ตร.แจ้งข้อหา หนุ่มรถเกี่ยวข้าว พาเด็กวัย 13 ปีเข้าม่านรูด ยอมรับสารภาพ ถูกส่งตัวขึ้นศาลทหาร

      วันที่ 17 เมษายน 2562 ความคืบหน้า  จากกรณีที่นายหวัด (นามสมมุติ) ชาวตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน พ่อของเด็กหญิงนก(นามสมมุติ) วัย 13 ปี ได้เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.อุดร ญาณะ สารวัตรสอบสวน สภ.เหมืองจี้ จ.ลำพูน เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายศุภกร ธิประเสริฐ อายุ 26 ปี หนุ่มคนขับรถเกี่ยวข้าว ที่พาลูกสาวของนายหวัดเข้าไปข่มขืนกระทำชำเรา ที่โรงแรมม่านรูด แห่งหนึ่ง ในเขตบ้านหลุก ตำบลป่าสัก ในคืนวันที่ 13 เมษายน 62 ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเรื่องสอบถามเพื่อนๆของทั้งสองฝ่าย และนายศุภกรได้กล่าวว่ายอมรับสิ่งที่ตนเองไปกระทำลงไป และยอมรับว่าตนเองกับน้องที่พาไปนั้นมีความสนิทสนม รักใคร่ชอบพอกันมาก่อน เมื่อผู้หญิงเสียหายตนก็ขอรับผิดชอบ จึงมีการติดต่อให้ผู้ใหญ่บ้าน พาไปติดต่อกับพ่อแม่ของผู้เสียหายเพื่อไกล่เกลี่ยและเสนอเงื่อนไขชดเชยค่าเสียหายเบื้องต้น จำนวน 5 หมื่นบาทก่อน หากจะเรียกร้องมากกว่านี้ทางนายศุภกรบอกว่ายังไม่มีให้ในตอนนี้  แต่จะเยียวยาเบื้องต้นโดยการหมายหมั่นกันไว้ด้วยเงินจำนวน 5 หมื่นก่อน  เพื่อไม่ให้น้องเขาเสียหาย แต่หากจะเอาเรื่องตนก็พร้อมยอมรับผิดยอมติดคุก เรื่องทำท่าจะจบลงด้วยดี ก็มีญาติของผู้เสียหาย เพิ่มเงื่อนไขเรียกร้องขอเงินเพิ่มเป็น 2 แสน 5 หมื่นบาท ทำให้นายศุภกรไม่มีเงินให้ จึงเกิดการแจ้งความดำเนินคดีกันเกิดขึ้น และเจ้าหน้าที่เผยว่าคดีนี้ตามของกฎหมายเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

           และวันนี้ทางพนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้ผู้ใหญ่บ้านนำตัวนายศุภกร มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำนานกว่า 3 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ และได้นำตัวส่งไปที่ศาลทหารเพื่อฝากขังตามขั้นตอน  เนื่องจากนายศุภกรนั้น มีคดีหนีทหาร เพราะหลังจากเข้ารับการเกณฑ์ทหารเข้าฝึกได้เพียง 2 เดือนก็หลบหนีไม่ไปอีก จึงถูกดำเนินคดีหลบหนีทหาร และคดีข้อหาพรากผู้เยาว์ อายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจารและกระทำชำเรา  ส่วนทางด้านผู้เสียหาย ผู้สื่อข่าวได้ตามไปสอบถามที่บ้าน พูดคุยกันเบื้องต้น บอกว่าไม่สะดวกในการให้สัมภาษณ์เพราะกำลังสับสน ทั้งเหนื่อยทั้งเครียด ตองวิ่งไปวิ่งมาระหว่างโรงพักกับโรงพยาบาลและบ้าน อีกอย่างตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่คุยกับพ่อเรื่องนี้เพราะเขาเป็นผู้หญิง เขาสนิทกับแม่มากกว่า ตอนนี้ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลลำพูน หลังจากนั้นก็จะให้ลูกไปอยู่ศูนย์แห่งหนึ่งของทางราชการเพื่อฟื้นฟูจิตใจ หลังจากนั้นจึงขอตัวไปโรงพยาบาลเพื่อไปหาลูกสาว ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดลำพูน เดินทางไปที่บ้านของผู้เสียหาย เพื่อแจ้งให้ทราบถึงสิทธิในการรับการเยียวยาหรือช่วยเหลือผู้เสียหายตามกฎหมาย


ทางด้านนายบันเทิง ทาใจ ผู้ใหญ่บ้าน ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในฐานะที่นายศุภกรนั้นมารับจ้างขับรถเหมาเกี่ยวข้าวกับตนเอง เมื่อเขามาขอให้ช่วยเจรจา การเป็นผู้นำในเบื้องต้นก็ต้องพุดคุยเจรจากันก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังเกิดเรื่องนายศุภกรก็มาเรียกตนเองตอนตี 5 แล้วก็พากันไปส่งที่โรงพยาบาล และนั่งเฝ้าน้องเขาที่โรงพยาบาลไม่ได้คิดหลบหนีไปไหน เมื่อญาติฝ่ายหญิงจะเอาเรื่องตนก็บอกว่า พร้อมจะพาตัวไปมอบตัวกับตำรวจ แต่ตำรวจแจ้งว่าเนื่องจากเป็นวันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้นัดหมายกันในวันนี้ เช้ามาเขาก็มาหาตนให้ตนพามาพบพนักงานสอบสวน ในความเป็นจริงเรื่องเงิน 5 หมื่นนี่ยังไม่ได้มีการจ่ายเงินกันเลย เพียงแค่เจรจากันในเบื้องต้นเท่านั้น และมีญาติของผู้เสียหายคนหนึ่ง มาติดต่อให้รีบโอนเงินเข้าบัญชีของเขาจะได้จบเรื่องเร็วๆ แต่ตนก็บอกว่าแบบนี้ไม่ถูกต้อง หากจะตกลงกันอย่างไร ต้องไปที่โรงพักและลงบันทึกประจำวันไว้ ไม่ใช่แบบนี้ ทำให้ญาติคนดังกล่าวไม่พอใจ จนมีการเรียกร้องเงินเพิ่มเป็น 2 แสน 5 หมื่น ในเมื่อเด็กมันไม่มีให้ก็ต้องนำตัวส่งดำเนินคดี และเขาก็พร้อมรับสารภาพรับผิดในสิ่งที่ทำลงไป ตนไม่ได้มีอิทธิพล หรือวิ่งล้มคดีให้แต่อย่างใด คนที่ไม่รู้ข้อมูลข้อเท็จจริง ก็เอาไปโพสต์ในโซเซี่ยลจนเสียหาย กลายเป็นว่าตนเป็นคนทำไม่ถูกทำไม่ดีไปซะงั้น เมื่อไม่รู้ให้มาถามหรือสอบถามความจริงจากคนที่รู้จริงๆ อย่ามโนไปเองหรือตีไข่ใส่ความ เมื่อเกิดความเสียหายตนก็จะปกป้องสิทธิ์ของตนเอง หากเสียหายก็จะดำเนินการตามกำหมายต่อไป นายบันเทิงกล่าวในที่สุด

ชัชวาลย์ คำไท้ ศูนย์ข่าวภาคเหนือ สำนักข่าวทีนิวส์

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line


เรียบเรียงโดย
นายชัชวาลย์ คำไท้ (ชัช)



ติดตามข่าวอื่นๆ