กลับมาแล้วสภาผู้แทนฯ!! คนไทยเจ็บต้องจำ “เสียงข้างมาก” ไม่ใช่คำตอบ เคยลากข้ามคืน“ร่างพ.ร.บ.นิรโทษสุดซอย” สันดานโผล่!?

กลายเป็นอีกหนึ่งกระแสทางการเมือง นอกเหนือจากทิศทางการสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี  ที่วันนี้ไม่มีความหมายเป็นอย่างอื่น   นอกเหนือจาก พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  กับอีกฝ่ายที่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร   เพราะพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำ 7 พรรคร่วม  ก็ออกตัวเปิดทางให้เกิดการเมืองขั้วที่ 3   ขณะที่พรรคอนาคตใหม่  มั่นใจสุดคณาว่า ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ  เหมาะสมสุดเป็นนายกรัฐมนตรี  เพื่อเดินหน้าต่อต้านอำนาจคสช. 

 

ท่ามกลางนิยามการจับขั้วจัดรัฐบาล ก็เกิดกระแสตามมาเรื่องรัฐบาลเสียงข้างมาก  ข้างน้อย  โดยความเห็นของบางฝ่าย  ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยก็สามารถไปต่อได้  ถ้ามีจริยธรรมการบริหารบ้านเมือง ไม่ทุจริต คอร์ปรัปชั่น   แต่ก็มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์  ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง  ตามระบอบรัฐสภา คือสัญญาณอันตราย สุดท้ายรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ไปได้ไม่ถึงไหน

 

ทีนี้มุมกลับย้อนมาดูประวัติศาสตร์การเมืองไทย   ช่วงที่ผ่านมาที่เรียกว่าเป็นยุคประชาธิปไตย  ผู้แทนราษฎรไทยได้ใช้หลักการเสียงข้างมาก ไปใช้ทำอะไรถึงก่อให้เกิดความขัดแย้งคนในชาติรอบใหม่  ทั้ง ๆ ที่ตัวแปรสำคัญในขณะนั้น  อย่าง  ทักษิณ  ชินวัตร  ถือเป็นนักโทษหนีคดีอาญา  และ พล.อ.ประยุทธ์  ก็เป็นผู้บัญชาการทหารบก  ไม่ได้มีสถานะเกี่ยวข้องใด ๆ เลยกับวังวนทางการเมือง 

 

บันทึกทางประวัติศาสตร์ของสถาบันพระปกเกล้า  ลำดับเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่นำมาสู่สิ่งที่เรียกว่า "เสียงข้างมาก"  ก่อนจะเกิดเป็นวิกฤตใหญ่ประเทศ   และพล.อ.ประยุทธ์   ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก  ต้องเลือกตัดสินใจทำอย่างหนึ่ง   อย่างใด    เพื่อไม่ไห้คนไทยลุกขึ้นฆ่ากันเอง   เหมือนในปี  2552 - 2553   เพราะสัญญาณขณะนั้นก็เริ่มแสดงให้เห็นว่า  กองกำลังติดอาวุธ  กำลังก่อตัวอีกครั้ง  เพื่อตอบโต้การเคลื่อนไหวของมวลชน กปปส. 

 

 

บทเริ่มต้นของคำว่า  “นิรโทษกรรมเหมาเข่ง” หรือ  “นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย”  คือ   สิ่งสะท้อนความหมายได้อย่างตรงจุด  กับพฤติการณ์สมาชิกผู้แทนราษฎรเสียงข้างมาก  ในสภาผู้แทนราษฎร  นำโดยพรรคเพื่อไทย   ซึ่งเดินหน้าสุดลิ่มทิ่มประตู   ในการผลักดัน  “ร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม  แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน”


เป็น  “ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม” ที่เสนอโดยนายวรชัย เหมะ  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในขณะนั้น  และคณะ  จากนั้นมีการนำมาแก้ไข ดัดแปลง  โดยคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่  ฝ่ายรัฐบาล ใน มาตรา 3 และมาตรา 4

 

โดย .มาตรา 3 มีสาระสำคัญคือ  ให้นิรโทษกรรมการกระทำความผิดของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม การแสดงออก หรือความขัดแย้งทางการเมือง และรวมถึงผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน  2549  รวมถึงองค์กรหรือหน่วยงานที่ดำเนินเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องต่อมา  ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2547  ถึง  8 สิงหาคม 2556   ทั้งนี้การนิรโทษกรรมดังกล่าวไม่รวมถึงการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

ส่วนมาตรา 4   มีสาระสำคัญคือ ให้ระงับการดำเนินคดี การสอบสวน รวมถึงการพิจารณาที่อยู่ในกระบวนการ รวมถึงให้คนที่ต้องคำพิพากษาให้ถือว่าไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด และหากอยู่ในระหว่างการรับโทษให้ถือว่าการลงโทษสิ้นสุด

 

ถือเป็นการแก้ไข ดัดแปลง  สาระสำคัญของร่างกฎหมาย   โดย “เสียงข้างมาก”  เพื่อให้ครอบคลุม  รวมไปถึงการนิรโทษความผิด  ทักษิณ  ชินวัตร    โดยใช้เวลาพิจารณาต่อเนื่องในวาระ 2  และ 3  ยาวนานถึง 19 ชั่วโมง  ช่วงระหว่างวันที่ 31  ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน  2556     

 

ก่อนลงมติเสียงข้างมาก  จะดันทุรังให้ความเห็นชอบ   310  ต่อ  0  เสียง  งดออกเสียง  4  เสียง    โดยส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ในขณะนั้น   มีจุดยืนร่วมกับมวลชนที่เคลื่อนไหวต่อต้านนอกสภาฯ   พร้อมตัดสินใจวอล์คเอาท์จากที่ประชุม

 

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของการกระทำที่อ้างถึง “เสียงข้างมาก”   ว่าด้วยการซิกแซกร่างกม.เพื่อเปิดช่องทางให้  ทักษิณ ชินวัตร   กลับประเทศ   อย่างผู้บริสุทธิ์   ก็ไม่อาจต้านกระแสความจริงได้ว่า  ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ   ไม่เห็นด้วย    “เสียงข้างมาก”  ของผู้คนที่เรียกว่าผู้แทนราษฎร  ก็ไม่อาจฝ่าฝืนได้

 

 

ส่วนหนึ่งพฤติการณ์ของการอ้าง  “เสียงข้างมาก”  ในยุครัฐบาลเพื่อไทย  แต่ถูกบันทึกเป็นหนึ่งประวัติศาสตร์ของการนำเสียงประชาชน   ไปใช้แสวงผลประโยชน์ต่อตนเองและพวกพ้อง  โดยเฉพาะกับ  นช.ทักษิณ  ชินวัตร 

 

แม้เวลาจะผ่านมานานพอสมควร  นับแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556   เมื่อที่ประชุมวุฒิสภา  มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับสุดซอย  แต่เหตุกรณีทางการเมืองว่าด้วยการใช้เสียงข้างมาก  ก็ยังเป็นที่โจษขานไม่จบสิ้น  และแสดงให้เห็นว่า  “เสียงข้างมาก” ในความหมายของนักการเมือง  จะสิ้นสภาพทันที  ถ้าถูกนำใช้ในทางมิชอบ !!    

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พรบ.นิรโทษกรรม  ระบอบทักษิณ 

ติดตามข่าวอื่นๆ