คนไทยอย่าตกเป็นเหยื่อ!! ถลกคราบ NGO ปรสิตการเมืองไทย กลุ่มหนุนปชต.จอมปลอม หลังเผยแพร่แถลงเห็นใจ "ธนาธร" แท้จริงถูกชักใยโดยทุนสามานย์

ดูเหมือนว่าการถูกเบียดขับออกจากปริมณฑลแห่งอำนาจที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ หมายมั่น จะผงาดก้าวสู่เกมการเมือง แต่มีอันต้องสะดุดลงจากผลกรรมของตนนั้น  มิได้ส่งผลให้ตัวเขาและพลพรรคออกอาการปลงตกแต่อย่างใด

ตรงกันข้ามกลับส่งไอควันระอุจากไฟคุกรุ่น ราวน้ำมันราดกองเพลิงจากความคับข้องที่สุมอยู่ในอก ปรากฏผ่านทุกความเคลื่อนไหว นับแต่ที่เขาต้องโดนผลักไสออกจากสภาอันทรงเกียรติด้วยเหตุที่ว่า ยังมิอาจปลดชนักเล่มใหญ่ที่ยังคงปักหลัง..

 

 

เกมการเมืองนอกสภาของ นายธนาธร เริ่มขึ้นอีกครั้ง จากกรณีบนเพจเฟสบุ๊คของนายธนาธร ทำการโพสต์ข้อความระบุว่า "ประชาคมระหว่างประเทศกำลังจับตา การสืบทอดระบอบรัฐประหาร ผมต้องขอบคุณกลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR)

อย่างมากสำหรับการออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลทหารหยุดคุกคามนักการเมืองรวมถึงบุคคลทั่วไปที่กำลังเรียกร้องประชาธิปไตย และให้ยอมรับผลการเลือกตั้ง ยอมให้ผมได้เข้าสภา นอกจากนี้ยังย้ำชัดว่าคดีความทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับผมและแกนนำพรรคอนาคตใหม่ เป็นการใช้กฎหมายเพื่อปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาลทหาร

 

 

 

ผมยืนยันอีกครั้งว่าการใช้กฎหมายขัดขวางผมจากการเข้าปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎรในสภา รวมถึงการตั้งข้อหายุยงปลุกปั่น หรือผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ต่อผมและแกนนำพรรค ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องส่วนตัวของผมและอนาคตของพรรค แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงอนาคตของประเทศโดยตรง

ความพยายามอย่างเป็นระบบของระบอบรัฐประหารที่จะสกัดกั้นอนาคตใหม่ไม่ให้ทำงานการเมือง ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศจับตามองว่ารัฐบาลคสช.ไม่มีความตั้งใจจริงที่จะคืนประเทศไทยสู่ระบอบประชาธิปไตย และทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่ได้รับการยอมรับว่าเสรีและเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล

 

เมื่อการเลือกตั้งถูกมองว่าไม่เสรีและเป็นธรรม รัฐบาลที่จะตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดระบอบรัฐประหาร ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากต่างชาติ ไม่สามารถเรียกคืนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลกได้ ความหวังที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหลังเลือกตั้งก็จะไม่เป็นจริง  แต่เรายังไม่หมดหวัง อนาคตใหม่จะยังพยายามทุกวิถีทาง ทำงานทั้งในและนอกสภาเพื่อนำประเทศไทยกลับคืนสู่หนทางประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด"

 

 

ทั้งนี้ในเอกสารแนบท้ายโพสต์ดังกล่าว ที่นายธนาธรกล่าวอย่างตีขลุมว่าแถลงการณ์จากประชาคมระหว่างประเทศ ในนาม APHR ระบุความโดยกระชับว่า "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กําลังเผชิญกับคดีอาญาที่มีแรงจูงใจทางการเมือง อย่างน้อยสองคดีในปีทีผ่านมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วศาลรัฐธรรมนูญได้สั่ง พักการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะส.ส. ระหว่างที่มีการสอบสวนในข้อหาละเมิดกฎการเลือกตั้ง"

 

“ทางการไทยกําลังพยายามกุข้อหาทางอาญาต่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และผู้ต่อต้านกองทัพอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ซึงเห็นได้ชัดเจนว่าข้อหาเหล่านี้มีจุดประสงค์ทําลายกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ข้อกล่าวหา ทั้งหมดต่อ ส.ส. นักข่าว นักกิจกรรมและประชาชนอื่นๆ ที่ไม่ได้ทําอะไรนอกจากแสดงออกอย่างสงบควรจะต้องถูกยกเลิกในทันที” นายชาร์ลส์ ซานติเอโก (Charles Santiago) ประธาน APHR และสมาชิกรัฐสภามาเลเซียกล่าว

 

 

ดูเหมือนว่าจากน้ำผึ้งหยดเดียวจะจุดประกายชักนำให้เหล่าผู้สนับสนุนนายธนาธร ออกอาการวิตกเพราะหวั่นว่าการออกมาเคลื่อนไหวขององค์กรดังกล่าว ตามที่ปรากฏในแถลง จะกระทบต่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ...ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง


อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตโดยเพจการเมืองที่ทำหน้าที่ชำแหละพฤติกรรมของนายธนาธน อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ระบุว่า "นามเต็มขององค์กรมีการต่อท้ายว่า "เพื่อสิทธิมนุษยชน" ซึ่งก็คือองค์กร NGO ที่หารายได้จากการเรี่ยไรเงินบริจาค โดยใน Official Page มียอดผู้ติดตามประมาณ 5,000 คนเท่านั้น"

ทั้งนี้ยังพบว่าองค์กรดังกล่าวเจตนาใช้คำว่า "รัฐสภา" เพื่อให้ดูมีความน่าเชื่อถือ ชวนให้คาดการณ์ได้ว่า การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้เพราะได้รับการจ้างวานให้ออกมาแสดงท่าทีดังที่ปรากฏ

 

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ NGO มีพฤติการณ์แทรกแซงยุ่มย่ามการเมืองภายในประเทศ ซึ่งชัดเจนมาโดยตลอดว่ามีเจตนาแอบแฝง เพราะเมื่อสืบค้นย้อนกลับไป นายทุนใหญ่ที่สนับสนุน NGO ก็มิใช่ใครอื่นหากเป็น จอห์จ โซรอส ...

 

 

เมื่อสืบเสาะปูมหลังของนายทุนใหญ่ผู้นี้จะพบว่า เป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่แก่องค์กรที่สวมผ้าคลุมผ้าคลุมในนาม "มูลนิธิ" ที่มีพฤติการณ์แทรกแซงประเทศไทยด้วยวิธีมอบเงินหนุนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองและองค์กรสิทธิเพื่อสร้างความแตกแยก 

 

ไม่เพียงเท่านี้เพราะเจตนาที่แท้จริงของโซรอสคือ การพยายามเข้าแทรกแซง และเข้าควบคุมจัดการผลประโยชน์ต่าง ๆ ในประเทศ ด้วยการให้งบประมาณสนับสนุนนักการเมือง และกลุ่มมวลชน รวมถึงสื่อมวลชน นักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัย ให้ออกมาดำเนินการเคลื่อนไหวในเรื่องต่าง ๆ ทั้งทางการเมือง สังคม โดยใช้เรื่องประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนเป็นธงนำในการเคลื่อนไหว

 

 

เหตุฉะนี้จึงชัดเจนเพียงพอว่าเหล่า NGO ที่เข้ามาพัวพันในประเทศไทยนั้น ล้วนแต่เป็นผีโม่แป้งภายใต้การควบคุมของโซรอสทั้งสิ้น ชวนอดสูยิ่งเพราะหลักการของโซรอสที่ชูอุดมการณ์ประชาธิปไตย กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง เพราะ การแทรกแซงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้อำนาจเงินตราแบบทุนนิยมสามานย์ ที่ผู้ฝักใฝ่เสรีประชาธิปไตยจงเกลียดจงชังนักหนา

 

และเมื่อย้อนกลับไปพินิจทบทวน NGO ทั้งหลายหาได้เพิ่งถือกำเนิดขึ้น หากดำเนินขึ้นอย่างแนบเนียนนับแต่ช่วงสมัยวิกฤติการเมืองไทยสมัยรัฐบาลนายทักษิณ จวบจนกระทั่งวันที่นายทักษิณ หมดอำนาจ การตะเกียกตะตายขึ้นสู่อำนาจของนายธนาธร ในบางแง่มุมนั้นมีความคล้ายคลึงอย่างแยกจากไม่ขาด ความเชื่อมโยงในบางประการ เป็นไปได้หรือไม่ว่า ปัจจัยเหล่านี้เองที่ทำให้เหล่า NGO เปลี่ยนเป้ามาสนับสนุนนายธนาธร เพื่อหวังผลลัพธ์อย่างเปิดเผย เพราะในทัศนะของโซรอส นายธนาธร อาจเป็นตัวตายตัวแทนของอดีตนายกฯ ผู้ต้องคดีก็เป็นได้??

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : เลือกตั้ง62  พรรคอนาคตใหม่  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

ติดตามข่าวอื่นๆ