สาวเล่าอาการลูกชาย ป่วยหนักมีเลือดออกไม่หยุดเหมือนน้ำตาล พร้อมแนะวิธีเฝ้าระวัง

ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์น่าเศร้าของวงการบันเทิงไทยสำหรับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ น้ำตาล   บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์ 5 ที่อยู่ๆเธอป่วยเป็นโรคประหลาดมีเลือดออกมามากขณะทานข้าว ทั้งที่ก่อนหน้าเธอไม่เคยแสดงอาการผิดปกติอื่นออกมา จึงเป็นปริศนาว่าเธอนั้นจากไปด้วยโรคอะไรกันแน่ซึ่งคณะแพทย์ศิริราชได้ขอร่างของเธอไว้ศึกษาเพื่อหาว่าแท้จริงแล้ว อาการป่วยของน้ำตาลเกิดจากสาเหตุใด จะได้รักษาโรคนี้ได้ถูกหากเกิดกับคนอื่น


 

 

 

ทั้งนี้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาเปิดเผยว่าลูกชายของเธอค่อยป่วยเป็นโรคประหลาดมีเลือดออกมากไม่ทราบสาเหตุเช่นกันแต่ลูกชายของเธอโชคดีกว่าเนื่องจากรักษาทันจึงหายเป็นปกติซึ่งเธอได้เธอได้เล่าว่า .... ครอบครัวเราโชคดี...ที่ลูกชายรอดมาได้ ไม่จากไปแบบน้องน้ำตาล อยากเล่าให้ฟังเป็นข้อคิดให้ทุกครอบครัวระวังค่ะ ย้อนหลังไป 20 ปีที่แล้ว...ลูกชายพี่ อายุ 7 ขวบเรียนป.1 รร.นิบงฯมีอาการเป็นไข้ต่ำๆมีหวัด มีน้ำมูก พี่ก็จัดยาตามอาการให้เขากินสักพักมีเลือดกำเดาไหล ไหลแบบทิ้งช่วง ยังคิดว่าร่างกายเขาอาจจะร้อน จนมีเลือดไหล อีกสักพัก ไหล...ไม่หยุด!!! รีบพาแกไปหาหมอทันทีที่รพ.สิโรรส ราวบ่ายโมงกว่าๆถ้าจำไม่ผิดคุณหมอสมนึก รับตัว ให้แอดมิตดูอาการ พร้อมให้แผ่นซับเลือด เพื่อสังเกตุอาการและ ดูระยะเวลาที่เลือดไหล ในขณะที่ลูกชายยังร่าเริงแบบปกติของเด็กวัย 7 ขวบ....จน 2 ชั่วโมงผ่านไป คุณหมอขึ้นมาคุยบอกว่าแบบนี้ไม่โอเค ควรส่งไปมอ.หาดใหญ่ เพราะต้องให้เกร็ดเลือด ซึ่งตอนนั้นแม้แต่โรงบาลยะลาก็ยังไม่มีเครื่องแยกเกร็ดเลือด ต้องรีบไปมอ.ด่วนเพื่อทำให้เลือดหยุดไหลออกจากร่างกาย คุณหมอสมนึกประสานทีมแพทย์มอ.รอรับทันที พี่เอาลูกชายไปรถส่วนตัวพร้อมครอบครัวขับไปมอ.หาดใหญตามที่คุณหอสมนึกแนะนำค่ะ ถึงมอ.หาดใหญ่กำลังโพล้เพล้ก่อนทุ่มนึงเล็กน้อย...ทีมแพทย์มอ.พร้อมรอรับ แอตมิดตรวจร่างกายหาสาเหตุของอาการป่วยทันที ราว 2 ทุ่ม เลือดเริ่มไหลออกทางปาก นอนไม่ได้ต้องนั่งเพื่อบ้วนเลือดที่ไหลออกมาทางปาก จากออกน้อย เริ่มออกมามาก ลักษณะเลือดที่ออก ออกมาเป็นลิ่มๆ คล้ายขนมลอดช่องแต่สีเลือด!!! 3 ทุ่ม เลือดยังออกปาก ออกจมูก มือซ้ายรับเลือด มือขวารับเกร็ดเลือด เพื่อให้เลือดแข็งตัว ให้หยุดไหลให้ได้ คณะแพทย์ทีมใหญ่ลงมาดูอาการอย่างใกล้ชิดด้วยเป็นเคสแรกของมอ.หาดใหญ่ หมอบอกพี่ว่าธาลัสซีเมียก็ไม่เคยมีมาในประวัติของเด็ก ไข้เลือดออกระยะที่ 3 ก็ไม่ใช่....เป็นอะไร????



 

4 ทุ่ม หมอเอาวัสดุทางการแพทย์คล้ายก้นกรองบุหรี่ มาใส่ทางจมูก ใช้เหล็กยาวดันเข้าไปทีละข้างช้าๆเพื่อยับยั้งให้เลือดหยุดหรือไหลช้าลง หมอใส่เข้าไปข้างละ 3 ชิ้นทั้ง 2 ข้าง เกือบๆ เที่ยงคืน....หมอมาดูอาการและประเมินสภาพร่างกาย ลูกชายมีอาการเพลีย ด้วยเลือดยังคงไหลออกจากร่างกายทั้งทางปากและทางจมูก ไม่หยุด ในขณะเดียวกันที่เลือดพยายามจะไหลออกมาทางชั้นใต้ผิวหนังทั่วทั้งแผ่นหลัง หน้าอก แขนขาทั่วร่างกาย อาการเหมือนเด็กถูกทุบด้วยของแข็ง. จนช้ำเลือดช้ำหนองเป็นจ้ำวงใหญ่ๆ ทั้งร่าง ในขณะที่เลือดก็ไหลออกจากอวัยวะทุกส่วนในร่างกายด้วยเช่นกันยิ่งใจเสียเมื่อหมอมาบอกว่าให้ปลุกแล้วดูลูกไว้ตลอดเวลาเพราะ....ลูกอาจจะหัวใจล้มเหลว....แล้วจากไปแบบเราไม่ทันรู้ตัวได้เลย ช๊อกค่ะเหมือนฟ้ากำลังจะดับลงไปตรงหน้า เกิดอะไรขึ้น!!!มันรวดเร็วมาก ตั้งตัวไม่ทัน ลูกกำลังจะจากไป ลูกเป็นอะไรๆๆๆ วินาทีนั้นอกคนเป็นแม่...ถึงเข้าใจครอบครัวน้องน้ำตาลจริงๆจับมือแล้วเรียกเขาไว้ตลอดตามที่หมอบอก ในขณะที่เขาก็อ่อนล้าเต็มที...จวบจนประมาณเกือบตี 4 ใกล้สว่าง เราอยู่บนชั้น 6 แผนกกุมารเวช เปิดหน้าต่างออกไปเห็นองค์พระและ เจ้าแม่กวนอิมบนยอดเขาคอหงส์...เปิดหน้าต่างเพื่อระบายกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งอบอวนไปทั้งห้อง....หมอยังคงเข้าออกเพื่อประเมินอาการตลอดเวลา แล้วสัญญาณดีเริ่มปรากฏเมื่อเลือดไหลออกช้าลง หลังให้เกร็ดเลือดเป็นถุงที่ 6-7 และรับเลือดราวถุงที่ 10 กว่า....ลูกชายรู้สึกตัวดีพี่เริ่มใจชื่น...จนหมอลงความเห็นว่าพ้นขีดอันตรายผ่านเวลาช่วงวิกฤต...รอดมาได้ พักรักษาตัวต่อในมอ.ราว 2 สัปดาห์ แล้วกลับมาพักฟื้นต่อที่ยะลาบ้านเรา ยาอย่างเดียวที่ได้รับคือสเตอรอยด์ ด้วยสรุปอาการของโรคไม่ได้จริงๆ จึงนับเป็นเคสแรกของมอ.หาดใหญ่ค่ะ

หมอบอกพี่ว่าในรอบเดือนร่างกายของคนเราจะมีช่วงเวลาที่อ่อนแอลงอาจมีอาการหวัดหรือเป็นไข้บ้าง ให้ระมัดระวังเมือกินยาอะไรก็แล้วแต่ สารเคมีจากยาอาจมาทำปฏิกิริยากับร่างกายแล้วมีอาการแบบนี้ได้ให้ระวังมากๆ ครอบครัวคุณปอ ทฤษฎี ครอบครัวน้องน้ำตาล ไม่โชคดีแบบครอบครัวพี่ จึงขอแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะ ต้องขอขอบคุณแพทย์หญิงสมนึก ที่ตัดสินใจให้อย่างรวดเร็วและประสานทีมแพทย์มอ.หาดใหญ่ให้ทุกอย่างในเวลานั้นเวลานี้ลูกชายสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยกลับไปป่วยแบบนั้นอีกเลย จนปัจจุบันอายุกำลังจะ 28 เท่าน้องน้ำตาล เกิดพ.ศ.2533 เช่นกันค่ะ เพิ่มเติมเพื่อเป็นความรู้ ตลอดระยะเวลาที่เกิดขึ้นเด็กรู้สึกตัวดี แม้แต่ตอนเอาอุปกรณ์ทางการแพทย์ใส่ลงไปในโพรงจมูกเพื่อห้ามเลือดก็จับมือเขาไว้ตลอด เขารู้สึกตัวและให้ความร่วมมือทุกอย่าง ไม่ร้อง ไม่งอแง ไม่โวยวาย เข้าใจว่าทุกคนกำลังพยายามช่วยเขาค่ะ

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก บุษยมาส อิศดุลย์


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ไปรยา เปลี่ยนสมัย

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : น้ำตาล the star  โรคประหลาด  รักษาอาการป่วย 

ติดตามข่าวอื่นๆ