เจาะไทม์ไลน์ผลลต.อลม่าน ใครผิด-ใครพลาด? ดอกไม้และกกต.นครปฐม

ผ่านการกาบัตรเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศไปกว่าเดือนแล้ว แต่ดูเหมือนว่ายังมีควันหลงตามมาแบบไม่จบไม่สิ้น!!! เหตุที่ยังชุลมุน สับสนอลม่านสาเหตุหนึ่งต้องยอมรับด้วยว่ามาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.นั่นเอง อาจเป็นเพราะกรรมการยังใหม่กับงานดังกล่าว รวมทั้งก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อยเมื่อต้องมาทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีทั้งข้อดีและบางอย่างก็สร้างความไม่ชัดเจนให้กับกรรมการ ซึ่งในขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับกลุ่ม ก๊วนฝ่ายการเมืองแต่ละฝ่ายด้วยแล้ว ยิ่งทำให้กกต.แทบตั้งหลักไม่ติด ล่าสุดกับเหตุการณ์ที่นครปฐม ก็เป็นสิ่งสะท้อนได้อย่างแจ่มชัดว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากกกต.ด้วย เช่นนี้จึงยิ่งทำให้ดูเหมือนว่า กกต.จะได้รับก้อนอิฐมากกว่าดอกไม้ ???

 

ก่อนอื่นเรามาย้อนที่มาที่ไปถึงปฐมเหตุแห่งความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอันเนื่องด้วยสาเหตุใด ซึ่งพบว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 9 เม.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง  นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วย น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1 นครปฐม ได้เข้ายื่นหนังสือถึง กกต. โดยขอให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม เนื่องจากพบว่าคะแนนที่ประกาศอย่างไม่เป็นทางการอาจมีความผิดพลาด

 

สำหรับ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม ประกอบด้วย  อำเภอเมืองนครปฐม : ตำบลพระปฐมเจดีย์, ตำบลบางแขม, ตำบลพระประโทน, ตำบลสนามจันทร์, ตำบลบ่อพลับ, ตำบลนครปฐม, ตำบลวังตะกู, ตำบลหนองปากโลง, ตำบลหนองดินแดง, ตำบลวังเย็น, ตำบลโพรงมะเดื่อ, ตำบลลำพยา, ตำบลสระกะเทียม, ตำบลสวนป่าน, ตำบลห้วยจระเข้   มี 245 หน่วยเลือกตั้งขณะที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 148,726 คน และมีผู้มาแสดงตนใช้สิทธิเลือกตั้ง 112,183 คน

 

 

 


 

โดยน.ส.สาวิกา กล่าวว่า ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนั้น ตนได้รับคะแนน 35,615 คะแนน เป็นลำดับที่ 2 ส่วนลำดับที่ 1 ผู้สมัครส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ 35,762 คะแนน ห่างกัน 147 คะแนน ซึ่งระหว่างที่มีการนับคะแนนในช่วงกลางคือ เกิดเหตุระบบล่ม และยุติการนับที่หน่วยเลือกตั้งที่ 12 ต.นครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม

 

น.ส.สาวิกา กล่าวต่อว่า ประกอบกับที่หน่วยดังกล่าว ระหว่างการขานคะแนน ผู้สังเกตการณ์ไม่สามารถเห็นการขานคะแนน และบอร์ดที่เขียนคะแนนได้ชัด ประกอบกับหลายหน่วยเลือกตั้งหลังปิดหีบมีการรวมคะแนนแบบขีดคะแนนไม่ตรงกับการรายงานผลการนับคะแนน รวมทั้งระบุว่าผู้สังเกตการณ์ของพรรคได้รายงานว่าในวันเลือกตั้ง 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ในเขตเลือกตั้งที่ 1 พบว่าที่หีบบัตรเลือกตั้งไม่มีสายรัดระหว่างฝากับตัวหีบ และที่ผ่านมา ตนได้เคยไปยื่นต่อ ผอ.เขต 1 นครปฐม เพื่อขอตรวจสอบคะแนน แต่ ผอ.เขต ระบุว่าเป็นความลับ ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ภายหลัง กกต.กลางก็ได้แจ้งว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน ต่อมาตนจึงได้รับผลคะแนนมาตรวจสอบ จึงพบว่า คะแนนของตนพลิกกลับมานำ 151 คะแนนเป็นที่หนึ่ง ดังนั้นจึงขอให้ กกต.นับคะแนนใหม่เพื่อความยุติธรรมด้วย

 

 

ขณะที่ นายรณวิต กล่าวด้วยว่า ขอทวงถามในสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยข้อมูลการเลือกตั้งรายหน่วยทั้งหมดให้สาธารณชนทราบ เพื่อความบริสุทธิ์ใจในฐานะองค์กรอิสระ ให้ประชาชนตรวจสอบได้

 

กระทั่งทำให้ วันที่ 28 เม.ย. คณะกรรมการการเลือกตั้ง  จึงจัดให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง เขต 1 นครปฐมใหม่ ทั้ง 245 หน่วยเลือกตั้ง หลังพรรคอนาคตใหม่ ยื่นร้องเรียนว่าผลการนับคะแนนไม่ตรงกับคะแนนที่รวมเองรายหน่วย โดยผลจากที่ กกต.ประกาศเมื่อ 28 มี.ค. พันโทสินธพ แก้วพิจิตร จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 35,762 คะแนน ชนะ น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ จากพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 35,615 คะแนน ไป 147 คะแนน

 

ต่อมาเวลา 20.40 น. ของวันที่ 28 เม.ย. นายฉัตรไชย จันทรํพรายศรี กกต. เปิดเผยว่า ผลการรวมคะแนนจากทุกหน่วย ผู้สมัครจากพรรคอนาคตใหม่ เป็นฝ่ายกลับมาชนะที่ 62 คะแนน จากนั้นเวลาประมาณ 21.30 น. มีการแจ้งผลคะแนนตามหลังมา โดย อันดับ 1 น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ (อนาคตใหม่) 35,707 คะแนน (เพิ่มขึ้น 92 คะแนน)  อันดับ 2 พันโทสินธพ แก้วพิจิตร (ประชาธิปัตย์) 35,645 คะแนน (ลดลง 117 คะแนน)  อันดับ 3 นายธนกร เชาวนเมธา (พลังประชารัฐ) 20,387 คะแนน (เพิ่มขึ้น 32 คะแนน)

 

ขณะที่ช่วงเวลาก่อนหน้านั้นคือประมาณ 19.45 น. นายสาธิต ปิตุเตชะ รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้นำ พันโทสินธพ และสมาชิกพรรค ประกาศชัยชนะโดยระบุว่า เมื่อรวมคะแนนที่นับใหม่จากทุกหน่วยเอง เป็นฝ่ายชนะไป 4 คะแนน แต่เมื่อกกต.ประกาศว่า พรรคอนาคตใหม่เป็นฝ่ายกลับมาชนะ 62 คะแนน นายสาธิต จึงได้กลับไปรวมคะแนนเองอีกครั้งแล้วยังยืนยันว่า พันโท สินธพ เป็นฝ่าย 4 คะแนน

 

และเมื่อข้ามมาอีกวัน คือวันที่ 29 เม.ย. ช่วงบ่ายสองโมง นายสามารถ นาคสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดนครปฐม เป็นประธานแถลงเหตุความผิดพลาดของประกาศผลการนับคะแนนเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจาก กกต.ส่วนกลาง 2 คน ร่วมสังเกตการณ์ ผู้แทนจากผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม และนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการสรรหาพรรคอนาคตใหม่และว่าที่ ส.ส.ปาตีริส พรรคอนาคตใหม่  

 

 

ทั้งนี้นายสามารถ เปิดเผยว่า มีเหตุความผิดพลาดเกิดขึ้นจริง เนื่องจากผลที่ส่งไปรวมคะแนน ไม่ตรงกับหมายเลขของผู้ที่ได้คะแนนจริง โดยเหตุเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 25 เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม หลังการนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้ง คณะกรรมการจะต้องบันทึกเป็น 3 ส่วน ส่งเข้าเก็บในหีบบัตร ส่งไปติดประกาศ และส่งไปรวมคะแนนเพื่อประกาศต่อสาธารณะชน ปรากฏว่า ในส่วนที่ส่งไปรวมคะแนน มีการบันทึกผิดหมายเลขของผู้สมัคร จากผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 66 คะแนน กลับส่งคะแนนไปรวมในผู้สมัครหมายเลข 1 พรรคประชาภิวัฒน์ จึงทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์หายไป 66 คะแนน ทำให้คะแนนของผู้สมัครหมายหมายเลข 9 พรรคอนาคตใหม่ชนะไป 62 คะแนน

 

“เมื่อนำคะแนนของหมายเลข 2 กลับมารวมทั้งหมด ปรากฏว่า พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ ชนะ น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรคอนาคตใหม่ 4 คะแนน สรุปคะแนนรวมทั้งหมด เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดนครปฐม พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 35,711 คะแนน น.ส.สาวิกา ลิมปะสุวัณณะ ผู้สมัครหมายเลข 9 จากพรรคอนาคตใหม่ ได้ 35,707 คะแนน” นายสามารถ กล่าว

 

ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า หลังจาก น.ส.สาวิกา พบความผิดพลาดในการรวมคะแนนเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง  จากเดิมที่ กกต. ประกาศให้ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ ชนะผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ 147 คะแนน แต่เมื่อ น.ส.สาวิกา นำคะแนนที่ได้จาก กกต. รายหน่วยมาตรวจสอบใหม่ กลับพบว่าคะแนนอนาคตใหม่ชนะประชาธิปัตย์ 4 คะแนน ทำให้ กกต.มีมติให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งเขต เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา

 

 

ผลคะแนนของเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม ถือเป็นกรณีที่มีปัญหาอย่างมาก โดยมีการแสดงคะแนนเปลี่ยนไปมาถึง 5 ครั้ง ได้แก่ วันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา กกต.ประกาศให้พรรคอนาคตใหม่แพ้ประชาธิปัตย์ 147 คะแนน ด้วยคะแนน 35,615 ต่อ 35,762 คะแนน 1 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ผู้สมัครอนาคตใหม่ขอคะแนนรายหน่วยจาก กกต. มาตรวจสอบ พบว่า พรรคอนาคตใหม่ ชนะพรรคประชาธิปัตย์ 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,766 ต่อ 35,762 คะแนน

 

วันที่ 28 เมษายน พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัยชนะ ได้คะแนนมากกว่าพรรคอนาคตใหม่ 4 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,711 คะแนน หลังจากนั้นนายฉัตรชัย จันทร์พรายศรี กรรมการ กกต. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า พรรคอนาคตใหม่ชนะพรรคประชาธิปัตย์ 62 คะแนน ด้วยคะแนน 35,707 ต่อ 35,645 คะแนน

 

วันที่ 29 เม.ย. นายจรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงว่าพรรคอนาคตใหม่แพ้พรรคประชาธิปัตย์ 4 คะแนน 35,707 ต่อ 35,711 คะแนน

 

นั่นคือไทม์ไลน์ทั้งหมดที่ไล่เรียงมาให้ดูกันอย่างละเอียด ซึ่งในที่สุดก็สรุปผลออกมา ในขณะที่ โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.นครปฐม ไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จึงเรียกร้องให้ กกต. จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งเขต ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่าทางกกต.คงหาข้อสรุปได้แล้ว และคงไม่จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่กระนั้นสำหรับเรื่องนี้ กกต.จะหลีกเลี่ยงปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะหากดูมูลเหตุทั้งหมด มาจากความผิดพลาดของกกต.เองล้วนๆ ในขณะที่ความน่าเชื่อถือของกกต.ก็ดูเหมือนจะติดลบอยู่ ยิ่งจะเสียหายยิ่งขึ้นไปอีก สุดท้ายนี้กกต.ต้องน้อมรับก้อนอิฐไปอย่างเลี่ยงไม่ได้???

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หรือเกมจะพลิก!! "สาธิต" ยันชัด นับคะแนนใหม่นครปฐมยังไง ปชป. ก็ชนะ อนค. 4 คะแนน หลังผลคะแนนเผยไม่เป็นไปตามที่เห็น    
ดับฝัน "อนาคตใหม่" ! กกต. คอนเฟิร์ม ปชป. พลิกชนะ 4แต้ม นับคะแนนใหม่เขต1 "นครปฐม" !
ช่อจะไม่ทน!! "อนาคตใหม่" ไม่ยอมรับผลคะแนนนครปฐมเขต 1 หลังพ่าย ปชป. วอน กกต. จัดเลือกตั้งใหม่!?
 


ติดตามข่าวสารทาง Line


ติดตามข่าวการเมือง


เรียบเรียงโดย
กองบรรณาธิการข่าวการเมือง

ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : พรรคอนาคตใหม่  นครปฐม  กกต. 

ติดตามข่าวอื่นๆ