รองอธิบดีสนง.ฯอัยการ ถามถอยหลังเล่นงานตอนเขาเป็นเด็กเพื่ออะไร

จากการที่โลกออนไลน์ ได้มีการแชร์ภาพในอดีตของ "ช่อ" พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ตอนรับปริญญา รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) เมื่อปี 2553 และเพื่อนร่วม6คน โดยได้ทำทำท่าลบหลู่ขำขัน ถือเป็นกิริยาที่มิบังควร พร้อมใส่แคปชันว่า "ภาพนี้ไม่ควรมีคำบรรยาย

 

 

ต่อมา ช่อพรรณิการ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหว กล่าวโทษ "เพจเฟซบุ๊กที่ทำงานปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารทางจิตวิทยา (หรือที่เรียกกันว่า เพจ IO) ให้แก่ คสช. กับสื่อมวลชนจำนวนหนึ่ง นำภาพที่ช่อถ่ายเล่นๆ กับเพื่อนในช่วงรับปริญญาที่จุฬาเมื่อปี 2553 มาโจมตีช่ออย่างรุนแรงโดยพยายามเชื่อมโยงกับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์"

 

 

 


 

ล่าสุดวันนี้(11มิ.ย.) นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงาน ชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม ถึงกรณี นางสาวพรรณิการ์ ตามที่มีกระแสกำลังเป็นที่ถูกพูดถึงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมทั้งในโลกโซเชียลฯและสังคมภายนอกถึงภาพการกระทำในเฟซุบุ๊กเมื่อ9ปีที่แล้วว่า

 

ตอนเราเด็กเราก็คิดอย่างเด็ก พอ

เราโตเราคิดอย่างผู้ใหญ่

ทำไมต้องถอยหลังไปเล่นงาน

ตอนเขาเป็นเด็กเมื่อ9ปีที่แล้ว เพื่ออะไร??

 

 

ก่อนหน้านี้นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุถึงกรณีที่นายศรีสุวรรณ จะเดินทางไปยื่นหนังสือให้ปปช.ตรวจสอบโฆษกพรรคอนาคตใหม่ด้วย ซึ่งอดีตผู้พิพากษาได้เปิดเผยถึงข้อกฎหมาย การไต่สวนของปปช.รวมทั้งขั้นตอนจากนั้นว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร และจะส่งผลอย่างไรต่อ น.ส.พรรณิการ์ โดยข้อความทั้งหมดมีดังนี้

 

.....ข่าวนายศรีสุวรรณ จรรยา จะไปร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ปปช.ให้ทำการไต่สวนนางสาวพรรณิการ์ วานิช ส.ส.และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่นั้น

 

.....มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ฯลฯ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งใช้บังคับแก่ ส.ส. ด้วย

 

.....ข้อ ๕ ต้องยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

.....ข้อ ๖ ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพ แห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน

 

.....พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา ๘๗ เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและมีความเห็นว่า ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ฯลฯ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

 

 

.....การเสนอเรื่องต่อศาลฎีกาตามวรรคหนึ่ง และการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาให้เป็นไป ตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาซึ่งต้องกําหนดให้ใช้ระบบไต่สวนและให้ดําเนินการโดยรวดเร็ว

 

.....ให้นําความในมาตรา ๘๑ และมาตรา ๘๖ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

 

.....บทบัญญัติตามมาตรา ๘๗ และ ๘๑ สรุปได้ว่า เมื่อคณะกรรม ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วเห็นว่า นางสาวพรรณิการ์กระทำฝ่าฝืนมาตรฐานจริธรรมก็ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย

 

.....เมื่อศาลฎีกาประทับฟ้องให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถ้าศาลฎีกามีคําพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวหากระทําความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ให้ผู้นั้นพ้นจากตําแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นและจะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปีด้วยหรือไม่ก็ได้

 

.....ทั้งผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไปและไม่มีสิทธิดํารงตําแหน่งทางการเมืองใด ๆ

 

 

.....อนึ่งกรณีนี้ไม่เกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้ามีความผิดก็ต้องถูกลงโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ช่อ พรรณิการ์ วานิช  ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม  หมิ่นสถาบัน 

ติดตามข่าวอื่นๆ