงเกรดเอ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม ที่ พล.อ.ประยุทธ์  เคาะให้เป็นไปตามข้อตกลงเดิมที่ได้หารือไว้กับพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ได้คุมทั้งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์ ขณะที่กระทรวงคมนาคม ตกเป็นของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีชื่อของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยแต่ไม่นานก็เปลี่ยนขยับมาว่าจะมาคุมกระทรวงพลังงานเพื่อเปิดทางให้พรรคร่วมได้คมนาคมไป

 

จากนั้นก็ว่ากันว่า กลุ่มสามมิตร ภายใต้การนำของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้เปิดศึกแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรีภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยพุ่งเป้าไปที่กระทรวงพลังงาน ที่เดิมมีข่าวว่าจัดสรรให้กับ นายณัฏฐพล ทำให้มีข่าวปรากฏโผรัฐมนตรีในส่วนของกลุ่มสามมิตรว่า นายสุริยะ จะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

 

หลังจากนั้นก็มีข่าวหลุด ข่าวปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องจากพรรคพลังประชารัฐในเรื่องของการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีที่ดูเหมือนยังไม่ลงตัว ในขณะเดียวกันหลังโหวตนายกรัฐมนตรีเสร็จสิ้น ข่าวว่าพลเอกประยุทธ์ จะเขย่าโผใหม่ก็เกิดขึ้น กระทั่งเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 นายณัฏฐพล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยระบุว่า   “เชื่อมั่นผู้นำ เคารพกติกา ไม่เคยต่อรอง”

ช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ทางการเมืองมี ข่าวลือ ข่าวปล่อยค่อนข้างมากถึงการต่อรองตำแหน่งทางการเมือง

สำหรับข่าวที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงมาถึงผม อย่างที่ผมเคยบอกต่อสาธารณชน ผมเชื่อมั่นและศรัทธา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเป็นบุคคลที่เหมาะสมจะนำพาประเทศไทยก้าวพ้นความขัดแย้งทางการเมือง และบริหารบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า  ไม่ว่าข่าวจะออกมาอย่างไร อย่างที่ผมเคยเรียนสื่อมวลชนครับ การตัดสินใจสุดท้าย อยู่ที่ท่านนายกฯ

 

นั่นคือท่าทีของนายณัฏฐพล จะเห็นแล้วว่าเมื่อมีข่าวออกมาในทำนองสร้างความสับสนวุ่นวาย และเมื่อนายกรัฐมนตรี เข้ามาจัดการทางเจ้าตัวก็ยอมสงบอยู่ในท่าทีที่น่าชื่นชม เพราะเมื่อผู้นำรัฐบาลออกมาพูดจาทำความเข้าใจเองเรื่องราวก็คลี่คลายลง ซึ่งแตกต่างกับคนบางกลุ่มที่ยังส่งเสียงโวยวายปล่อยข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องเพราะความไม่พอใจในสิ่งที่ได้รับ นั่นคือ อำนาจและตำแหน่ง

 

สุดท้ายแล้วเชื่อว่า หากยังคงวุ่นวายต่อไป พลเอกประยุทธ์ คงต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง และอะไรบางอย่างนั้นก็เชื่อว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องจำเป็น อยู่ในกฎหมาย นั่นคือการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ เพราะคงไม่ทนให้หอกข้างแคร่คอยทิ่มแทง และสุดท้ายนี้ประชาชนก็คงนึกอยากสงสัยกันบ้างว่า สำหรับนายสุริยะ ที่มีชื่อจะไปนั่งกระทรวงพลังงานนั้นมีความรู้ ความเชี่ยวชาญอะไรบ้าง นี่คือสิ่งที่เชื่อว่าหลายคนก็อยากรู้ แต่ที่แน่ๆที่รู้ๆกันอยู่คือ ที่แห่งนั้นเป็นที่ๆมีผลประโยชน์มากมายมหาศาล!!! อันนี้เรื่องจริงคอนเฟิร์มนายสุริยะไม่ต้องตอบ???

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พปชร.  สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ  สามมิติ 

ติดตามข่าวอื่นๆ