พายุกระหน่ำ “ชวน หลีกภัย” บททดสอบการเมือง ในวัน ใบมีดโกน สิ้นมนต์ขลัง?

ชื่อของ “ชวน หลีกภัย” หรือ “นายหัวชวน” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในวัยย่าง 81 ปี กลับมาอยู่ในกระแสข่าวอีกครั้ง หลังจากมีข่าวสะพัดหนาหู เตรียมหวนคืนสู่ตำแหน่งประธานสภาอีกครั้ง  หลังจากห่างเหินไปนานกว่า 30ปี ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ จะเป็นเครื่องหมายแห่งการไว้เนื้อเชื้อใจ กาวสมานข้อขัดแย้ง ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคพลังประชารัฐ  หากร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาล แต่จะได้ตำแหน่งหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับบุญพาวาสนาส่งต้องรอลุ้นกันในวันที่25 พ.ค.ที่จะถึงนี้

แต่เรื่องที่”ชวน”ให้ปวดหัว คงนี้ไม่พ้นจากปฏิกิริยาตอบโต้ของคนในพรรคประชาธิปัตย์ ลุกฮือออกมาแสดงจุดยืน ตอบโต้ปะทะเดือดกับนายชวน  นับเป็นเรื่องที่ไม่ปกติของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะที่ผ่านมา นายชวนถูกยกให้เป็น “ผู้ใหญ่” มากด้วยบารี ที่บรรดาเหล่าสมาชิก-ส.ส.ใหญ่น้อยต่างให้ความเคารพนับถือ เกรงอก เกรงใจอย่างยิ่งยวด

 

 

ทั้งจากกรณีของนายพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตัวเต็งในการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคหลังพ้ายให้กับนายจุริทน์ ลักษณวิศิษฏ์ อย่างสูสีเมื่อพิจารณาจาก เสียงส.ส.ของพรรค 25 : 20 เสียง  โดยช่วงหนึ่งนายพีระพันธุ์ได้ เปิดเผยความในใจ บางช่วงระบุว่า....”เพิ่งประจักษ์ว่าผู้ใหญ่บางคนที่ผมเคยนับถือมานานเกือบ 30 ปี ที่เคยเชื่อว่าดี แท้จริงแล้วเป็นภาพลวงตา ใครไม่ยอมอยู่ในอาณัติหรืออยู่ฝ่ายตรงข้ามกันเมื่อใดก็ต้องกลายเป็นคนต้อถูกพิฆาต แผ่บารมีต่อต้านวาดภาพให้เป็นคนไม่ดี บารมีที่มากล้นที่ควรจะวางตัวเป็นกลางเพื่อสร้างเอกภาพกลายเป็นตัวตอกลิ่มให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น"

 

แม้นายพีระพันธุ์จะไม่ระบุชื่อว่าเป็นใคร แต่ในที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 21 พ.ค 62 ที่ผ่านมา ก็ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะคารมอย่างดุเดือด ซึ่งสำนักข่าวทีนิวส์ได้ระรายงานข่าวจาแหล่งข่าวระดับสูง ระบุว่า นายชวนได้กล่าวในทำนองว่า ที่นายพีระพันธุ์ โจมตีตนนั้น ตนได้รับกำลังใจกลับมาอย่างมากมาย ซึ่งนายพีระพันธ์ลุกกล่าวตอบว่า “ผมไม่กล่าวหาท่าน เว้นแต่ท่านมีพฤติกรรมตามที่ผมว่า”

 

 แต่ทว่าเรื่องไม่จบเพียงห้องประชุมเท่านั้น เมื่อนายชวนได้กล่าวให้สัมภาษณ์บาช่วง ว่า ส่วนตัวไม่มีปัญหากับนายพีระพันธุ์ และที่ผ่านมาตนพูดถึงปัญหาภายนอกที่เข้ามาแทรกแซง ซึ่งความจริงมีมาตั้งแต่สมัยเลือกหัวหน้าพรรคครั้งที่แล้ว ซึ่งวันนี้มีข่าวพยายามแทรกเข้ามาด้วยการใช้เงิน และสิ่งต่างๆ ซึ่งได้คุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ว่าจะปล่อยเรื่องนี้หรือ เราต้องควรหาทางพูดกันอย่างไร หรือไม่

 

“ท่านไม่เอ่ยชื่อ คนทั่วไปก็รู้ว่าหมายถึงใคร จึงขอเรียนว่าผมไม่ได้มีอะไรที่พูดพาดพิงคุณพีระพันธุ์เลย พูดถึงบุคคลภายนอกที่พยายามเข้ามาแทรกแซงด้วยเงิน เพื่อซื้อคนในพรรค”


และด้วยถ้อยคำเหล่านี้ของนายชวนที่แสนจะเชือดเฉียน เฉียบคมสมกับสมญานาม “ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง” แต่ครั้งนี้ใบมีดกลับสะท้อนมากรีดตัวเองเข้าอย่างจัง เพราะทันทีที่ถ้อยคำเหล่านั้นหลุดออกจากปากของนายชวน  ตามด้วยระลอกคลื่นลูกใหญ่พัดถลม ตามด้วยพายุซ้ำ

 

มีความเคลื่อนไหวจากด้านทางนายพีระพันธุ์อีกครั้ง โดบรอบนี้ออกมาระบุเหตุการณ์ระหว่างการประชุมพรรค ผมยังคงรักษาวิถีปฏิบัติที่ควรทำคือให้จบในที่ประชุม แต่เช้านี้กลับมีข่าวในทำนองว่าผมถูกประธานที่ปรึกษาเชือดบ้างถูกกรีดบ้างอะไรบ้าง ผมจึงต้องขออนุญาตเล่าความเป็นมาเป็นไปของการประชุมเมื่อวานว่าเป็นอย่างไรอีกครั้ง

 

 

“...เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและเพื่อความเป็นธรรมของตัวผมเอง ส่วนใครจะคิดเห็นอย่างไรไม่ว่ากัน

ผมขอเรียนว่าทันทีที่ประธานที่ปรึกษาพูดจบผมได้ลุกขึ้นพูดตอบทันที เป็นรายประเด็นอย่างชัดเจน ซึ่งไม่ขอลงรายละเอียด ขอให้เป็นเรื่องของการประชุมไป แต่ผมมั่นใจว่าสามารถชี้แจงทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด และนอกจากผมยังมีท่านอิสสระ สมชัย ที่ลุกขึ้นขอให้ประธานที่ปรึกษาชี้แจงในประเด็นที่ท่านพูดพาดพิงถึง ส.ส. อีสาน ประธานที่ปรึกษาได้พูดตอบในลักษณะขอโทษท่านอิสสระบอกว่าคิดว่าได้พูดไปแล้วว่าท่านหมายถึง ส.ส. จังหวัดหนึ่งและไม่ใช่ ปชป. ตามมาด้วยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ลุกขึ้นพูดถึงกรณีที่ถูกอดีต ส.ส. ท่านหนึ่งเขียนแสดงความคิดเห็นต่อว่าท่าน

ตามมาด้วยท่านถาวร เสนเนียม ที่ลุกขึ้นพูดว่าท่านเป็นผู้ใหญ่แล้ว เป็น ส.ส. มานาน เหตุใดท่านจะพูดจาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวไม่ได้ในขณะที่คนอื่นๆพูดได้ทำได้ หลังจากนั้นอดีตหัวหน้าพรรคท่านหนึ่งได้ลุกขึ้นพูดให้บรรยากาศคลายความตึงเครียดลง เสร็จแล้วประธานที่ปรึกษาก็เดินออกจากห้องประชุมไป ที่ประชุมก็ประชุมหารือกันในเรื่องอื่นๆจนปิดการประชุม

 

ก็เท่านี้เอง พูดกันแบบตรงไปตรงมาแบบสุภาพบุรุษแบบลูกผู้ชาย...”

 ( อ่านเพิ่มเติม  เดือดต่อเนื่อง! พีระพันธุ์ กรีด นายหัวชวน เล่าเหตุการณ์ขณะประชุมพรรค บรรดาส.ส.ลุกขึ้นตอบโต้! )

 

อีกทั้งการที่นายชวนได้กล่าวพาดพิงถึงการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคครั้งก่อนหน้านี้ ว่ามีการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก เกิดขึ้น นั้นเป็นผลให้ นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม  อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต้องออกมาปกป้องตนเอง ยืนยันไม่มีการแทรกแซงแต่อย่างใด มีเพียงเป้าหมายต้องการให้พรรคมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังรู้สึกเสียใจกับถ้อยคำของนายชวน    

 

 

 “พวกผมได้รับการปลูกฝังมาตลอดว่าพรรคประชาธิปัตย์คือบ้านของพวกเรา ไม่มีใครเป็นเจ้าของ จนวันนี้ผมไม่แน่ใจแล้วว่าพวกผมคือเจ้าของหรือเป็นเพียงผู้ขออยู่อาศัย เพราะเมื่อพวกผมมีความเห็นไม่ตรงกับผู้มีอำนาจ อยากทำพรรคให้ดีขึ้น ก็จะมีคนออกมาให้ร้ายว่าจะมายึดพรรค บางครั้งก็ส่งคนมาไล่ หรือว่าที่ผ่านมาพวกผมเข้าใจผิดไปเอง”

 

( อ่านเพิ่มเติม ปชป.ระอุ!! “หมอวรงค์” กรีด “นายหัวชวน" ยันไร้การแทรกแซง ซัดเมื่อเห็นไม่ตรงกับผู้มีอำนาจ จะมีคนออกมาให้ร้าย )

 

ต้องย้ำว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นบ่อยๆ สำหรับชายมากบารี แห่งค่ายแม่พระธรณีบีบมวยผมและนี่อาจจะเป็นบททดสอบหนึ่งในช่วงบั่นปลายชีวิตการเมือง “ชวน หลีกภัย”

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ประชาธิปัตย์ชัดร่วมพลังประชารัฐ แต่จะกลายเป็นประเด็นปัญหาพรรคร่วมหรือไม่โปรดติดตาม

โอ๊คถึงเวลาแล้ว!ศาลนัดพิพากษาคดีฟอกเงินปล่อยกู้กรุงไทย

พายุกระหน่ำ “ชวน หลีกภัย” บททดสอบการเมือง ในวัน ใบมีดโกน สิ้นมนต์ขลัง?

มิ่งขวัญลั่น6ส.ส.รักษาสัญญาเทิดทูนสถาบันหลังลาออกหน.พรรค


ติดตามข่าวสารทาง Line



ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
วิลาสินี แววคุ้ม

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ชวน หลีกภัย  ประชาธิปัตย์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ