กรมขนส่งดีเดย์ 1ก.ค.นี้มีมาตรการใหม่บังคับจ่ายค่าปรับ

จากกรณีที่นายศราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการนโยบายและแผนการจราจรและขนส่ง(สนข.) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนคบาล(รองผบช.น.) ดูแลงานจราจร การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กรมทางหลวง (ทล.)และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
 

โดยหลังจากประชุมเสร็จ พล.ต.ต.จิรสันต์ ได้กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า "ในที่ประชุมได้มีการติดตามความคืบหน้าในการเชื่อมระบบอายัดการชำระภาษีประจำชั่วคราว (ต่อทะเบียนรถ) ในกรณีที่ประชาชนยังมีการค้างชำระค่าปรับในข้อหาที่กระทำความเกี่ยวกับกฎหมายจราจร ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)และกรมการขนส่งทางบกได้ทำการเชื่อมต่อกันเสร็จแล้วแต่ยังมีบางกรณีที่ต้องหารือกันระหว่างสองหน่วยงานดังนั้นจากการประชุมล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย.62 ที่ผ่านมา" 

 

 

"จึงตกลงกันว่าจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลแบบระบบออฟไลน์ก่อนเพื่อดำเนินการอายัดการชำระภาษีเป็นการชั่วคราวสำหรับผู้ที่ยังมีใบสั่งค้างจ่ายให้เริ่มดำเนินการอายัดการชำระภาษีชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1ก.ค. 62 นี้เป็นต้นไปและให้เริ่มดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อนล่วงหน้าในเดือน มิ.ย. ตลอดทั้งเดือนว่าเจ้าหน้าที่สามารถตรวจเช็คการค้างชำระค่าปรับจะเริ่มใช้ระบบการอายัดชำระภาษีสำหรับกรณีที่ค้างจ่ายค่าปรับ รวมทั้งหากประชาชนมีความประสงค์จะจ่ายค่าปรับที่สำนักงานขนส่งฯ ก่อนที่บังคับใช้วันวันที่ 1 ก.ค.นี้"

 

ทั้งนี้ ด้านพ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง (ในฐานะคณะทำงานแก้ไขกฎหมายจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ได้กล่าวว่า "สำหรับการเชื่อมต่อระบบแบบออฟไลน์นั้นจะดำเนินการเมื่อเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบกรับชำระค่าปรับกับผู้ที่มีใบสั่งค้างจ่าย ซึ่งจะเก็บข้อมูลเป็นรายสัปดาห์ ก่อนที่จะนำส่งแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พร้อมเงินค่าปรับ การทำงานจะไม่ใช่แบบเรียลไทม์เหมือนระบบออนไลน์" 

 


"ส่วนด้านการปฏิเสธใบสั่งในกรณีที่ประชาชนเห็นว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดทางสตช.จะทำแบบฟอร์มและนำไปวางที่กรมขนส่งฯทั่งประเทศเพื่อให้ประชาชนได้ดำเนินการเขียนคำร้องและส่งไปรษณีย์แบบตอบกลับไปยังสถานีตำรวจที่ออกใบสั่งตามที่กฎหมายพร้อมทั้งทำการแนบหลักฐาน อาทิเช่น สำเนาใบสั่ง รูปถ่ายรถ และเล่มทะเบียนเพื่อยืนยันความบริสุทธิและให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทะเบียน หรือประชาชนคนใดนสวมป้ายทะเบียนก็สามารถนำหลักฐานมาชี้แจงได้" 

 


"กรณีต้องการตรวจสอบว่าตัวเองไม่ได้ขับขี่ผิดกฎหมายตามใบสั่งนี้ ประชาชนสามารถชำระภาษีประจำปีไปก่อน โดยทางเจ้าหน้าที่ของกรมขนส่งฯจะออกสำเนาเอกสารสำหรับการใช้แทนป้ายวงกลมเป็นการชั่วคราว 30 วัน หลังจากนั้นเมื่อไปตรวจสอบและทำการชำระค่าปรับที่โรงพักที่ออกใบสั่งแล้ว ก็ให้นำหลักฐานการชำระค่าปรับกลับมาขอรับป้ายภาษีตัวจริงอีกครั้งและยังได้มีการหารือถึงการเพิ่มช่องทางให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลใบสั่งค้างจ่ายได้ก่อนที่จะเดินทางมาชำระต่อภาษีประจำปีซึ่งในขณะนี้สตช.และธนาคารกรุงไทยอยู่ระหว่างการจัดทำเว็ปไซต์เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ก่อนซึ่งจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ก.ค.นี้เช่นกัน"

 

 

นอกจากนี้ จากข้อมูลสถิติการออกใบสั่งของเจ้าหน้าาที่ตำรวจทั้งประเทศ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 62 จนถึงปัจจุบัน มีการออกใบสั่งจราจรรวม 6,259,727 ใบ เป็นใบสั่งที่จัดส่งทางไปรษณีย์ หรือจับโดยกล้อง รวม 5,386,986 ใบ ใบสั่งที่เจ้าหน้าที่เขียน 872,741 ใบ โดยมีผู้มาชำระค่าปรับทั้งหมดเพียง 887,392 ราย คิดเป็นร้อยละ 16.52 เท่านั้น ยังไม่มาชำระค่าปรับจราจรอีกกว่า 5,372,335 ราย โดยแบ่งเป็นค้างค่าปรับใบสั่งที่จัดส่งทางไปรษณีย์ 4,557,986 ใบ และใบสั่งที่เจ้าหน้าที่เขียน 814,349 ใบ

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
อุรัสยา มีมะแม

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : ต่อทะเบียน  อายัด  กรมการขนส่ง  ใบสั่ง  รถยนต์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ