ขอคารวะและสดุดีประธานองคมนตรีสองแผ่นดิน แต่การเมืองไทยเปิดสภามายังน่าขยะแขยงเหมือนเดิม

ในรายการเที่ยงตรงกับสนธิญาณ ได้นำเสนอตอน ขอคารวะและสดุดีประธานองคมนตรีสองแผ่นดิน แต่การเมืองไทยเปิดสภามายังน่าขยะแขยงเหมือนเดิม โดยคุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ระบุว่า เมื่อวานประเทศไทยได้สูญเสียสามัญชนผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในกรุงรัตนโกสินทร์ พณ. ท่าน พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษ และอดีตผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน อดีตประธานองคมนตรีสองสมัย ยากยิ่งที่จะหาบุรุษผู้เป็นสามัญชนที่รับใช้ชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ แผ่นดิน ประชาชนด้วยความสุจริต หาไม่ได้ครับ ขอให้พวกเราร่วมกันสดุดีนะครับ ผมคิดว่าป๋าเปรม ขออนุญาตเรียกอย่างนี้นะครับทำงานให้กับแผ่นดินเหนื่อยมานาน อายุ 99 ปี ถึงเวลาพักผ่อน เป็นไปตามวิถีคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกชีวิตมีเกิดแก่เจ็บตาย เกิดมาแล้วคุณค่าของชีวิตอยู่ที่สิ่งที่ได้กระทำและฝากเอาไว้ในแผ่นดิน ผมได้แต่งกลอนมอบให้กับท่านในฐานะที่เป็นบุคคลหนึ่ง แม้จะมีความใกล้ชิดไม่มาก แต่ท่านก็ได้ให้ความเมตตากับผมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยยังเป็นผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ติดตามนายกรัฐมนตรีซึ่งก็คือท่านไปทุกแห่งทุกหนนะครับ สายตาที่มองมาเรียกลูกนะครับ เป็นสายตาที่เต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา ท่านมาเป็นองคมนตรี ผมเอาเรื่องราวของท่านมาเขียนประวัติเชิดชู ได้รับการตอบสนองจากผู้อ่านมากมาย บริษัทได้เงินไปนับสิบล้านบาท ผมเอาหนังสือไปเรียนท่านในฐานะท่านเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ท่านไม่ยอมรับ กลับให้เงินผมกลับมาเป็นค่าหนังสือ 4,800 บาท จ่ายเป็นเช็ค ผมเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่เป็นมงคลอย่างหนึ่งของชีวิตครับ และไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ได้นะครับ ได้แต่งกลอน อาจจะไม่ไพเราะ แต่ออกมาจากหัวใจนะครับ มอบให้ท่าน

“กราบ..คารวะ น้อมส่ง ดวงวิญญาณ      พร้อมขับขานเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่

 ชีพนี้เพื่อชาติศาสน์กษัตริย์ไทย          นามเกริกไกร..พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

อดีตนายกฯผู้กู้วิกฤติชาติ                   กล้าประกาศ โชติช่วงฯจนเห็นผล

รัฐบุรุษสุจริตครองใจตน                    ไทยทุกคนสดุดีประธานองคมนตรี..สองแผ่นดิน!!!!”

สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประพันธ์เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562

ก็กลับมาเข้าสู่เรื่องการเมืองเหมือนเดิมครับท่านผู้ชมครับ การเมืองผมยังเรียนย้ำนะครับว่าแม้การเลือกตั้งประธานสภาจะผ่านพ้นไปเรียบร้อยนะครับ รองประธานคนที่ 1 คนที่ 2 เรียบร้อย การเลือกตั้งใหม่ที่เขต 8 จังหวัดเชียงใหม่ เรียบร้อยนะครับ ก็จะเป็นการเริ่มต้นศักราชทางการเมืองอย่างแท้จริง รออีก 1 วัน คือวันที่จะมีการประชุมรัฐสภาและก็โหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 1 มิถุนายน 2562 วันนั้นแหละครับเราจะเห็นอนาคตทางการเมืองของประเทศไทย ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ชัดเจนว่าอยู่ภายใต้รัฐสภา 3 อำนาจจะเริ่มทำงานกันอย่างเต็มที่นั่นก็คืออำนาจฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ นะครับ สิ่งที่ทำให้ประชาชนคนไทยเหนื่อยหน่าย เบื่อ และก็เอือมระอามาโดยตลอด

 

ก็คืออำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติและอำนาจของฝ่ายบริหารนะครับ สองอำนาจนี้ใกล้ชิดกับวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน ความน่าเบื่อหน่ายที่ประชาชนคนไทยสัมผัสก็คือ หนึ่ง การเล่นเกมทางการเมือง เอาแต่ประโยชน์ส่วนตน และเมื่อได้ครองอำนาจแล้ว การทุจริตคอรัปชั่นก็กลายเป็นประเด็นอันสำคัญที่คนไทยสัมผัสและรู้สึกได้ตั้งแต่ระดับประชาชนไปจนถึงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่ถูกเรียกร้องทรัพย์สิน ผลประโยชน์ต่างๆในการที่จะอนุมัติหรือการทำโครงการต่างๆ หายไป 5 ปี นะครับ ไม่มีรัฐสภาอยู่ภายใต้อำนาจของ คสช. บรรยากาศเดิมๆที่เคยเห็นไม่มี เพียงแค่เปิดสภามาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ต่อเนื่องถึงวันที่ 26 สัมผัสกับความรู้สึกของประชาชนทั่วไป สัมผัสและรู้สึกได้ครับว่าเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ขยะแขยงในเกมทางการเมืองที่เล่นกันโดยไม่เห็นหัวประชาชนและเห็นว่าประชาชนโง่ ความน่าเบื่อหน่าย และเอือมระอา และดูถูกประชาชนว่าประชาชนโง่นี่นะครับก็คือการเล่นเกมทางการเมือง

 

ปัญหาใหญ่นี่นะครับในขณะนี้ของการเมืองไทย หลังจากการเลือกตั้งแล้วอยู่ที่พรรคการเมือง 2 พรรค พรรคแรกคือพรรคพลังประชารัฐ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ด่าว่า ใช้คำว่าแบบนี้ เหยียดหยามนักการเมืองมาโดยตลอด แต่เมื่อมีการตั้งพรรคพลังประชารัฐขึ้นมานี่นะครับ ก็ได้มีการไปกวาดต้อนกลุ่ม 3 มิตรและนักการเมืองอันมีชื่อไม่พึงประสงค์เข้ามาอยู่ในพรรคจำนวนหลายกลุ่ม หลังการเลือกตั้งนะครับพรรคพลังประชารัฐนี่นะครับแบ่งกลุ่มการเมืองออกเป็นเละตุ้มเป๊ะ ผมต้องใช้คำว่าแบบนี้ 3 กลุ่ม 5 กลุ่ม 7 กลุ่ม ซ้อนกันไปซ้อนกันมานะครับ คนที่อยากเป็นหัวหน้ากลุ่มก็วิ่งไปหาคนโน้น วิ่งไปหาคนนี้ เอามาเป็นสมัครพรรคพวก สัญญาว่าจะให้อย่างโน้นให้อย่างนี้


 นี่คือบรรยากาศที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐ อีกฝั่งหนึ่งคือพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเก่าแก่นี่นะครับ มีการเล่นเกมการเมืองจากผู้มีบารมีในพรรค จะเป็นใครก็ตามแต่นี่นะครับ ตั้งแต่การเลือกหัวหน้าพรรค มีการโจมตีกล่าวหา โดยเฉพาะกล่าวหาว่ามีบุคคลภายนอกเข้าไปแทรกแซงและมีการรับเงิน อันนี้มาจากประธานที่ปรึกษาพรรค คือคุณชวน หลีกภัย ซึ่งพึ่งได้รับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาไปโดยปริยายด้วยนะครับว่า มีการใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งก่อนโน้น คราวหมอวรงค์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ และพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคเก่าแก่นะครับ ประกาศยืนหยัดชัดในเรื่องอุดมการณ์ ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

 

พรรคการเมืองนี้ไม่เป็นที่น่าไว้วางใจของประชาชน และคนที่ทำให้พรรคการเมืองนี้เสียหายแน่นอนครับ เป็นไปไม่ได้นอกจากคุณชวน หลีกภัย เว้นแต่คุณชวน หลีกภัยจะกล้าออกมาประกาศว่า คนที่รับเงินมาจากบุคคลภายนอกเป็นใคร และบุคคลภายนอกที่ให้เงินมาเป็นใคร มันถึงจะทำให้ชัดเจน สถานการณ์ในพรรคประชาธิปัตย์วันนี้แบ่งออกเป็นสองซีก เป็นพรรคออกแตก เสียง สส. เกือบจะเท่ากัน ฝ่ายที่ชนะ ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคมี 25 เสียง ฝ่ายแพ้มี 27 เสียง นี่ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา ดังนั้นนี่นะครับ ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลนี่นะครับที่ผ่านมา ฝากฝั่งของพรรคเพื่อไทยเกาะกันแน่น 7 พรรคประกาศมี สส. อยู่ 245 คน พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ประกาศพันธมิตรมาอย่างชัดเจน แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยประกาศว่ามี สส. สนับสนุน 245 คน ก็อนุมานเอาว่าพรรคพลังประชารัฐน่าจะมี 253 คน สองคนที่ยังไม่ได้คือปาร์ตี้ลิสต์นะครับ และก็ สส.เขตเชียงใหม่นะครับที่จะต้องเลือกตั้งกันใหม่ ใน 498 คน แบ่งกันแบบนี้นะครับ

 

ฝากฝั่งที่อยู่พรรคพลังประชารัฐนี่ไม่ชัดเจนนะครับ โดยเฉพาะจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมี สส. อยู่ 52 คน ในขณะนั้นนะครับ และก็ภูมิใจไทย 51 คน ไม่นับพรรคเล็กพรรคน้อยข้างหลังนะครับ ไม่มีการประกาศด้วยเหตุนี้แหละครับพรรคประชาธิปัตย์รู้จุดอ่อนของพลังประชารัฐนะครับก็เดินเกมทันที มีการประชุม สส. ก่อนนะครับในวันที่ 21 พฤษภาคม 2562 นะครับ แล้วก็ได้ข้อสรุปที่เรียกว่าความเห็น ที่ประชุม สส. ไม่มีมตินะครับ ว่าให้เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคไปเจรจาในการจัดตั้งรัฐบาล ชัดเจนนะครับ ไม่ได้บอกด้วยว่าให้ไปร่วมกับใคร แต่มีเงื่อนไขว่าไม่ร่วมกับเพื่อไทยและอนาคตใหม่ ไม่ร่วมเพื่อไทย อนาคตใหม่ ก็แสดงว่าร่วมพลังประชารัฐ แต่ไม่บอกนี่นะครับก็แสดงว่าเป็นเกมที่วางไว้เพื่อรอจังหวะสอง นะครับ ต่อมาหลังจากที่มีความเห็นอย่างนั้น

 

 เฉลิมชัยก็ไปคุยกับอนุทิน ชาญวีรกูล ถ่ายรูป แต่เมื่อถึงวันที่ 23 ได้มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคร่วมกับ สส.พรรคนี่นะครับ กลับมีมติว่าจะส่งประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่ง สส.ขึ้นชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นปัญหาทันทีครับ ปัญหาที่ว่านี่ก็เพราะถ้าจะไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนี่นะครับ แน่นอนครับว่าพรรคพลังประชารัฐควรที่จะได้ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาเพื่อคุมเกมในทางการเมือง ประคับประคองรัฐบาลด้วยตัวเอง แต่เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เสนอแบบนี้ พรรคพลังประชารัฐซึ่งจะเสนอคุณสุชาติ ตันเจริญขึ้นเป็นประธานสภาก็รู้สึกลำบากใจขึ้นมาทันที ว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นเกมการเมืองอะไร ทำไมถึงทำแบบนี้

 

การเจรจาต่อรองก็เกิดขึ้นอีกรอบนึงนะครับ แน่นอนครับแรงบีบก็ไปอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังประชารัฐเมื่อคุณสุชาติ ตันเจริญจะไม่ได้ประธานสภาก็มีการปั่นป่วนกันอย่างมากมาย เจรจากันไม่จบ แต่ท้ายที่สุดนี่นะครับก็ต้องเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 25 เพื่อเลือกประธานรัฐสภา ปรากฏว่าการเจรจาไม่จบนะครับ พรรคพลังประชารัฐก็ขอเลื่อนเพื่อเจรจาให้จบ แต่เผอิญว่าในระหว่างทางพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์เจรจากันจบนะครับ ก็เลยพลิกเกม จากจะขอเลื่อนเป็นไม่เลื่อน ก็ให้ สส. ตระกูล อ. 5 คน ประกอบด้วยนายอนุชา นาคาศัย นายอัครวัฒน์ อัศวเหม นายอนุชา น้อยวงศ์ นายอาดิลัน อาลีอิสเลาะ นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ 5 ออ 5 คนที่อยู่ข้างล่างไปกลับมติแล้วก็แกล้งบอกว่า ออกเสียงผิดไป พรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทยก็งับเลย ความจริงเป็นเจตนาที่จะไม่เลื่อน ต้องการเลือกประธานให้เสร็จ เพราะการเจรจาจบแล้ว นี่เห็นไหมฤทธิ์พรรคประชาธิปัตย์ คุณชวนก็จึงได้เป็นประธานสภานะครับ มีผู้เลือกคุณชวน หลีกภัย ทั้งสิ้น 258 เสียงนะครับ และเลือกคุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ 235 เสียง ชัดเจนครับ ฝากฝั่งพรรคพลังประชารัฐมีเสียงรวมกันแล้ว 253 เสียง ตัดปู่ชัยออกเหลือ 252 เสียง แต่ได้ 258 6 เสียงเป็นอื่นไปไม่ได้หรอกครับเป็นงูเห่าที่ไม่ปรากฎตัวเพราะการลงคะแนนเป็นการลงคะแนนลับ และมี 3 คนของฝากฝั่งพันธมิตร

 

เพื่อไทยที่ไม่มาประชุม ไม่รู้เป็นงูเห่าด้วยหรือไม่ ถ้าใช่ ก็แสดงว่าจะมีงูเห่าอยู่แล้ว 9 แต่พอวันต่อมานี่นะครับเมื่อมีการเลือกรองประธานสภา คุณสุชาติ ตันเจริญกลับได้แค่ 248 ในขณะที่ฝากฝั่งพรรคอนาคตใหม่ได้ 246 ตัวเลขมันกลับข้างกัน คุณสุชาติอย่างต่ำควรได้ 252 เสียง แต่นี่ได้ 248 ลับแล้วเฉียดฉิวมากนะครับ 4 เสียงในพันธมิตรหายไปนะครับจาก 252 เสียง ส่วนพรรคฝากฝั่งเพื่อไทยและอนาคตใหม่นะครับซึ่งมีอยู่ 235 เสียง ตอนที่เลือกคุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ตีตื้นขึ้นมาเป็น 246 เสียง มากกว่าฐานเดิม 244 ก็มีหลายคนจากฝากฝั่งไม่พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์

 

 หรือใครล่ะครับฝากฝั่งนี้ไปเทเลือกอีกฝั่งหนึ่ง ถ้าผมเป็นคุณสุชาติก็ไม่สบายใจจากสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน ส่วนรองประธานสภาคนที่ 3 ก็ไม่มีปัญหา กลับมาเหมือนเดิม ตัวเลขฝากฝั่งของคุณศุภชัยก็ได้ 256 นะครับ หมอประสงค์ได้ 239 นี่แหละครับการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ต้องจับตาครับว่าเกมการเจรจาต่อรอง การยกขันหมากเทียบเชิญมาร่วมรัฐบาลนะครับ ภายใต้การเจรจาลับๆในการตั้งรัฐบาลนี่เสร็จสิ้นแล้วนะครับ เมื่อเลือกนายกรัฐมนตรี และวันเลือกนายกรัฐมนตรีนี่นะครับ จะมีอะไรเกิดขึ้น ผมยังยืนยันนะครับว่าเหนื่อยแน่นอนลุงตู่ เป็นผมผมก็เลือกยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน พูดซ้ำพูดซาก แต่เรื่องนี้เป็นแนวทางที่ถูกต้อง สวัสดีครับ


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
นางสาวชนุตรา เพชรมูล

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  ชวน หลีกภัย  ประชาธิปัตย์  ประยุทธ์  สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม 

ติดตามข่าวอื่นๆ