คุณป้าวัย 59 เข้าข่ายฐานเป็นผู้วางเพลิง

จากกรณีเหตุการณ์สุดระทึก หลัง ตำรวจ สน.บางนา ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ภายในซอย สุขุมวิท 103/2 เขตบางนา กทม. ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้า โซลูน่า สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน พษ 3696 กรุงเทพมหานคร มีเพลิงลุกท่วม เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำกว่า 30 นาที จึงควบคุมได้

 

 

ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อ คือ น.ส.จิราภรณ์ ใจเย็น อายุ 59 ปี ถูกนำตัวส่ง รพ.กล้วยน้ำไท ไปก่อนหน้านี้ สอบสวนทราบว่า #ผู้บาดเจ็บได้เดินทางมาหาสามีเก่า ที่เลิกลากันประมาณ 2-3 ปี เพื่อขอคืนดี แต่กลับมีปากเสียงกัน #ฝ่ายชายไม่ยินยอมคืนดีด้วย ก่อนคุณป้าท่านนี้จะเดินเข้าไปนั่งหงุดหงิดบนรถคันเกิดเหตุซึ่งเป็นของฝ่ายชายกระทั่งมีแสงเพลิงลุกขึ้นมาภายในรถ หลังจากนั้นผู้บาดเจ็บได้รีบวิ่งลงมาพร้อมเปลวเพลิงคลอกตามร่างกาย ชาวบ้านจึงรีบเข้าช่วยเหลือพร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่

 


ล่าสุดมีการโพสต์เพิ่มเติมความคืบหน้าไว้ว่า พนักงานสอบสวน สน.บางนา ชุดทำคดี ไฟไหม้รถเก๋งโซลูน่า เผยความคืบหน้า ผลสอบสวน คุณป้าจิราภรณ์ ใจเย็น อายุ 59 ปี ผู้บาดเจ็บ และ พยานแวดล้อม ซ.สุขุมวิท 103/2 ล่าสุดอาการของคุณป้า ยังน่าเป็นห่วง ซึ่งหมอ รพ.กล้วยน้ำไท เร่งให้การช่วยเหลือ แต่หากเปรียบเทียบกับอาการของผู้บาดเจ็บเพลิงไหม้ ยังถือว่าอยู่ในระดับฟื้นตัวได้ ส่วนคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างรอผลสรุปจากพิสูจน์หลักฐาน หากชัดเจนว่า คุณป้า จุดไฟเผารถของอดีตสามีจริงและตนเองสมัครใจเข้าไปนั่งอยู่บนรถ อาจเข้าข่ายฐาน #วางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งมีโทษสูงมาก ทั้งนี้คงต้องดูเจตจำนงค์ของผู้เสียหาย(เจ้าของรถ) ว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ยืนยันว่า คดีนี้ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย สำหรับคดีจุดไฟเผารถดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อ 23.00 น. คืนที่ผ่านมา หลังนางจิราภรณ์เดินทางมาพูดคุยกับอดีตสามีเรื่องความสัมพันธ์ แต่ตกลงกันไม่ได้ ก่อนเปิดประตูขังตัวเองในรถแล้วเกิดไฟไหม้ขึ้น

 

 

 

ขอขอบคุณ ภาพ/ข่าว ขอบคุณ : สถานีดับเพลิงบางนา / รถตระเวนข่าว V.2

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

เจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในวันน้ำท่วมขัง

วอนช่วยเหลือ น้องดรีม หนูน้อยชีวิตรันทด อยู่ตัวคนเดียวมานาน 5 ปี

ผัวจับเมียตัวเองรมควัน

สาวโพสต์เล่า หนุ่มแต่งตัวมอมแมม มาซื้อโทรศัพท์ที่ร้าน จ่ายสด ไม่ต่อราคา


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
นนทวรรณ บุญฑาทิพย์

ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ไฟไหม้ 

ติดตามข่าวอื่นๆ