รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ "นายกฯลุงตู่" แต่งตั้ง ครม.จะบั่นใครต่อใคร ถามใจประชาชนด้วย !!!


ในรายการเที่ยงตรงกับสนธิญาณ ได้นำเสนอในตอน รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ  "นายกฯลุงตู่" แต่งตั้ง ครม.จะบั่นใครต่อใคร ถามใจประชาชนด้วยนะครับ โดยคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ระบุว่า  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกลุงตู่นะครับเดินทางไปญี่ปุ่นในวันนี้เพื่อไปร่วมประชุมกับกลุ่มผู้นำ G20 ในฐานะประธานอาเซียน จะเดินทางกลับถึงประเทศไทยก็ค่ำวันเสาร์ที่ 29 หลังจากนั้นไม่นานวันก็จะปรากฎชื่อของรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน ถึงเวลานี้นะครับเรียนท่านผู้ชม ย้ำนะครับ พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา ที่มีปัญหาอยู่ก็พรรคพลังประชารัฐซึ่งเสนอชื่อลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีนั่นเอง

 พรรคร่วมในขณะนี้นะครับเสนอชื่อรัฐมนตรีมาให้นายกลุงตู่พิจารณาแล้วครับ แน่นอนครับตำแหน่งโควต้าได้กันเท่าเดิม แต่การเสนอชื่อบางตำแหน่งอาจจะเสนอมาสองคน สาเหตุมาจากอะไรเหรอครับ ก็มาจากการที่พรรคร่วมรัฐบาลไปตกลงกับกลุ่มการเมืองต่างๆในการระดมหรือการเชิญชวนมาเข้าพรรค แล้วก็จะตอบแทนตำแหน่งหรือจะมอบโควต้ารัฐมนตรีให้ แต่พอถึงเวลาปรากฎว่าชื่อชั้นไม่ผ่านหรือมีการตั้งข้อสังเกตุนะครับ พรรคจะปฏิเสธเสียทีเดียวก็ไมได้ ก็เลยเสนอชื่อไปด้วยและเสนอชื่อคนอื่นประกบไปด้วย เพื่อให้นายกลุงตู่เลือกแล้วก็จะกลับมาตอบได้ว่าตนเองเสนอชื่อไปแล้ว ไม่ผ่าน เพราะนายกลุงตู่ไม่เอา พรรคร่วมรัฐบาลเขาไปหาวิธีตอบแทนกลุ่มการเมืองนั้นๆต่อไป เรื่องราวก็สามารถที่จะจบลงได้ ดังที่เรียนครับว่าปัญหาที่น่าหนักใจของนายกลุงตู่ในขณะนี้ก็อยู่ที่พรรคพลังประชารัฐนี่แหละครับ 

คนอยากเป็นรัฐมนตรีมีมาก ตำแหน่งที่ต้องจัดสรรให้ด้วยความจำเป็นก็มีเยอะ ก็อยู่ที่ลุงตู่จะตัดสินใจอย่างไรนะครับ เอาแบบนี้นะครับ มาดูรายละเอียดกัน โควต้ากลางนี่นะครับก็ปาเข้าไป 4 คนแล้ว หนึ่งพลเอกประวิตร วงศ์สุวรร์ สอง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สามอาจารย์วิษณุ เครืองาม สี่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา นี่สี่โควต้ากลางของนายก บวกกับผู้บริหารพรรคซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีสี่คนที่ลาออกมานะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณอุตตม คุณสนธิรักษ์ คุณสุวิตร หรือคุณกอร์ปศักดิ์นะครับ สี่คนนี้จะไม่ให้ตำแหน่งรัฐมนตรีก็กระไรอยู่ อุตส่าห์เสียสละออกมาขับเคลื่อนพรรคนะครับ นี่รวมไปเป็น 8 แล้วนะครับ จะทิ้งก็ทิ้งไม่ได้ล่ะครับสำหรับ 4 รัฐมนตรี

 ไปดูต่อล่ะครับว่ากลุ่มการเมืองต่างๆที่เข้าร่วม ดูกลุ่มเพชรบูรณ์ของคุณสันติ พร้อมพัฒน์ ก็กวาดยกจังหวัดมาทั้ง 5 เขต จะไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีซัก 1 ตำแหน่งก็ไม่ได้ ดูไปที่กลุ่มกำแพงเพชร นครสวรรค์ ซึ่งนำโดยคุณวราเทพ รัตนากร แม้จะไม่ได้กระโดดลงมาการเมืองด้วยตัวเอง แต่สองจังหวัดก็กวาดชัยชนะมาถึง 8 ที่นั่ง โควต้ารัฐมนตรีจะไม่มีก็ไม่ได้ ลองนับดูเข้าไปซิครับ เป็นสิบแล้ว ที่เหลือนะครับภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ซึ่งถือว่ากุมเสียง สส.หลักนะครับ ไปดูที่เหนือก่อนนะครับ ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็จองไว้หนึ่งเก้าอี้ รู้ว่าชื่อชั้นของตัวเองก็อาจมีปัญหา ก็มีข่าวว่าโควต้านั้่นจะตกเป็นของน้องชาย

ไม่ต้องนับภาคกลางที่ดึงอีกหลายกลุ่มหลายก๊วนเข้ามา สส. ก็เข้ามาเป็นกอบเป็นกำ จะจัดสรรให้ใครยังไม่มีคำตอบออกมา ก็ต้องเดินต่อนะครับว่าแล้วที่เหลือนะครับตอนนี้ที่เป็นสองกลุ่มหลักในพรรคและชัดเจนนะครับว่าเดินคนละแนวทาง คือกลุ่ม กปปส.นะครับที่มีณัฐพล ทีปสุวรรณ กับ พุฒิพงศ์ ปุณณกัณฑ์ สองขุนพลจาก กปปส.นะครับ ณัฐพลนั้นดูภาพรวมของพรรค ทำงานวิชาการ วิเคราะห์การเลือกตั้งในทุกพื้นที่ มีพุฒิพงศ์คุมพื้นที่กรุงเทพ ก็กวาดเข้ามา 12 เสียงก็ไม่ใช่น้อย จะมีตำแหน่งรัฐมนตรีให้ไหม ก่อนหน้านี้มีชื่อชั้นว่าติดทั้งสองคน เพราะถือว่าเป็นบุคคลสำคัญ มีชื่อว่าณัฐพลจะไปอยู่พลังงาน พุฒิพงศ์จะนั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็นั่งเป็นโฆษกรัฐบาลด้วย

 ถึงเวลานี้ได้ข่าวว่าพุฒิพงศ์หรือบีอาจจะต้องหลุดจากตำแหน่ง เพราะต้องจัดสรรโควต้าให้กับพรรคชาติพัฒนาของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เพือรักษาดุลฐานเสียงของพรรคร่วมเอาไว้ ไปตัดเขาไป เขาบอกแล้วว่าจะต้องทบทวนหรือพิจารณาในการร่วมรัฐบาล นี่ยังไม่นับกลุ่มสามมิตรนะครับ สามมิตรก็มีข่าวแต่ไหนแต่ไรมาว่า ท้ายที่สุดนะครับสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ โดยการสนับสนุนของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ก็ไปนั่งพลังงาน และจะโยกณัฐพลไปศึกษา พร้อมทั้งปรากฎชื่อของสมศักดิ์ เทพสุทินนะครับ เป็นรัฐมนตรียุติธรรม ดูรายชื่อแล้วก็นั่นแหละครับ จะเอายังไงดี ถ้าท่านผู้ชมเป็นนายกลุงตู่ งานนี้จะตัดสินใจอย่างไรครับ แล้วสามมิตรนะครับไม่ได้มีเฉพาะสุริยะกับสมศักดิ์นะครับ

 ตำแหน่งหนึ่งที่ควรจะต้องจัดสรรให้ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มสามมิตรก็คืออนุชา นาคาศัย อย่างน้อยก็ต้องได้รัฐมนตรีช่วย หนักเข้าไป นี่ขนาดภาคใต้นะครับได้มา 13 ที่นั่ง ไม่ได้รัฐมนตรีซัก 1 ตำแหน่ง สำคัญนะครับภาคใต้ในระยะช่วงการหาเสียง นำเสนอนโยบาย 26 ปีที่ว่างเปล่าของประชาธิปัตย์ คือประชาธิปัตย์ครองพื้นที่ภาคใต้ ผูกขาดมา 26 ปี ไม่ได้พัฒนาบ้านเมืองไปทางไหน ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐก็หยิบยกเรื่องนี้มาหาเสียง วันนี้นะครับชัดๆ รัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มาจากภาคใต้ 3 นะครับ ส่วนรัฐมนตรีภาคใต้ของพลังประชารัฐ ไม่มีเลย ก็ต้องมาจัดสรรกันเหมือนอย่างว่าแหละครับ ยังไงก็ยังไม่ลงตัวอยู่ จะเอายังไงกันดีนะครับ 


ถึงตอนนี้นะครับก็อยู่ที่ลุงตู่ จะหยิบเอาสุภาษิตไทยที่ว่าไว้ว่า รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ มาใช้หรือไม่ ก็ขอขยายนิดนะครับ ว่าถ้ารักยาว อยากอยู่ยาวๆก็ให้บั่น บั่นตัวปัญหา บั่นพวกเรียกร้องตำแหน่ง บั่นพวกยี้ บั่นพวกภาพพจน์ไม่ดีออกไปเสียให้สิ้นนะครับ จะได้อยู่ยาว ส่วนรักสั้นให้ต่อนะครับก็คิดว่าเสียงปริ่มน้ำนะครับต่อพวกนี้เอาไว้ เพื่อจะได้ช่วยกันดูแลเสียง นี่สั้นแน่ เรียนยืนยันได้ วันเสาร์นี้นะครับกลับมาจากการประชุม G20 นะครับ เราก็คงจะได้เห็นการตัดสินใจของนายกลุงตู่แน่นอน ผมก็เพียงแต่จะย้ำทิ้งท้ายนะครับ ผลการเลือกตั้ง 24 มีนาคม เป็นปรากฎการณ์สำคัญของบ้านเมือง ที่ประชาชน 6 ล้านคนหลั่งไหลไปเลือกพรรคอนาคตใหม่ อย่าไปคิดว่าเขามีเทคโนโลยี ใช้ news media เกิดประสิทธิภาพ ไม่ใช่หรอกครับ 

ผลการเลือกตั้งสะท้อนความคิดของประชาชน ต้องคิดว่าประชาชนในขณะนี้คิดอย่างไร แล้วอย่าไปคิดว่านั่นเป็นคนรุ่นใหม่ นี่รุ่นเก่าจึงเลือกลุงตู่อยู่ ไม่ใช่หรอกครับ ผู้ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ อาจจะมีคนรุ่นใหม่มา แต่ก็มีคนรุ่นเก่าจำนวนหนึ่ง มันถึงได้เสียงมาถึง 6 ล้านเสียง อันนี้ไม่ธรรมดา ถ้าคิดไม่ได้นะครับ พรรคการเมืองทั้งหลายรวมทั้งท่านนายกลุงตู่ไม่พิจารณา ไม่วินิจฉัยเรื่องนี้ ผมเรียนได้ล่ะครับ มันก็เหมือนธุรกิจต่างๆที่ตามความเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ทัน ถึงเวลาก็สูญหายตายจากไป การเมืองก็แบบเดียวกันครับท่านผู้ชม สวัสดีครับ  รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
นางสาวชนุตรา เพชรมูล

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : อนุชา นาคาศัย  พรรคพลังประชารัฐ  สมคิด จาตุศรีพิทักษ์  ประชาธิปัตย์  สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 

ติดตามข่าวอื่นๆ