ศิลปินแห่งชาติ สอนคนรุ่นใหม่ จะรักหรือเกลียดเมืองไทย เลิกใช้สลิ่ม

จากกรณีวันนี้(1มิ.ย.) วินทร์ เลียววาริณ หรือ สมชัย เลี้ยววาริณ  ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์และนักเขียนที่ได้รับรางวัลซีไรต์ ถึง 2 ครั้งคือ เมื่อปี พ.ศ. 2540 (ประชาธิปไตยบนเส้นขนาน) และเมื่อปี พ.ศ. 2542 (สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน) ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก วินทร์ เลียววาริณ ถึงการใช้ภาษาของคนรุ่นใหม่ ด้วยการยกเอาคำๆหนึ่งที่พบว่ามีการใช้กันในทางการเมือง โดยน้ำเสียงคือเสียดสีบริภาษ ว่ากล่าวอีกฝ่าย ซึ่งในวันนี้ศิลปินแห่งชาติจะมาบอกถึงหมายความที่แท้จริงของคำดังกล่าว ที่มีความหมายในทางตรงกันข้ามเลยทีเดียว

 

บางครั้งผมก็อดงงกับการใช้ภาษาของคนรุ่นใหม่มิได้ เพราะอ่านในบริบทแล้ว ดูเหมือนเป็นบริภาษและเสียดสี แต่คำที่ใช้กลับเป็นคำชม

 

ตัวอย่างที่เห็นบ่อยที่สุดคือคำว่า สลิ่ม

 

สลิ่มไม่ใช่คำด่า ตรงกันข้ามเป็นคำที่มีความหมายดีมาก มาจากภาษาอังกฤษ slim

 

slim เป็นคำคุณศัพท์ แปลว่าผอม หุ่นเพรียว หุ่นดี สัดส่วนดี ภาษาอังกฤษว่า gracefully thin คือผอมแบบเท่หรือดูดี

 

คำนี้ยังใช้เป็นกริยาได้ แปลว่าทำให้ผอม ลดน้ำหนัก

 

 

 


 

ดังนั้นหากเราบอกว่าใครเป็นสลิ่ม ก็หมายถึงเขาหรือเธอมีหุ่นดี สวยงาม น่าประทับใจ

 

ย่อมเป็นคำชมแน่แท้มิต้องสงสัย

 

ทว่าหากตั้งใจใช้คำว่า 'สลิ่ม' ให้หมายถึงขนมชนิดหนึ่งที่มีหลากสี ก็ต้องสะกด ซ่าหริ่ม หรือ ซาหริ่ม

 

แต่ถึงใช้ ซ่าหริ่ม ก็ยังเป็นคำที่มีความหมายดีอีกนั่นเอง เพราะซ่าหริ่มเป็นคำอาหรับ Salim หรือ Saleem แปลว่าปลอดภัย ไร้อันตราย

 

ดังนั้นหากเราบอกว่าใครเป็น 'ซ่าหริ่ม' ก็หมายถึงต้องการอวยพรให้เขาหรือเธอปลอดภัย

 

คงต้องเลือกคำใหม่แล้วละ

 

 

เราเป็นคนไทย ไม่ว่าจะรักหรือเกลียดเมืองไทย ก็ควรเขียนภาษาไทยให้ถูก ถ้าชมก็ได้ความหมายถูก ถ้าด่าก็ด่าถูกคำ

 

ไม่ใช่ด่าแล้ว คนโดนด่ายิ้มระรื่นชื่นใจทั้งวัน

 

ต่อไปนี้ใครด่าผิด จะให้คาบไม้บรรทัดเลย

 

(ป.ล. วันนี้หอมปากหอมคอแค่นี้พอ ทีหลังก็อย่ามาเปิดกล่อง Pandora's Box ของผม เปิดทีมาเป็นชุดเลย)

 

 

 

อย่างไรก็ตามพบว่าก่อนหน้านี้ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้แสดงความเห็นทางการเมืองกรณี วาด รวี นักเขียนชื่อดัง เสนอเลิกใช้คำว่า สลิ่ม ในการชี้หรือตราหน้าใคร เพราะไม่ได้นำไปสู่การเรียนรู้ หรือเปลี่ยนแปลงความคิดได้ และเป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ต่อกัน และความสามัคคี ซึ่งนายสมบัติ ก็เห็นว่า คำนี้เหมือนเป็นคำด่า เช่นเดียวกับการเรียกฝ่ายประชาธิปไตยว่า ควายแดง หรือพวกเผาบ้านเผาเมือง โดยเป็นวาทกรรมที่ใช้ต่อสู้ทำลายล้างความน่าเชื่อถือ สำหรับทิ่มแทงกัน โดยตนเองไม่ได้สร้างคำนี้ขึ้นมา แต่ยอมรับว่าเป็นคนร่วมขยาย โดยความเป็นมาเกิดการการที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ที่เคลื่อนไหวในนามเสื้อหลากสี เมื่อปี2553 เพื่อเคลมความเป็นคนกลุ่มใหญ่ ทั้งที่จริงคือเสื้อเหลืองที่ต่อต้านเสื้อแดง 

 

“ในกลุ่มพันทิป มีคนแสดงความเห็นว่าเสื้อหลากสี คล้ายขนมซาหริ่ม ซึ่งตนอ่านแล้วก็ขำ การเรียกแทนว่าสลิ่มก็จบเลย ซึ่งตอนแรกมันไม่มีความหมายเหยียดหยามกัน แต่เป็นการเรียกแทนคำว่าเสื้อหลากสีที่ยาวไป ส่วนตัวเห็นว่า ช่วงแรกคนเสื้อหลากสีไม่ได้สนใจการเมือง แต่แค่ทนไม่ได้กับการชุมนุมของเสื้อแดง ซึ่งเสื้อแดงจะมองว่าคนพวกนี้เห็นแก่ตัว ซึ่งก็เป็นการผลักเขาออกไป ต่อมาคำนี้เป็นคำดูถูก เป็นพวกเห็นแก่ตัว อนุรักษ์นิยมที่ใช้ชีวิตทุนนิยม ไม่มีหลักการ ขัดแย้งกันเอง เป็นคนมีความคิดห่วยแตก ซึ่งจริงๆตนลดการใช้คำนี้มานาน และค่อนข้างเห็นด้วยว่าไม่ควรใช้คำๆนี้ หรือใช้ไปตีตราใคร ด่าใครว่าเป็นสลิ่ม” นาย สมบัติ กล่าว

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : วินทร์ เลียววาริณ

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

หมายถึงเผด็จการรัฐสภายุคนายใหญ่ ?? "นคร" ร่ายยาว ซัดเผด็จการเป็นต้นเหตุของวิกฤติชาติ??

สมยศอดีตผตห.มาตรา112เผยบั้นปลายกวีติดคุก วัฒน์ลี้ภัยตปท. เนาวรัตน์เป็นสว.

ฆ่าควายอย่าเสียดายพริก!? "พปชร." ทุ่มสุดตัว จ่อยื่นข้อเสนอ "ปชป.-ภท." แย้มงานนี้ยากจะปฏิเสธ!!

ศิลปินแห่งชาติ สอนคนรุ่นใหม่ จะรักหรือเกลียดเมืองไทย เลิกใช้สลิ่ม


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : วินทร์ เลียววาริณ  บก.ลายจุด  เสื้อแดง 

ติดตามข่าวอื่นๆ