น้องวี นิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ ทำงานวันสุดท้าย

หลังจากทำชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงฮือฮากันหนักมาก เมื่อได้ทราบว่าน้องวี หนุ่มรปภ. วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่นั้น มีดีกรีเป็นถึงว่าที่นิสิต คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งบอกเลยว่าเจ้าตัวนั้นขยันหาเงินส่งตัวเองเรียนตั้งแต่เรียนชั้น ม.ปลาย และยังหาเงินส่งเสียทางบ้านอีกด้วย

จากการสอบถามน้องวี ทราบว่า "เป็นลูกคนเดียว เรียนจบจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม จังหวัดน่านและเป็นนักเรียนทุนมูลนิธิโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ก่อนจะทำตามความฝันไปสอบ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสอบติดได้ในที่สุด ซึ่งวันที่ทราบผลสอบรู้สึกดีใจจนน้ำตาซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัวที่ทำตามความฝันได้สำเร็จอีกขั้นหนึ่งหลังจากที่ทุ่มเท"


ต่อมาน้องวี ได้เปิดเผยถึงเรื่องราวของตนเอง หลังจากได้รับเสียงชื่นชมเป็นจำนวนมาก เล่าว่า ก่อนหน้านี้เรียนหนังสือระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ระหว่างเรียนหนังสือได้ตั้งใจอ่านหนังสือและทบทวนความรู้มาตลอด เพราะมีความฝันอยากเป็นสัตวแพทย์ กระทั่งถึง ม.6 ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัย เลือกคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

หลังจากสอบเสร็จและปิดเทอม ช่วงที่รอผลสอบ ก็ได้มาสมัครทำงานเป็น รปภ.กับบริษัทชัยภูมิโปรการ์ด เพื่อหารายได้ในช่วงปิดเทอมเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว และไม่อายที่มาทำงานเป็นรปภ.เพราะเป็นงานสุจริต มีรายได้ และเป็นอาชีพที่มีเกียรติไม่น้อยไปกว่าอาชีพอื่น โดยทำมาตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งทราบว่าสอบติดทั้งสองคณะตามที่ตั้งใจ แต่ตัดสินใจเลือกคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะฝันอยากเป็นหมอมาตั้งแต่เด็กๆ

 

สำหรับผลสอบที่ได้มาเป็นเพราะความขยันและตั้งใจอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอมาตลอดช่วง ม.ปลาย โดยใช้ความใฝ่ฝันมาเป็นแรงผลักดัน ส่วนเรื่องงาน รปภ.จะทำถึงวันที่ 17 พ.ค. เป็นวันสุดท้าย ก่อนที่จะเดินทางกลับไปหาแม่และครอบครัวที่จังหวัดน่าน จากนั้นจะเดินทางไปรายงานตัวและร่วมกิจกรรมรับน้องกับมหาวิทยาลัยในวันที่ 21 พ.ค. ก่อนจะเตรียมตัวเปิดเทอมในช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้ โดยตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด

 

ในอนาคตตั้งใจว่าอยากทำงานเป็นสัตวแพทย์ในโรงพยาบาลรัฐ ก่อนจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์เปิดคลินิก และ สำคัญที่สุดก็คือตั้งใจดูแลแม่และครอบครัวให้ดีที่สุด เพราะที่ผ่านมาแม่ที่ทำงานรับจ้างทั่วไป ลำบากมามากแล้ว 

 

 


อ่านข่าว : กตัญญูมากๆ เปิดใจ "น้องวี" นิสิตสัตวแพทย์ จุฬาฯ เล่าเบื้องหลังทำอาชีพรปภ. สัญญาทุ่มเทเรียนหนังสือ สร้างอนาคตให้แม่สุขสบาย
 


สำหรับในวันนี้จะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของน้องวี เนื่องจากเจ้าตัวได้ยื่นใบลาออกล่วงหน้า 1 เดือนไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทราบข่าวว่าตัวเองสอบได้ที่คณะสัตว์แพทย์ศาสตร์ ทางหัวหน้างานและเพื่อนๆ ร่วมงานก็ยินดีกับความสำเร็จของน้องวี และภาคภูมิใจแทนน้อง พร้อมยกย่องให้เป็นต้นแบบของคนสู้ชีวิต ไม่เกี่ยงงานไม่ว่าจะทำอาชีพไหน

 


ล่าสุดน้องวี ได้เปิดใจเล่าว่า แม้จะเป็นการทำงานวันสุดท้าย แต่ก็ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในอาชีพรปภ. แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 2 เดือนกว่าเท่านั้น แอบรู้สึกใจหายที่จะต้องมาทำงานเป็นวันสุดท้าย เนื่องจากถือเป็นอาชีพแรกในชีวิตที่ตัวเองได้ทำงานอย่างเต็มตัวและตั้งใจ ได้คอยให้บริการผู้คน-นักท่องเที่ยว และมีเพื่อนร่วมงานที่ดีมีความสุขกับการทำงานทุกวัน จนถึงวันสุดท้าย

 

 

 

หลังจากเรื่องราวของตัวเองกลายเป็นข่าว ก็พบว่ามีผู้คนเข้ามาชื่นชมและให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก บางคนมาขอถ่ายภาพด้วย ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกันมา ทำให้ทำให้ตนรู้สึกเขินอายบ้าง แต่ก็ขอบคุณและทำให้เกิดความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นแบบอย่างของรุ่นน้องในการประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะมีฐานะไหนก็ตาม

 

 

ส่วนเรื่องของการรับทุนการศึกษานั้น ตนอยากขอชี้แจงให้เข้าใจว่า ทุนที่ตนจะได้รับนั้น มี 2 ทุนที่ตนสามารถรับได้ โดยทุนหลักที่ต้องได้รับคือ ทุนจุฬาฯ ชนบท ประเภท ก. ซึ่งจะให้ทุนทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าชุดนิสิตนักศึกษา ค่าเทอม ค่าพยาบาล และหอพัก ถือเป็นทุนหลัก

 

โดยตนเองได้รับมานั้นเพราะผลคะแนนสอบที่ยื่นสมัครในมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่ง จนได้รับ ซึ่งทุนนี้จะต้องผ่านเกณฑ์ ในการสอบเข้าด้วยคะแนนที่ทำได้ด้วยจึงจะได้สิทธิ์ในการรับทุนนี้ในการศึกษาต่อ

 

ส่วนอีกทุนเป็นทุนของมูลนิธิโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งจะเป็นทุนที่จะช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่างเต็มจำนวน รวมไปถึงเรื่องของภาระค่าช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อย่าง ค่าอุปกรณ์การเรียน หรือค่าทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งตรงนี้จะต้องไปพูดคุยดูกฏระเบียบว่าสามารถรับพร้อมกันทั้ง 2 ทุนได้หรือไม่ หากได้ทุนหลังก็จะมาช่วยเสริมเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเรียนเพิ่มเติม

 

 

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้จะเป็นวันทำงานวันสุดท้าย หลังจากนี้จะเดินทางกลับไปที่บ้านในอำเภอท่าวังผา เพื่อเตรียมตัวและไปรับแม่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยกัน โดยมีกำหนดเข้าค่ายปรับระดับของคณะ ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ โดยทั้งหมดก็จะใช้เงินจากการที่มาทำงานเป็น รปภ. และถือเป็นการแบ่งเบาภาระของแม่ไปด้วย
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : คนขยัน  เด็กขยัน  รักแม่  เด็กดี  สู้ชีวิต  รปภ.  ยอดกตัญญู  นักศึกษา 

ติดตามข่าวอื่นๆ