แม้จะตกเป็นผู้ต้องหา บุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ แกนนำนปช.ยกย่องพล.อ.เปรม ผู้มีคุณูปการคนไทย สั่งยุติความตาย

นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องน่าเศร้าของพี่น้องชาวไทย ของการจากไปของ “ป๋าเปรม” พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ 2 แผ่นดิน ถึง อสัญกรรมอย่างสงบ เมื่อเช้าของวันที่ 26 พค.2562 นับเป็นการสูญเสียผู้มีคุณูปการอย่างยิ่งประเทศชาติ แม้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ร่วมไปถึงนานาชาติ ต่างพากันแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้ 

 

แม้จะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีสำคัญทางการเมือง  สำหรับการก่อเหตุบุกรุกบ้านสี่เสาเทเวศน์  เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550  รวมถึงยังจัดการชุมนุมคนเสื้อแดง ปลุกระดมมวลชนสนับสนุนนายทักษิณ ชินวัตร  ถึงขั้นมีการปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ  แต่ล่าสุดในการถึงแก่อสัญกรรมของพล.อ.เปรม  แกนนำนปช. คนสำคัญต่างพูดแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันต่อการสูญเสียที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ระหว่างเข้ารับฟังการพิจารณาคดี   สืบเนื่องจากศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐาน  คดีหมายเลขดำ อ.968/2561   ที่อัยการ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ,นายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กับพวกรวม 10 คน ร่วมกันปลุกปั่นสร้างความวุ่นวาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ,มาตรา215 และฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กรณีเมื่อวันที่ 31 ม.ค.-14 เม.ย52 กลุ่ม นปช. จัดการชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

 

 

นายจตุพร  พรหมพันธุ์   อดีตประธานนปช.  กล่าวถึง  พล.อ.เปรม  ว่า    ที่ผ่านมาพวกตนได้ประกาศตั้งแต่ต้นเรื่องคุณูปการของ  พล.อ.เปรม  มีหลายเรื่องที่คนไทยต้องไม่ลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523  ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการยุติการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์และรัฐบาลไทย สามารถลดความตายในแต่ละปีเป็นจำนวนนับพัน

 

พล.อ.เปรม ได้ประกาศคำสั่งยุติความตาย นำคนไทยที่เข้าป่าไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา ประชาชน กลับมาร่วมพัฒนาชาติไทย ต่อมาคือเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นแบบอย่างหนึ่ง สุดท้ายก็คือคำว่าผมพอแล้ว เป็นสัจธรรมทางอำนาจที่ผู้มีอำนาจในยุคหลังควรที่จะเอาเป็นแบบอย่าง ส่วนเรื่องความเห็นที่แตกต่างกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตนในฐานะคนพุทธก็กราบขออโหสิกรรมท่าน  ด้วยเราเป็นคนไทยย่อมต้องสามารถแยกแยะทุกอย่างได้ในทุกเรื่อง

 

 

ฟังเสียง "วีระกานต์  มุสิกพงศ์"

ขณะที่  นายวีระกานต์  มุสิกพงศ์   ระบุว่า  โดยส่วนตัวรู้สึกเสียใจเป็นธรรมดา   เพราะป๋าเป็นที่เคารพนับถือตั้งแต่แรก  แต่ก็ถือเป็นสัจธรรม ชีวิตเกิดขึ้น ดำรงอยู่ แล้วก็ดับไปเป็นธรรมดา  ก็ต้องทำใจว่าเป็นธรรมชาติ  ซึ่งส่วนตัวก็จะเดินทางไปฟังสวดศพด้วย

 

 

ส่วนข้อคำถามว่าจากเหตุการณ์ในอดีตมีโอกาสจะได้ขอขมาหรือไม่  นายวีระกานต์ กล่าวตอบว่า  เป็นเรื่องที่จะต้องพูดกันในโอกาสหลัง  เป็นเรื่องยาวต้องใช้เวลาอธิบาย ไม่สามารถพูดสั้นๆได้  แต่บอกได้ว่าวันนี้เสียใจอย่างสุดซึ้ง  ต้องอโหสิกรรมอยู่แล้ว  อะไรที่เป็นบทเรียนก็ต้องเก็บไว้ไม่ให้มันเกิดต่อไป

 

 

ทางด้าน นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ    ให้สัมภาษณ์ในประเด็นเดียวกันว่า   ในฐานะที่ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง  และด้วยวาระที่ท่านถึงแก่อสัญกรรม  ก็ต้องแสดงความเสียใจและแสดงความอาลัย   อย่างไรก็ตามโดยกระบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ของพวกเราที่ผ่านมา  เราพูดชัดมาตลอดว่าไม่ได้มีประเด็นส่วนตัวกับใคร เป็นเรื่องของหลักการและสถานการณ์ ซึ่งต้องแยกให้ชัดว่าเป็นมิติของการต่อสู้ทางการเมืองและหลักการประชาธิปไตย แต่ในทางส่วนตัวในวาระที่ท่านถึงแก่อสัญกรรม ประชาชนก็พึงจะต้องแสดงความอาลัยกับการสูญเสียครั้งสำคัญยิ่งในครั้งนี้

 

 

ฟังเสียง "ณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ"

ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : วีระกานต์ มุสิกพงศ์  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  จตุพร พรหมพันธุ์  นปช. 

ติดตามข่าวอื่นๆ