หนุ่มแชร์ประสบการณ์กว่า 8 เดือนในรพ.รามาฯ

กลายเป็นเรื่องราวที่ชวนอมยิ้ม จนทำให้หลายๆ คนถึงกับหายกลัวการที่จะไปโรงพยาบาลเลยก็ว่าได้ เมื่อเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ Napat Earth'sfr ได้เล่าเรื่องราวที่ประทับใจ ที่ตัวเองได้พบเจอมาว่า "ขอเล่าเรื่องน่าประทับใจสำหรับตัวผมนิดนึงนะคับ ผมเป็นผู้ป่วยคนนึงที่ถูกส่งตัวจาก รพ. กำแพงเพชร มาที่ รพ.รามาธิบดี ผมมีปัญหาทางระบบทางเดินอาหาร ผ่าตัดใหญ่ที่คอ 2 รอบ ที่หน้าท้อง 3 รอบ เข้าห้องผ่าตัดไปซ่อมแซมทำนู่นนี่นั่น เล็กๆ อีกไม่รู้กี่รอบ 
 

แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกเล่าต่อไปนี้คือ ความประทับใจในตัวบุคลากรของโรงพยาบาลรามาธิบดี ทั้งอาจารย์หมอ ทีมหมอ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล แม่บ้าน เจ้าหน้าที่เวรเปล ผมขอบอกจากใจเลยว่าประทับใจยันเจ้าหน้าที่เวรเปลจริงๆ ก่อนหน้านี้ผมก็เคยมาตรวจและมาทำการแอดมิดรับการรักษาเป็นเดือน แล้วก็กลับบ้านอาทิตย์สองอาทิตย์ก็กลับมาแอดมิดใหม่ ด้วยอาการของผมไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น มีแต่ปัญหาตามมาตลอด แต่ก็ได้รับความเมตตาจากอาจารย์หมอ ที่พยายามรักษาเราช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่ 

 

 

ผมรู้สึกได้เลยว่าอาจารย์หมอตั้งใจรักษาเรามากๆ ก่อนหน้านี้เราไม่สามารถทานอาหารทางปากได้เลย เนื่องจากหลอดอาหารตีบ อาจารย์หมอจึงต้องผ่าหน้าท้องของเรา เพื่อทำการใส่สายให้อาหารทางสายยางและให้ยาได้ เราไม่ได้ทานอาหารทางปากเลยมาปีกว่า แต่ร่างกายเราก็ไม่แข็งแรงสักที อยู่บ้านไปอาการก็ไม่ดีขึ้น อาจารย์หมอจึงนัดเรามาแอดมิดนอนโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. ปีที่ผ่านมา เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมให้สามารถผ่าตัดได้ 

 


โดยน้ำหนักเดิมก่อนป่วยเราหนัก 56 แต่พอป่วยน้ำหนักเราลงมาจนถึง 37 เราแถบจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย แถบจะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง จนเกือบจะเป็นแผลกดทับ แต่พออาจารย์หมอเรานัดมาเพื่อเตรียมร่างกายก็ได้ติดต่อหมอโภชนาการมาช่วยดูแลปรับสูตรอาหารทางสายยางให้เราเท่าที่ร่างกายเราพอจะรับได้ จนถึงประมาณ 3 เดือน ร่างกายเราก็พร้อมที่จะผ่าตัด อาจารย์หมอทำการผ่าตัดที่คอและหน้าท้องเราอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าทำการผ่าตัดไปแล้ว อวัยวะภายในร่างกายของเรานั้นกลับมีปัญหาทำให้การผ่าตัดกลับมากินทางปากได้เหมือนเดิมนั้นไม่สำเร็จ 

 


เราก็ต้องมาพักฟื้นร่างกายอีกเป็นเวลาอีก 3 เดือน ล่าสุดเราผ่าตัดใหญ่วันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมานี้ อาจารย์หมอทำการผ่าตัดที่คอและทางหน้าท้องเหมือนเดิม ตอนนี้เราผ่าตัดหลอดอาหารออก และผ่าตัดต่อเอาลำไส้ใหญ่ส่วนนึงมาต่อเป็นหลอดอาหารแทน และก็ผ่ากระเพาะอาหารส่วนปลายออกเพราะว่ามีปัญหา ผ่าตัดกระดูกไหปลาร้าออกไปส่วนหนึ่ง หลังจากผ่าตัดประมาณ 2 อาทิตย์ อาจารย์หมอก็เริ่มให้เราฝึกจิบน้ำทางปากดู ปรากฏว่าเรากลับมากินได้อีกครั้งแล้วถึงแม้จะไม่100%ดังเดิม 

 


และก็เริ่มมากินเป็นอาหารปั่น เราก็สามารถกินได้โดยไม่มีปัญหาอีก และก็เริ่มขยับมากินเป็นข้าวต้มมีกับข้าวหลายอย่าง แต่ปรากฏว่ากินไปแล้ว รอยผ่าตัดที่คอเรามันดันรั่ว จึงทำให้เราไม่สามารถกินทางปากได้อีก ก็ต้องให้อาหารทางสายยางหน้าท้องควบคู่ไปด้วย เราก็นอนรอเวลาเผื่อให้แผลรั่วที่คอเรามันติดสนิทดีขึ้น ก็ใช้เวลาเกือบ 2 เดือนเหมือนกัน ในที่สุดแผลเราก็ดีขึ้น และอาจารย์หมอก็ได้ส่องกล้องขยายทางเดินอาหารให้เราอยู่หลายครั้ง ในที่สุดอาจารย์หมอก็เริ่มให้เราฝึกจิบน้ำทางปากดู และก็เป็นอาหารปั่น แล้วก็ขยับมาเป็นข้าวต้ม จนตอนนี้เราสามารถกลับมากินทางปากได้อีกครั้ง 

 

 


เหมือนเราได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และก็มีข่าวดีคุณหมอมาบอกว่าเราสามารถกลับบ้านได้แล้ว ตลอดระยะเวลา 8 เดือนกว่าที่นอนโรงพยาบาล เราได้ย้ายไปหลายวอร์ดมาก วอร์ดศัลยกรรมชาย วอร์ดหอสังเกตุอาการชาย วอร์ดกึ่งวิกฤตผู้ป่วยศัลยกรรม แต่ละวอร์ดแล้ว เราได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหมอ พี่พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และแม่บ้าน เป็นอย่างดี และเป็นกันเองมาก 

 

 


พี่ๆ พยาบาลและพี่ผู้ช่วยหลายคนก็น่ารักทั้งหน้าตาและจิตใจ ส่วนแม่บ้านก็คอยยิบจับช่วยเหลือเราเอ็นดูเรามาตลอด เราแอบเชียร์พี่พยาบาลที่วอร์ดหอสังเกตุอาการผู้ป่วยชาย หรือ 2ow มาก ในฐานะผู้ป่วย แต่เราได้รับการดูแลจากพี่พยาบาลและพี่ผู้ช่วยเหมือนเราเป็นพี่น้องกันเลย โดยเฉพาะหัวหน้าพยาบาลนั้นดีกับเรามาก ให้กำลังใจเราตลอด สอนเราตลอด คอยมาถามว่าเราเป็นอย่างไงบ้าง ก่อนเราจะผ่าตัดใหญ่ครั้งสุดท้ายท่านก็ได้มอบพระเครื่องไว้ให้เราบูชา จนเรารู้สึกประทับใจมากๆ เลย มีแต่ผู้ป่วยอยากจะกลับบ้าน แต่เรานี่อยากอยู่กับพี่ๆ ที่นั่นมาก มองไปทางไหนก็มีแต่นางฟ้า ฮ่าๆ เราอยู่โรงพยาบาลคนเดียว ไม่มีใครเฝ้า แม่เราก็ต้องทำงานที่ต่างจังหวัด นานๆ ถึงจะมาเยี่ยมเราที แต่ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาลเราไม่เหงาเลย พวกพี่ๆจะคอยมาคุยมาเล่นด้วยคอยแกล้งกันไปมา 

 

 

บางทีเรามีปัญหาทุกข์ใจ ก็จะมีพี่ๆ พยายาลคอยให้คำปรึกษาเป็นอย่างดี จากเราที่เป็นผู้ป่วยไม่พูดคุยกับใคร เก็บตัวอยู่คนเดียว แต่พวกพี่พยาบาลก็ทำให้เราเชื่อใจและทำให้เรากลับมาเป็นเราคนเดิม กลับมาร่าเริงอีกครั้ง เคยเห็นข่าวไม่ดีที่โจมตีหมอ พยาบาล โรงพยาบาลต่างๆ แต่ไม่มีเรื่องแบบนั้นสำหรับที่โรงพยาบาลแห่งนี้แน่นอนครับ ผมคงเป็นคนไข้คนหนึ่งที่รู้สึกว่าผูกพันกับโรงพยาบาลที่นี่ เพราะผมได้รับการดูแลจากอาจารย์หมอ ทีมหมอหลายๆ ท่าน พี่พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ดูแลเราทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ 

 


จนตอนนี้เรากลับมาเป็นตัวของตัวเองแล้ว เรากลับมาร่าเริงเหมือนเดิม และมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป พร้อมที่จะก้าวเดินหน้าต่อไป ถึงแม้ว่าตอนนี้เราจะยังไม่หายดี กลับมากินเหมือนเดิมไม่ได้ 100% และก็อาจจะต้องเดินทางมาตรวจร่างกายเดือนละครั้ง แต่เราเชื่อว่าเราต้องหายและกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อีกครั้งแน่นอน ขอบคุณมากๆ ครับ ขอบคุณอาจารย์หมอ ปิติโชติ คุณหมอหลายๆ ท่านหลายๆ หน่วยที่ช่วยดูแลผมมาโดยตลอด ขอบคุณพี่พยาบาลและพี่ผู้ช่วยทุกคนที่ดูแลและคอยให้กำลังใจเรามาเสมอ 

 

 

 


ผมยังจำภาพวันที่พวกพี่ส่งผมก่อนไปห้องผ่าตัดได้เลย ผมมีกำลังใจมาก และไม่กลัวการผ่าตัดเลย ผมจะได้กลับบ้านไปอยู่กับแม่แล้วคับ ผมและแม่ประทับใจที่ได้รับการดูแลรักษาที่โรงพยาบาลแห่งนี้มากครับผม และที่สำคัญที่สุดเลย ผมต้องขอขอบคุณและขอโทษคุณแม่ของผมมากคับ ที่ผมอายุขนาดนี้แล้ว แต่แม่ยังต้องคอยดูแลตลอด ทั้งๆ ที่เราต้องดูแลแม่เราได้แล้ว ขอบคุณมากๆ ครับที่อยู่ข้างๆ ลูกมาตลอด และสอนให้รู้ว่าไม่มีใครนั้นรักเราเท่าแม่อีกแล้วคับ ผมจะใช้ชีวิตต่อไป จะสู้ต่อไป ผมอยากจะหายดี ผมอยากจะดูแลแม่บ้างครับ ฝันที่เรา 2 คนแม่ลูกก็ใกล้จะมาถึงแล้ว วันที่ผมนั้นใกล้จะหายดี ใกล้จะได้กลับบ้านไปอยู่ด้วยกัน คาดว่าถ้าไม่มีปัญหาอะไร พรุ่งนี้ผมคงได้เดินทางกลับบ้านของผมแล้วครับ

 


ปล.ขอบคุณผู้มีพระคุณทุกท่าน ขอบคุณอาจารย์หมอ ขอบคุณพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล บุคลากรทุกคนที่คอยให้ความช่วยเหลือผม ขอบคุณ รพ.รามาธิบดี"

 

 

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้ถูกชวเน็ตเข้ามาอ่านเป็นจำนวนมาก ถึงทำให้มีคนเข้ามาให้กำลังใจหนุ่มคนนี้กันอย่างไม่ขาดสาย โดยส่วนใหญ่เข้ามาอวยพรขอให้เขาหายป่วยและกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้ไวๆ บ้างก็เข้ามาคอมเม้นยต์ว่า ป้าอ่านทุกคำที่หลานถ่ายทอด หลานเป็นนักสู้ที่ดีมาก เรื่องราวนี้น่าเอามาทำหนังสือมากๆ ชอบที่มองบวก แล้ววันที่หลานฝันไว้ว่าจาได้กลับบ้านมาอยู่กับแม่ก็เป็นจริงเน้อ

 

 

 

 

 


 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-หมอโพสต์แชร์ประสบการณ์ เจอหนุ่มป่วยทางจิตยัดเศษไม้ในโพรงจมูก จนติดเชื้อหนอง ส่งกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง
-สาวแชร์ประสบการณ์ ไปธนาคารยังไงให้ได้แฟน อ่านแล้วทำชาวเน็ตอิจฉา
-วินมอไซค์เมาขับขี่ในคลิปดัง ผู้โดยสารเจอกับตัวรับไม่ได้โพสต์แชร์ประสบการณ์
-หนุ่มแชร์ประสบการณ์น่ารัก พิสูจน์ชัดการได้เพื่อนบ้านที่ดี คือ สิ่งประเสริฐ ชาวเน็ตถึงเม้นต์ยิ่งกว่าถูกรางวัลที่ 1


ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Napat Earth'sfr


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์

ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

HASTAG : แฮปปี้  มีความสุข  ผู้ป่วย  โรงพยาบาล  น่ารัก 

ติดตามข่าวอื่นๆ