ช่อ ถึงไทยแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังลือหึ่ง!! เลื่อนกลับไม่มีกำหนด

สืบเนื่องกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ภาพของ “ช่อ” น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ และส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ที่โพสต์รูปภาพเมื่อครั้งรับพระราชทานปริญญา หลังจบปริญญาตรีจาก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี2553 ตามมาด้วยการขุดคุ้ยพฤติกรรมเก่าๆของน.ส.พรรณิการ์ ถึงทัศนคติต่อสถาบันเบื้องสูงของไทย จนกลายประเด็นร้อนของสังคมอยู่ในขณะนี้ 

 

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีรายงานว่า น.ส.พรรณิการ์ ยอยู่ระหว่างร่วมประชุมกับพรรคการเมืองและตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ ที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ระหว่างวันที่ 9-12 มิ.ย.  

 

โดยเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. มีความเคลื่อนไหวผ่านทางเฟสบุ๊คส่วนตัว “Pannika Chor Wanich” ระบุว่า.. [ แคมเปญออนไลน์ อาวุธใหม่ในสมรภูมิเก่า ]

 

สัปดาห์นี้ช่อได้รับเชิญจากมูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ (Konrad-Adenauer-Stiftung) ให้เข้าร่วมการประชุม E-LECTION BRIDGE ASIA-PACIFIC 2019 ที่นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา และได้เป็นผู้อภิปรายในหัวข้อ “อิทธิพลของกองทัพต่อการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย: บทเรียนจากไทยและเมียนมา” (The influence of military in democratic elections: Lessons from Thailand and Myanmar)

 

ตัวแทนจากพรรคการเมืองทั่วโลก รวมถึงเพื่อนชาวเมียนมาจากพรรค NLD ให้ความสนใจกับหัวข้อนี้กันมาก และส่วนใหญ่กังวลว่าสถานการณ์ในประเทศไทยยังไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ทุกฝ่ายคาดหวัง หลังการเลือกตั้ง 24 มีนาคม แต่กลับดูจะเลวร้ายลง เราคุยกันถึงปัญหาการใช้รัฐธรรมนูญเป็นกลไกสืบทอดอำนาจของทหาร ซึ่งเมียนมากับไทยมีความคล้ายคลึงกันมาก การใช้กฎหมาย องค์กรอิสระ ไปจนถึงการใช้กำลังในการโจมตีนักกิจกรรม ผู้เห็นต่าง และพรรคการเมืองฝ่ายต่อต้าน คสช.

 

 

ช่อได้ยกตัวอย่างทั้งกรณีการดำเนินคดีกับแกนนำพรรคอนาคตใหม่ และกรณีลอบทำร้าย คุณเอกชัย หงส์กังวาน รวมถึงจ่านิว เพื่อชี้ให้เห็นว่าในความเป็นจริงแล้วนักเคลื่อนไหวและพรรคฝ่ายประชาธิปไตยในไทยอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงอันตรายขนาดไหน แม้รัฐบาลจะพร่ำบอกว่ากำลังเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยเต็มใบก็ตาม

 

ตัวแทนจากพรรค NLD ของเมียนมาพูดติดตลกกับช่อว่า “เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พูดประโยคนี้ ประโยคที่ว่า ดูเหมือนเมียนมาจะเป็นแบบอย่างให้กับรัฐบาลทหารของไทยได้เป็นอย่างดี รัฐธรรมนูญเมียนมาให้พื้นที่ ส.ส. ที่มาจากการแต่งตั้งของกองทัพ 1 ใน 4 แต่ของไทย รัฐสภากลับให้พื้นที่สมาชิกรัฐสภาที่แต่งตั้งโดยทหารมากถึง 1 ใน 3"

 

แต่แน่นอนว่าช่อไม่ได้มาที่นี่ แค่เพื่อเล่าปัญหาให้ผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศต่างๆ ฟัง ในอีกหลายช่วงของการประชุมมีการแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้นถึงประสบการณ์การทำแคมเปญหาเสียงของพรรคการเมืองฝ่ายเสรีนิยมจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญเลือกตั้งของพรรค BJP ของ นเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรีอินเดีย ที่ต้องเผชิญกับความหลากหลายของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 900 ล้านคน

 


แคมเปญของพรรคลิเบอรัลของออสเตรเลีย ที่ใช้วิดีโอเสียดสีล้อเลียนคู่แข่งเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างคะแนนนิยม (หลายคน รวมถึงช่อ แย้งว่าวิธีหาเสียงแบบนี้ไม่ได้ผลในวัฒนธรรมการเมืองของเอเชีย) หรือพลังแห่งแฮชแท็ก # ในแคมเปญเลือกตั้งของฟิลิปปินส์ และการประท้วงในฮ่องกง

 

หนึ่งในปัญหาที่เราเห็นร่วมกันก็คือ การใช้โซเชียลมีเดียในการหาเสียงเป็นดาบสองคม และต้องมีวิธีการรับมือกับของแถมอันไม่น่าพิศมัยอย่าง ข่าวปลอม (fake news) และวาทะสร้างความเกลียดชัง (hate speech)

 

ที่สำคัญที่สุด โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือใหม่ที่ทรงพลังก็จริง แต่อย่าลืมว่าเรายังคงต่อสู้ในสมรภูมิเดิม  แก่นแท้ของสมรภูมิการเมืองในไทยยังคงเป็นการต่อสู้ทางความคิด การสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในรัฐสภา ประชาธิปไตย และพรรคการเมือง การต่อสู้กับวาทกรรมที่ว่าทหารและการรัฐประหารคือทางออกเมื่อเกิดวิกฤตทางการเมือง  เรามีโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือ เขาก็มีเช่นกัน แพ้ชนะตัดสินกันที่ว่าใครสามารถใช้เครื่องมือชนิดนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงทางความคิดได้มากกว่ากัน

 

 

จนกระทั้งต่อมามีกระแสข่าวอ้างว่า น.ส.พรรณิการ์ จะมีการเลื่อนกำหนดกลับไทยจากวันที่ 12 มิ.ย. เป็นช่วงสิ้นเดือน มิ.ย. ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า ขณะนี้น.ส.พรรณิการ์ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดย น.ส.พรรณิการ์เปลี่ยนตั๋วกลับเนื่องจากมีภาระกิจส่วนตัว ส่วนจะมีแถลงข่าวหรือไม่ต้องติดตามต่อไป


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ช่อ พรรณิการ์ วานิช  พรรคอนาคตใหม่ 

ติดตามข่าวอื่นๆ