พระอิริยาบถตรึงใจ!! สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ สะพานเชื่อม คนรุ่นใหม่ กับ สถาบันพระมหากษัตริย์ เจ้าหญิงแห่งวงการแฟชั่น และการกีฬา

ตรึงตาตรึงใจและยิ่งใหญ่สมพระเกียรติกับงานพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกในหลวงรัชกาลที่ 10 ของชาวไทยทุกหมู่เหล่า อันนำมาซึ่งความปลื้มปิติ และประทับใจยิ่ง ภายหลังปรากฏภาพของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ให้ชาวไทยทุกคนได้สัมผัสถึงความรักสมัครสมานกลมเกลียวและสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่มีต่อกัน

ทั้งยังแฝงด้วยความอบอุ่นอิ่มเอมใจ โดยเฉพาะภาพพระอิริยาบถการแสดงออกของ สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ อันสะท้อนให้ประจักษ์ถึงพระราชอารมณ์ขัน และความเป็นกันเอง ผสมผสานความร่วมสมัยให้ผสกนิกรชาวไทยได้สัมผัสถึงระยะห่างระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนที่มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น

 

 

กรณีดังกล่าวได้รับความสนใจเมื่อบุคคลสาธารณะท่านหนึ่งได้โพสต์แสดงความเห็นระบุถึง งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อ นิติพงษ์ ห่อนาค หรือ พี่ดี้  ศิลปินนักแต่งเพลงชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีการนำภาพที่สร้างความประทับใจคนไทยจากเหตุการณ์2เหตุการณ์มาโพสต์ข้อความด้วยความรักซาบซึ้งใจในการเปลี่ยนแปลงของสถาบันที่ได้มีการปรับโดยธรรมชาติว่า

 

ภาพนี้คนที่นำสองรูปนี้มาเปรียบกัน ช่างมีอารมณ์ละไมนัก สถาบันกษัตริย์ของไทย ได้มีการปรับโดยธรรมชาติ ด้วยวันเวลาและยุคสมัยมาตลอด จากเมื่อหลายร้อยปีก่อน ต้องหมอบคลานเข่าอย่างเดียว ก้มหน้าก้มตาเข้าเฝ้า ห้ามบังอาจเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ สบพระเนตรเป็นอันขาด จะพูดจะจาอะไรกับพระเจ้าแผ่นดิน ถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นเรื่องดีหรืออาจไม่เป็นที่พอพระทัย ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่าพระอาญาไม่พ้นเกล้า เพราะพูดกันไปเองในหมู่ไพร่ฟ้าว่า พระเจ้าแผ่นดินสั่งตัดหัวเจ็ดชั่วโคตรได้

 

 

ในสมัยก่อนนู้นพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ทั้งรัก ทั้งกลัว ทั้งเกรง พระเจ้าแผ่นดินแม้จะยังไม่รู้จักด้วยซ้ำว่า พระเจ้าแผ่นดินพระองค์จริงนั้นพระพักตร์เป็นอย่างไร แค่ได้ยินพระนาม ก็ยกมือท่วมหัวทั้งรักทั้งกลัว วันเวลาผ่านไปเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมีการถ่ายรูป การได้ยินข่าวคราวของเจ้าเหนือหัว ก็มีมากขึ้น ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ห้ามา ข้าแผ่นดินเริ่มรู้จักเจ้าแผ่นดินมากขึ้น มากพอที่จะรัก แบบที่กลัวน้อยลงรู้สึกมีที่พึ่ง แต่ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปโดยธรรมชาติ จนมาถึงสองแผ่นดินนี้ คำว่า จงรักภักดี เริ่มเปลี่ยนสีสัน

พสกนิกรรักในหลวง เหมือนญาติผู้ใหญ่รักพระบรมวงศานุวงศ์ เหมือนเป็นพี่ เป็นน้อง แต่ความเคารพบูชาในใจไม่เคยเปลี่ยน เคารพเพราะรู้สึกได้ว่านี่แหละที่พึ่งพิง ไม่กลัวเจ้านายแบบเดิม ๆ อีกแล้ว เพราะรู้ว่าท่านไม่ได้ใจร้ายให้ต้องกลัว ถึงยุคนี้มีความรู้สึกของอาณาประชาราษฎร์ที่เกิดขึ้นใหม่กับสถาบันฯ

นอกจากคำว่า "ทรงพระเจริญ" แล้ว นอกจากคำว่า "จงรักภักดี" แล้ว ยังมีอีกหลายคำจากหัวใจแต่กลัวว่าจะมิบังควรแต่ในที่สุด ธรรมชาติก็จะเปลี่ยนแปลงเอง "ทรงพระน่ารัก" ทรงพระตลก" กระทั่ง "ทรงอึดจัง" หรือ "สงสารพระองค์ท่านจัง"

 

 

นี่คือการพร้อมใจกันจงรักภักดีแบบไฮบริด คือทั้งรัก รักแบบตายแทนได้เหมือนเมื่อร้อยกว่าปีก่อน แต่ไม่ได้กลัวตัวสั่นอีกแล้ว เพราะไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องกลัวเจ้าเหนือหัวผู้ทรงมีเมตตาต่อพวกเราตลอดเวลา และเป็นยุคใหม่ที่ พสกนิกรที่เคยเอาแต่ขอเดชะบารมีปกเกล้าให้คุ้มภัยตน จะเปลี่ยนมาเป็นพสกนิกร ที่ปกป้อง ให้กำลังใจ ให้กับองค์สมมติเทพที่แท้จริงแล้วคือมนุษย์มีเลือดเนื้อ

ท่านหิว ท่านเหนื่อย ท่านง่วง ท่านมีผิดพลาด ท่านเหาะไม่ได้ ฯลฯแล้วท่านก็ทรงมีโอรส ธิดา ที่เป็นมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ แต่เป็นคนยุคใหม่ตามเวลา ซึ่งนั่นแหละ จะเป็นที่มาของการเปลี่ยนแปลงแบบธรรมชาติ เมื่อเจ้านาย ยังมีภาระใหญ่หลวงเท่าเดิมเท่ารัชกาลก่อนหน้า คือการดูแลอาณาประชาราษฎร แต่ต้องปรับพระองค์ให้ใกล้ชิดราษฎรมากขึ้น โอรส ธิดา จะทรงทำหน้าที่นี้เองโดยธรรมชาติ 

 


 

 

ยุคนี้สถาบันกษัตริย์ จักแข็งแรงยิ่งขึ้นกว่าที่ผ่านมา จะผนึกแน่นกับความรู้สึกของลุงป้าน้าอาพี่น้องในความเป็นไทย มีคนเล่าว่าในขบวนเสด็จเลียบพระนครเดิมมีการสั่งการมิให้ประชาชนถ่ายรูปในหลวง เพราะเป็นการมิควร แต่ด้วยยุคที่มีกล้องกันทุกคนในกระเป๋า เจ้าหน้าที่มิอาจห้ามความรักของพสกนิกรได้ นั่นไงรักในหลวง รู้ว่าในหลวงใจดี อยากถ่ายรูปในหลวงสักครั้งในชีวิต


ความรักมีพลังยิ่งใหญ่กว่าความกลัว ความศรัทธามีพลังยิ่งใหญ่กว่าความเกรง เมื่อรักและศรัทธาก็จะกลายเป็นพลังที่พสกนิกรจะปกป้องเจ้านายได้
เจ้านายเหนื่อยปกป้องเกล้าป้องกระหม่อมพวกเรามานานแล้ว ให้ท่านได้เป็นธรรมชาติ น่ารัก น่าเอ็นดู บ้างดีไหม ดูรูปนี้แล้ว รู้สึกเอ็นดูพระเทพฯไหมที่ถูกดุ รู้สึกน่ารักไหม ที่ท่านหญิงฯ ยังทรงเฮ้ว จนเสด็จพ่อทรงขำ ถ้ารู้สึกเหมือนกัน ถูกแล้ว เธอเป็นพสกนิกรไทยใจดี 

 

 

และนี่เป็นข้อเขียนของพี่ดี้ ที่ทำให้ผู้อ่านได้ฉุกคิดว่าการแสดงออกของสมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ประหนึ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสถาบันฯและประชาชน ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งยังพระปรีชาสามารถอันโดดเด่นและหลากหลาย โดยเฉพาะด้านการออกแบบแฟชั่นและเครื่องประดับ ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยทรงออกแบบภายใต้แบรนด์ 'SIRIVANNAVARI'และ S'Home

ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายของทั้งสตรีและบุรุษ มีการนำไปออกงานนิทรรศการระดับโลกอยู่หลายครั้ง และด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์จึงได้รับคำชื่นชมโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังในทุกๆครั้ง

 

 

ไม่เพียงเท่านี้ พระองค์ยังทรงออกแบบชุดให้กับ เดมี ลีห์ เนล ปีเตอร์  มิสยูนิเวิร์ส 2017 และ โศภิดา กาญจนรินทร์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2018 จนได้รับเสียงชื่นชมจาก นิตยสาร Grazia ของประเทศอังกฤษ ที่จัดอันดับให้พระองค์อยู่อันดับ 1 ของเจ้าหญิงที่มีสไตล์มากที่สุดในโลก จนได้รับการขนานนามว่า 'เจ้าหญิงแฟชั่น' อีกทั้งพระองค์ยังทรงเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาปริญญาเอก คณะศิลปศาสตร์ที่จุฬาฯ อีกด้วย

 

พระองค์ยังทรงมีอัจริยภาพด้านกีฬาแบดมินตันและกีฬาขี่ม้า โดยเฉพาะกีฬาขี่ม้า พระองค์ทรงคว้าแชมป์ประเภท Dressage ในรายการไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิป คิงส์คัพ 2012 ที่สำคัญพระองค์ทรงเป็นคนไทยคนแรกที่จบหลักสูตรขี่ม้าจากประเทศฝรั่งเศส และพระองค์ยังเคยคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ทั้งนี้สมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยจึงได้ถวายรางวัล Best Achievement Award ให้แก่พระองค์

 

 


นับเป็นบุญวาสนาของชนชาวไทยอย่างแท้จริง ที่มีสมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯผู้ทรงเป็นคนรุ่นใหม่ที่ควรแก่การเป็นแบบอย่างประหนึ่งหลักชัยส่องแสงสว่างสกาวพราวดุจดาวในนภา ให้ประชาชนได้ประจักษ์ว่า ภายใต้ร่มเงาของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แผ่ทอดทั่วผืนแผ่นดินไทย พระองค์ทรงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมศรัทธายึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ก้าวทันโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงโพสต์ภาพเซลฟี่ร่วมเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนฯและพระอนุชา
-สมเด็จพระเทพฯนำพระบรมวงศานุวงศ์ถวายสัตย์ จงรักภักดี
-สมเด็จพระเทพฯตรัสอากาศเปลี่ยน รับสั่งไม่มักง่ายทิ้งขยะ เคยต้องเดินเก็บเอง
-สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯทรงเป็นสักขีพยาน ราชาภิเษกสมรส
-สมเด็จพระราชินีสุทิดา ทรงกราบพระบาทสมเด็จพระเทพฯ ฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ

 


ติดตามข่าวสารทาง Line



เรียบเรียงโดย
ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ 

ติดตามข่าวอื่นๆ