เตรียมเฮให้ลั่นโลก เวียดนามลั่นวาจากบรรจุเพาะกายในซีเกมส์ 31 อีก 2 ปีข้างหน้า


    ข่าวดีทัพเบ่งกล้ามไทย เวียดนาม พร้อมดันเพาะกายบรรจุแข่งขันในซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ในปี 2021 ต่อจากฟิลิปปินส์อีก 2 ปีข้างหน้า ขณะที่ สิงคโปร์เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดเพาะกายและฟิตเนสเพาะกายและฟิตเนสเซาท์อีสเอเซีย ปี 2020 
           ดาโต๊ะ  พอล ชัวร์  ประธานสหพันธ์เพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเซีย  เป็นประธานในการประชุมสหพันธ์เพาะกายและฟิตเนสเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้จัดการทีม  และทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันเพาะกายเซาท์อีสเอเซีย 2019  ซึ่งประเทศเมียนมาร์ เมืองย่างกุ้ง เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน พร้อมด้วย นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล เลขาธิการหพันธ์ กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเซีย และนายภูมิวรินทร์ ชุณหะวงษ์วริศ ประธานสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมประชุม ที่ ห้องประชุมชั้น 2 โรงแรมย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์
         สำหรับการประชุมในครั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจถึงกฎกติกาการแข่งขันรวมถึงประเภทการแข่งขัน ให้ทุกชาติที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ได้ทำความเข้าใจร่วมกันรวมถึงการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เพาะกายและฟิตเนสเพาะกายและฟิตเนสเซาท์อีสเอเซีย ปี 2020 ซึ่งประเทศสิงคโปร์ไม่พร้อมในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ดังนั้นทางประเทศเวียดนาม ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ในปี 2021 ต่อจากประเทศฟิลิปปินส์ จึงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในครั้งต่อไปเพื่อเป็นการโปรโมท และดูความพร้อมรวมถึงการจะเสนอกีฬาเพาะกายให้มีบรรจุ ในกีฬาซีเกมส์ ที่ ประเทศเวียดนามอีกด้วย นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้แสดงความต้อนรับ  2 ประเทศใหม่ที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ ประกอบด้วย บรูไน และฟิลิปปินส์

 

 

  ด้านนายศุกรีย์ สุภาวรีกุล  เลขาธิการสหพันธ์กีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งเอเซีย เปิดเผยว่า ในการประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมความพร้อมของผู้ตัดสิน และผู้จัดการทีมในเรื่องรายละเอียดต่างๆว่าเรามีนักกีฬาที่มาร่วมการแข่งขันครั้งนี้จำนวน 10 ประเทศมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง และมีเรื่องของกฎกติการรวมถึงแจ้งเรื่องข้อควรระวังของนักกีฬาทุกประเทศจะได้เตรียมตัว และนอกจากนี้ในการประชุม สหพันธ์เพาะกายและฟิตเนสเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสาระสำคัญอยู่ที่การเตรียมผลักดันเพื่อที่จะให้บรรจุกีฬาเพาะกายเข้าไปสู่กีฬาซีเกมส์  ครั้งที่ 31 ที่ ประเทศเวียดนาม ซึ่งครั้งนี้ทางผู้แทนประเทศเวียดนามได้เข้ามาประชุมด้วย  ซึ่งทางฝ่ายผู้แทนเวียดนามก็ได้ให้คำมั่นว่าจะเสนอที่จะให้มีกีฬาเพาะกายในการบรรจุชิงเหรียญในกีฬาซีเกมส์ ที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยตอนนี้ทางเวียดนามได้เตรียมทำเวิร์คกิ้ง กรุ๊ป เพื่อดูความพร้อม และได้มีการพูดถึงการเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเซาท์อีสเอเซีย 2020 เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อน เป็นเจ้าภาพซีเกมส์ในครั้งต่อไป และสิ่งสำคัญในการประชุมครั้งนี้ก็คือการควบคุมในเรื่องของการใช้สารต้องห้าม ประเทศไทยซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการรณรงค์เรื่องนี้เราได้มีการหยิบยกประเด็นเหล่านี้ และแนวทางในการป้องกันที่จะไม่ให้มีการละเมิดการใช้สารต้องห้ามในกีฬาฟิตเนส และในการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์เอเซีย ที่ประเทศจีน ในเดือนกันยายนนี้ จะจัดให้มีการจัดให้มีการสัมนาในเรื่องของการป้องกันในเรื่องของการป้องกันการใช้สารต้องห้าม

 


       


                    หลังจากนั้นได้มีการชั่งน้ำหนักนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันเพาะกายเซาท์อีสเอเซีย 2019  ซึ่งประเทศเมียนมาร์ เมืองย่างกุ้ง เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยนักกีฬาไทยนั้นทำการชั่งน้ำหนักผ่านทุกคน โดยการแข่งขันวันแรกที่ เมียนมาร์ คอนเวนชั่น ฮออล์ เซ็นเตอร์  ซึ่งมีการชิงชัยทั้งหมด 10 เหรียญทอง ประกอบด้ว เพาะกายเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี(ทักษ์ดนัย เขตตะการ), เพาะกายรุ่นน้ำหนัก 55 กก.(อภิสิทธิ์ นาคำ), เพาะกายรุ่นน้ำหนัก 60 กก. (วรธร มัชฌันติกะ), เพาะกายรุ่นน้ำหนัก 65 กก.(ส.อ.อุทัย ดำริห์ , เพาะกายรุ่นน้ำหนัก 70 กก. (ทองปาน ลำมะนะ), เพาะกายมาสเตอร์ อายุ 45 ปีขึ้นไป (ทองปาน ลำมะนะ กับ สมนึก มนต์จิตรโท) , สปอร์ตฟิสิคชายรุ่นความสูงไม่เกิน 170 ซม. (สุรพันธ์ ไหมสีทอง,กฤตคุณ ภู่กรวัฒน์)), สปอร์ตฟิสิคชายรุ่นความสูงเกิน 170 ซม (สุเมธ ใจอาจ, เทพพร พวงทับทิม),ฟิตเนสชาย (ปทินันท์ กรรณรงค์,ณัฐวัตร โพธิ์ฉัตร) และฟิตเนสหญิง (พรชนก ปลืมจิตร์, อาธีน่า ฟิโอน่า ซิมเม็น)


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
วิริยา วิศิษฏ์โสภา



ติดตามข่าวอื่นๆ