อนุทินตอบถ้าปชป.ไม่ร่วมพปชร.?และหากมียุบสภาภท.พร้อมลต.ใหม่

จากกรณีที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หารือเรื่องการประสานงานทางการเมืองและพิจารณาร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ต่อมา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช ออกมาจากห้องประชุมและบอกว่ากับสื่อมวลชนการประชุมเลื่อนไปไม่มีกำหนด เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐ มีปัญหา ซึ่งปัญหาไม่ได้เกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ขณะนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ชี้แจงหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคมีคำสั่งให้การนัดประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส. พรรคเลื่อนออกไป

 

“เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐร่วมทำงานและมีหลักการทำงาน 2 ประเด็นคือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนำนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้มาปฏิบัติ เช่น การแก้จน สร้างคน สร้างชาติ และการประกันรายได้ของเกษตรกรซึ่งพรรคก็มีแนวทางในการขับเคลื่อนไปสู่ภาคปฏิบัติ ซึ่งพรรคพลังประชารัฐแจ้งว่าจะตอบข้อมูลกลับมาภายใน 17.00 น. วันนี้ แต่พรรคพลังประชารัฐยังไม่ได้ให้คำตอบมาภายในเวลาที่กำหนด จึงต้องเลื่อนประชุมออกไป  ทั้งนี้ ส.ส.และกรรมกานบริหารพรรคอยู่กรุงเทพ รอการติดต่อกลับของพรรคพลังประชารัฐ หากติดต่อมาพร้อมประชุมอีกครั้ง”

 

 

 


 

ส่วนท่าทีการเป็นฝ่ายค้านอิสระ หากไม่ได้รับติดต่อกลับจนถึงวันโหวตนายกรัฐมนตรี นายราเมศปัดตอบคำถามโดยตรง ระบุว่า กระบวนการตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน และพรรคได้เริ่มต้นนับหนึ่งตั้งแต่ทำหน้าที่ในกระบวนการนิติบัญญัติอยู่แล้ว และหลังจากนี้จะทำหน้าที่ เช่น ตั้งกระทู้ถาม หรือออกกฎหมาย ตามกระบวนการนิติบัญญัติ

 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงการร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย นายราเมศตอบว่ายังไกลเกินไป ทั้งนี้นายราเมศยังกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ที่ประชาชนมอบหมายมา

 

 

ล่าสุวันนี้(29 พ.ค.62) นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ได้ออกมากล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคภูมิใจไทยต้องดูทุกพรรคที่จะมาร่วมรัฐบาล เป็นหน้าที่ของแกนนำพรรคที่จัดตั้งรัฐบาลต้องไปพูดคุยให้เรียบร้อย ส่วนที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุยอมรับที่จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แต่จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเน้นย้ำเสมอว่ามี 4 เงื่อนไขหลักการที่จะตอบรับร่วมรัฐบาล 1.เรื่องเทิดทูนสถาบัน 2.ต้องไม่สร้างความขัดแย้ง 3.ต้องรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทยไปปฏิบัติ และ 4.รัฐบาลที่จะตั้งขึ้นนั้นจะต้องมีเสถียรภาพ

 

 

“ดังนั้นหากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ตอบรับเข้าร่วม ก็ทำให้รัฐบาลที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีเสถียรภาพ เนื่องจากจะทำให้เสียงในสภาฯ มีไม่เกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีเงื่อนไขที่ชัดเจน ต้องร่วมรัฐบาลกับแกนนำจัดตั้งรัฐบาลให้ได้เสียง ส.ส.เกิน 251 เพื่อให้สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้ โดยไม่ต้องหวังพึ่งเสียงของ ส.ว.จำนวน 250 คน ขณะเดียวกันจำนวนเสียงส.ส.251 เสียงขึ้นไป ก็สามารถทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติได้ ที่สำคัญจะส่งผลให้รัฐบาลสามารถทำงานได้มีเสถียรภาพ ดังนั้นเมื่อถามว่าหากสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ไม่มาร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ยอมรับว่าก็ขัดหลักการของพรรคภูมิใจไทยแน่นอน และหากเกิดการยุบสภา ก็ต้องเลือกตั้งใหม่  ถ้าเกิดขึ้นทางพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมเลือกตั้งใหม่”

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

34ปีที่ป๋าเปรมให้อภัยหนุ่มป่วยเคยชกหน้า ทั้งฝากดูแลรักษาอย่างดี

ปูเสื่อรอ! "พลังประชารัฐ" แถลงยืนยัน ยังไม่จบดีลตั้งรัฐบาล ย้ำไม่ได้เบี้ยว"ปชป." ชิงโหวตเลือกนายกฯ และไม่คิดตั้งรบ.เสียงข้างน้อย!

"หมอกัมปนาท"อยากรู้ "สุชาติ" ต้องการอะไร ฉวยโอกาสปลุกระดม ! ย้ำ "มือชกหน้าป๋า" ได้รับการดูแลอย่างดี ควรให้เกียรติผู้วายชนม์!

จับตา อภิสิทธิ์จะลาออก ปชป. สมศักดิ์จะเอา ก.เกษตร ให้ได้ ดูยังไงลุงตู่ก็อยู่ยากจริงๆ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : อนุทิน ชาญวีรกูล  พรรคพลังประชารัฐ  ปชป. 

ติดตามข่าวอื่นๆ