นายทหารคนสนิท เล่าความตั้งใจป๋าเปรม บริจาคทรัพย์สินหลักร้อยล้าน

ถือเป็นการสูญเสียสำคัญของประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่มีข่าว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษในวัย 98 ปี ย่าง 99 ปี ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วอย่างสงบที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2562 ที่ผ่านมา
 

 

โดยเฟซบุ๊กของ วาสนา นาน่วม (Wassana Nanuam) ได้โพสต์คลิปและข้อความส่วนหนึ่งว่า “พลเอก เปรม จากลาไปอย่างสงบเมื่อรุ่งสางของวันนี้ แม้พาส่งรพ. ก็ไม่อาจยื้อป๋าท่านกลับมาได้ ป๋าท่าน 98 จะ 99 แล้ว ท่านเหนื่อยมาเยอะแล้ว”


และเนื่องด้วยโอกาสการสูญเสียครั้งสำคัญนี้ เจ้าพนักงานเตรียมการจัดสถานที่บริเวณพระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ แทนพระองค์ ไปพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ณ พระที่นั่งทรงธรรม ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 18.00 น.

 

ต่อมาในเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา ได้โพสต์เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระที่นั่งทรงธรรม ระบุว่า "พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงสร้างอุทิศแก่สมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดีเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ผู้เป็นพระราชโอรส เมื่อพุทธศักราช 2445 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์จะทรงใช้พระที่นั่งทรงธรรมแห่งนี้ เป็นที่ประทับแรมเมื่อเสด็จพระราชดำเนินมาทรงธรรมรักษาอุโบสถศีล ต่อมา ได้ใช้เป็นที่ประชุมสังฆมนตรี ที่ศึกษาพระปริยัติธรรม และจัดงานประจำปีของวัด เป็นต้น

 


นอกจากนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งพระศพและศพบุคคลสำคัญ เพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลอีกด้วย ดังเช่น เมื่อพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ 6 สิ้นพระชนม์ในวันที่ 10 ตุลาคม พุทธศักราช 2528 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพ ถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณี ณ พระที่นั่งทรงธรรมแห่งนี้เช่นเดียวกัน"

 


อ่านข่าว : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งถึงพล.อ.เปรม ผู้จงรักภักดี  เปิดประวัติพระที่นั่งทรงธรรม สถานที่บำเพ็ญกุศล บุคคลสามัญครั้งสุดท้ายเมื่อ 12 ปีก่อน

 


ขณะที่ทางด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความอาลัยต่อการถึงแก่อสัญกรรมของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรษ ว่า ขอร่วมกับคนทั้งประเทศที่เสียใจและอาลัย ในฐานะที่ตนเป็นคนสงขลาและเป็นประธานมูลนิธิสวนประวัติศาสตร์พล.อ.เปรม ซึ่งตนได้อาสาทำงานกับท่านในบางเรื่องและบางระยะ เห็นถึงความเจตนาดีและตั้งใจดี ในการอุทิศตนแก่ส่วนรวมตลอดมาในทุกเรื่อง บางเรื่องเป็นข่าว บางเรื่องไม่เป็นข่าว ซึ่งต่อไปอาจจะเป็นข่าวได้มากขึ้น

 


“เมื่อไม่กี่วันมานี้ ก่อนที่ท่านจะถึงแก่อสัญกรรม ท่านให้คนสนิทติดต่อมาที่ผม ว่าท่านมีความประสงค์ที่จะทำประโยชน์ หรือบริจาคอะไรบางอย่างให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนโดยทั่วไป ซึ่งท่านให้คนมาถามความเห็นผมว่า น่าจะทำอะไรดี เพราะท่านไม่ต้องการเก็บสะสมอะไรไว้ทั้งหมด แต่ยังไม่ทันได้คิด ท่านก็มาจากไป ถือว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ และอาจจะเป็นของภูมิภาคอีกคนหนึ่ง สังเกตจากการแสดงความเสียใจ และการไว้อาลัยที่ออกมาอย่างรวดเร็วจากต่างประเทศ และเดี๋ยวจะมีมากกว่านี้ เราจะได้เห็นเลยว่าอยู่ในยุคที่มีคนสำคัญ คนรุ่นใหม่อาจจะเกิดไม่ทัน หรือจำไม่ได้ว่าท่านทำอะไรเอาไว้บ้าง ทั้งในแง่ความมั่นคง ถ้าไม่มีท่าน ผมคิดว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่มาทุกวันนี้”

 

 

อ่านข่าว : หัวใจวีรบุรุษบ้านสี่เสาฯ "วิษณุ" เล่าความจริงครั้งแรก ก่อน "ป๋าเปรม" ถึงแก่อสัญกรรม เปรยไม่ยึดติดทรัพย์สิน ขอบริจาคแก่ปชช.
 

 

ล่าสุดในเฟซบุ๊กของ วาสนา นาน่วม Wassana Nanuam ผู้สื่อข่าวสายทหาร ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องราวของพล.อ.เปรม ระบุว่า "“ป๋าเปรม” สุดใจบุญ บริจาคเงินเดือน ทั้งหมด และรายได้ ที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน ให้คนยากจน

 

 

โดยพล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้เปิดเผยว่า ตนได้พูดคุยกับพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ออกกำลังกายเสร็จในช่วงเย็นก็ได้เรียกตนเข้าไปพูดคุย โดยได้พูดในสิ่งที่เป็นห่วง เรื่องการดูแลบ้านเมือง และภารกิจหลักคืองานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในการถวายน้ำอภิเษกที่พ้นผ่านไปแล้ว

 

เพราะก่อนหน้านั้นขณะอยู่บ้านพล.อ.เปรมก็ได้ซักซ้อมอยู่ทุกวัน และทำร่างกายให้แข็งแรง เมื่อจบงานก็ดูเหมือนว่าท่านสบายแล้ว ถือว่าหมดภารกิจใหญ่ ไม่เป็นห่วง  “ตอนนั้นที่ท่านพูดก็สะกิดใจเหมือนกัน แต่ไม่ได้เฉลียวใจว่าจะเร็วขนาดนี้ ซึ่งท่านก็ปกติดี ไม่ได้ไปโรงพยาบาล” 

 

 

พล.อ.เปรมมีความตั้งใจนำเงินเก็บ ซึ่งเป็นเงินเดือนทั้งชีวิตจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี องคมนตรี และส่วนอื่นๆ ไปบริจาคกับคนยากจน ซึ่งตนได้ไปประสานกับรัฐบาลผ่านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในการจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือคนจนและการเกษตร ซึ่งไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรหากทำขึ้นแล้วต้องมีความยั่งยืน ส่วนบ้านสี่เสาเทเวศร์ เดิมเป็นพื้นที่ของกองทัพบกก็ต้องส่งคืนบ้านให้ทางกองทัพบก โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างทำเรื่องขอใช้เป็นศูนย์ประสานงานมูลนิธิรัฐบุรุษพล.อ.เปรม

 

 

 

 

 

ท่ามกลางชาวโซเชียลที่เข้ามาร่วมแสดงความไว้อาลัย และขอยกย่องป๋าเปรม ว่าคนดีทำแต่เรื่องดีๆ ทั้งยามมีชีวิตอยู่ และยามเมื่อจากไป ขอให้บุญกุศลที่ท่านได้ทำไว้ ดลบันดาลให้ท่านไปสู่สรวงสวรรค์ ถือเป็นความซาบซึ้งที่ป๋าเปรมได้มอบสิ่งดีๆ ไว้ให้ประชาชนและคนยากจน 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Wassana Nanuam


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พลเอกเปรม ติณสูลานนท์  ป๋าเปรม  คนสนิท  นายทหาร  บริจาคเงิน 

ติดตามข่าวอื่นๆ